เงาสลักในคดีฆกรรมกับนักนิติวิทยาศาสตร์ผู้ไร้หัวใจ•ตอนที่ 4

เงาในกล้องวงจรปิด

ผลงานโดย พยานปากเอก
กลิ่นไออับชื้นของสารเคมีผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ในห้องชันสูตรศพยามวิกาลไม่ใช่บรรยากาศที่น่ารื่นรมย์นัก แต่สำหรับ พญ.รวินันท์ แล้ว ที่นี่คือความสงบเรียบร้อยเพียงไม่กี่แห่งที่โลกใบนี้ยังคงหลงเหลืออยู่ ทุกชิ้นส่วนของเนื้อหนัง ทุกรอยฟกช้ำ และทุกหยดของสารคัดหลั่ง ล้วนพูดความจริงที่ไม่มีวันบิดเบือน ต่างจากมนุษย์เป็นๆ ด้านนอกที่มักซ่อนเจตนาร้ายไว้เบื้องหลังรอยยิ้มอันเสแสร้ง "คุณกำลังมองหาอะไรในความว่างเปล่า, สารวัตรปราบ?" เสียงเรียบเฉยติดจะเยียบเย็นดังขึ้นจากโต๊ะสแตนเลสตัวยาว รวินันท์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากกล้องจุลทรรศน์ ปลายนิ้วเรียวยาวที่สวมถุงมือยางยังคงคีบชิ้นเนื้อเยื่อบางเฉียบอย่างแม่นยำ แสงไฟสีขาวนวลจากโคมไฟผ่าตัดส่องกระทบกรอบแว่นสายตาของเธอ สะท้อนประกายความไร้อารมณ์ที่มักทำให้คู่สนทนารู้สึกราวกับถูกเฉือนด้วยใบมีดน้ำแข็ง สารวัตรปราบยืนกอดอกพิงกรอบประตู ดวงตาคมกริบสีนิลกวาดมองไปทั่วห้องก่อนจะมาหยุดที่ร่างโปร่งในชุดกราวน์สีขาว เขาไม่ได้ตอบคำถามทันที ความเงียบงันระหว่างคนทั้งสองมักหนักอึ้งและเต็มไปด้วยแรงเสียดทานทางความคิดเสมอ ปราบผ่านคดีฆาตกรรมมานับไม่ถ้วน สัญชาตญาณดิบของเขาบอกเสมอว่าฆาตกรคือสิ่งมีชีวิตที่กระหายเลือดและขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ดิบเถื่อน แต่นักนิติวิทยาศาสตร์ตรงหน้ากลับมองฆาตกรรมเป็นเพียงสมการคณิตศาสตร์ที่รอการพิสูจน์ "ผมไม่ได้มองความว่างเปล่า, หมอวิน" ปราบก้าวเท้าเข้ามาใกล้ โทนเสียงทุ้มต่ำเจือความเคร่งเครียด "ผมกำลังมองหาเศษเสี้ยวของมนุษย์ ที่หลบซ่อนอยู่ในคดีนี้... แต่ดูเหมือนว่ายิ่งเราขุดคุ้ยมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งเจอแต่ความว่างเปล่าที่พวกมันตั้งใจทิ้งไว้ให้เราดูต่างหาก" รวินันท์วางสไลด์แก้วลงบนถาดเสียงดังกระทบกันเบาๆ เธอถอดถุงมือยางออกทีละข้างอย่างใจเย็น ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับนายตำรวจหนุ่ม แววตาคู่คมไร้ซึ่งความหวาดหวั่นต่อความดุดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขา "ความว่างเปล่าที่คุณว่า แท้จริงแล้วอาจมีรูปร่างหน้าตาชัดเจนกว่าที่คุณคิดนะครับ, สารวัตร" รวินันท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ผลการวิเคราะห์สารพิษในกระเพาะของเหยื่อรายล่าสุด... มันไม่ใช่สารเคมีหายากจากห้องทดลองใต้ดินที่ไหน มันคือยