"คุณกำลังจะบอกผมว่า หลักฐานที่ผมเห็นกับตาเมื่อสามชั่วโมงก่อน... มันอันตรธานไปแล้วอย่างนั้นหรือครับ?"
สารวัตรปราบกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะโลหะเย็นเฉียบในห้องเก็บของกลาง เสียงของมันดังสะท้อนก้องไปถึงเพดานห้องนิติเวชที่เงียบสงัดราวกับหลุมศพ เขาสบตาพญ.รวินันท์ผ่านเลนส์แว่นสายตาที่ดูมัวหมองกว่าปกติ ท่ามกลางความเงียบที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก หมอวินไม่ได้หลบสายตา เธอเพียงแค่วางมีดผ่าตัดลงบนถาดสแตนเลสด้วยท่วงท่าแช่มช้อยและมั่นคงราวกับนักเต้นบัลเลต์ที่กำลังแสดงฉากสุดท้าย
"ไม่ใช่แค่อันตรธานค่ะ—ขออภัยครับ สารวัตร" เธอแก้คำผิดด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนเกือบจะเย็นชา "มันถูก 'แทนที่' ด้วยความว่างเปล่าอย่างประณีต ข้อมูลดิจิทัลในเซิร์ฟเวอร์ถูกลบด้วยอัลกอริทึมระดับทหาร ส่วนตัวอย่างดีเอ็นเอในหลอดทดลอง... ถูกแทนที่ด้วยสารละลายซาไลน์ที่สะอาดบริสุทธิ์จนน่ารังเกียจ ไม่มีร่องรอยการบุกรุก ไม่มีสัญญาณเตือนภัย ระบบรักษาความปลอดภัยของเราไม่ได้ถูกแฮ็ก แต่มันถูก 'ปิดการใช้งาน' จากรหัสผ่านระดับสิทธิ์สูงสุด"
ปราบแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าคมสันของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธที่ถูกควบคุมไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึม "รหัสผ่านระดับสิทธิ์สูงสุดงั้นหรือ? ในกรมนี้มีคนที่มีสิทธิ์เข้าถึงห้องนี้เพียงสามคน คือท่านผู้การ คุณ และผม... ซึ่งผมมั่นใจว่าผมไม่ได้ทำ และผมก็มั่นใจว่าคุณไม่ใช่คนโง่พอที่จะทำลายหลักฐานที่ตัวเองเป็นคนเสนอชื่อให้ผมตามล่า"
หมอวินขยับตัวเข้าใกล้แสงไฟนีออนที่กะพริบถี่ๆ เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนายตำรวจหนุ่ม ราวกับกำลังมองหาเงาสะท้อนของความกลัว "ความฉลาดไม่ใช่เครื่องการันตีความซื่อสัตย์หรอกครับสารวัตร ความจริงที่โหดร้ายที่สุดคือ ในบรรดาเราสามคน ไม่มีใครที่บริสุทธิ์ผุดผ่องหรอก แม้แต่คุณเอง"
"หมายความว่ายังไง" ปราบถามเสียงต่ำ พลางย่างสามขุมเข้าไปหาหญิงสาวจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อผสมกับกลิ่นจางๆ ของน้ำหอมราคาแพงบนตัวเธอกลายเป็นบรรยากาศที่แสนอึดอัด
"หมายความว่าศัตรูของเราไม่ได้เล่นเกมไล่จับกับเรา แต่มันกำลังเล่นตลกกับกระบวนการยุติธรรมที่เราเชื่อมั่น" หมอวินเอ่ยพลางก้มลงมองถุงเก็บหลักฐานที่ว่างเปล่า "อีธานไม่ได้แค่ฆ่าคน มันกำลังลบตัวตนของเหยื่อทิ้งไปจากสารบบของโลกใบนี้ และตอนนี้... มันกำลังทำเช่นเดียวกันกับคดีของเรา"
ธนาเดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มือข้างหนึ่งของเขาจับอยู่ที่ซองปืนข้างเอวตามสัญชาตญาณของการระวังภัย "สารวัตรครับ ท่านผู้การสั่งระงับการสืบสวนชั่วคราว ฝ่ายนิติวิทยาศาสตร์ถูกคำสั่งปิดตาย ห้ามใครเข้า-ออกโดยไม่มีลายเซ็นอนุมัติพิเศษ คำสั่งนี้เพิ่งส่งตรงมาจากเบื้องบนเมื่อห้านาทีที่แล้ว"
ปราบหันขวับไปหาธนา สายตาของเขาเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความสงสัยที่คมกริบ "ปิดตาย? ในขณะที่ฆาตกรยังลอยนวลอยู่เนี่ยนะ? ธนา คุณไปอยู่ไหนมาตอนที่รหัสผ่านถูกใช้?"
ธนาชะงักไปชั่วครู่ แววตาของเขาไหววูบเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมานิ่งสนิท "ผมติดธุระเรื่องเอกสารที่กองอำนวยการครับ สารวัตรกำลังจะบอกว่าผมคือคนทรยศอย่างนั้นหรือ?"
"ผมไม่ได้บอกว่าคุณเป็นคนทรยศ" ปราบก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว จัดระเบียบความคิดที่กำลังแตกซ่าน "ผมแค่บอกว่าสถานการณ์นี้ มันจงใจบีบให้เรากลายเป็น 'คนนอกกฎหมาย' ในนาทีที่หลักฐานชิ้นสุดท้ายหายไป"
บรรยากาศในห้องเงียบสนิทลงอีกครั้ง ความมืดนอกหน้าต่างที่มืดมิดยิ่งกว่าปกติคล้ายจะกลืนกินทุกอย่างที่อยู่ภายใน หมอวินเดินไปที่หน้าต่าง บานกระจกสะท้อนภาพเงาของพวกเขาที่ดูเหมือนคนแปลกหน้าซึ่งกันและกัน เธอหยิบซองพลาสติกใบเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อกาวน์ด้วยท่าทางลังเล ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะ
"ในเมื่อหลักฐานชิ้นใหญ่ถูกทำลายไปแล้ว... สารวัตรเคยได้ยินเรื่อง 'หลักฐานที่ถูกลืม' ไหมครับ?"
ปราบและธนาหันมามองสิ่งที่วางอยู่บนโต๊ะพร้อมกัน มันเป็นเพียงชิ้นส่วนพลาสติกใสขนาดเท่าปลายนิ้วก้อยที่มีคราบสีน้ำตาลแห้งกรังติดอยู่เพียงเล็กน้อย แต่มันไม่ใช่สิ่งที่หายไปจากห้องเก็บของกลาง มันคือสิ่งที่หมอวินแอบเก็บไว้ตั้งแต่ตอนที่พวกเขาไปถึงที่เกิดเหตุครั้งแรก
"นี่คืออะไร" ปราบถามพลางก้าวเข้าไปดูใกล้ๆ
"เศษชิ้นส่วนจากรองเท้าของคนร้ายที่ติดอยู่บนบาดแผลของเหยื่อตอนที่อีธานลงมือผ่าตัดเหยื่อในที่เกิดเหตุ" หมอวินกระซิบ "มันเป็นวัสดุพอลิเมอร์ชนิดพิเศษที่มีการผลิตขึ้นมาเฉพาะกลุ่ม... มันไม่ได้มีไว้ให้ตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์แบบปกติ แต่มีไว้เพื่อระบุ 'ที่มา' ของตัวคนใส่"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าคอมแบทก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้อง มันเป็นเสียงที่มั่นคงและมีจังหวะของการเดินอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เสียงของผู้มาเยือน แต่เป็นเสียงของคนที่กำลังเข้ามาเพื่อปิดฉากภารกิจบางอย่าง
ปราบชักปืนออกมาอย่างรวดเร็ว ส่งสัญญาณให้ธนาหมอบลงข้างโต๊ะ หมอวินถอยไปยืนชิดมุมมืดของห้อง สายตาของเธอจับจ้องที่ประตูบานเลื่อนที่กำลังถูกผลักเข้ามาอย่างช้าๆ
เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นที่หน้าประตู ท่ามกลางแสงไฟสลัวจากทางเดิน ร่างนั้นดูสูงใหญ่และไร้อารมณ์ ในมือของเขามีอุปกรณ์ที่ดูเหมือนตัวจุดชนวนบางอย่าง
"คุณสองคนทำงานหนักเกินไปแล้วนะครับ" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูแต่เย็นเยียบดังก้องขึ้น มันเป็นเสียงของคนที่พวกเขาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ยินในสถานที่นี้
คนคนนั้นขยับเข้ามาในห้อง แสงไฟสะท้อนให้เห็นใบหน้าที่ดูผ่อนคลายเกินเหตุของบุคคลที่ถือครองอำนาจสูงสุดของสถานีตำรวจแห่งนี้ ผู้การยิ้มให้พวกเขา แต่มันเป็นรอยยิ้มที่ไม่มีแววตาของความเมตตาแม้แต่น้อย
"วางปืนลงเถอะครับสารวัตร ก่อนที่ผมจะจำใจต้องทำในสิ่งที่ผมไม่อยากทำ... และเปลี่ยนห้องนิติเวชแห่งนี้ให้กลายเป็นฉากจบที่สมบูรณ์แบบสำหรับคนทรยศ"
ปราบกำปืนแน่น นิ้วชี้แตะที่ไกปืน เขารู้ดีว่าหากลั่นไกในตอนนี้ เขาจะไม่ได้แค่ฆ่าผู้การ แต่เขาจะสูญเสียโอกาสที่จะได้รู้ความจริงทั้งหมดไปตลอดกาล แต่ก่อนที่สถานการณ์จะถึงจุดแตกหัก เสียงนาฬิกาดิจิทัลบนผนังห้องก็ดังขึ้นพร้อมกันทุกเครื่องเป็นจังหวะสัญญาณเตือนภัยที่ดังแสบแก้วหู
พรึ่บ! ไฟทุกดวงในสถานีดับลงสนิทเหลือเพียงความมืดมิดที่มองไม่เห็นแม้แต่ฝ่ามือตัวเอง ท่ามกลางความโกลาหล เสียงกระซิบที่คุ้นเคยของอีธานดังขึ้นจากลำโพงประกาศที่ถูกแฮ็กเข้ามาระบบ "การแสดงเพิ่งเริ่มต้นขึ้น... และผู้ชมนั่งแถวหน้าสุดอย่างพวกคุณ จะไม่มีวันได้เห็นบทสรุปของเรื่องนี้หรอกครับ"
วินาทีนั้นเอง ปราบรู้สึกถึงลำกล้องปืนที่กดลงบนท้ายทอยของเขาอย่างแรง พร้อมกับเสียงกระซิบที่เย็นยะเยือกของใครบางคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง...
"เลือกเอาสิสารวัตร ว่าจะอยู่ดูความตายของตัวเอง หรือจะยอมกลายเป็นเบี้ยในกระดานของผม"
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งลงไปในวังวนแห่งความมืดมิดครั้งนี้ด้วยกันนะครับ
เงาสลักในคดีฆกรรมกับนักนิติวิทยาศาสตร์ผู้ไร้หัวใจ•ตอนที่ 13
จุดเปลี่ยนในความมืด
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสลักในคดีฆกรรมกับนักนิติวิทยาศาสตร์ผู้ไร้หัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!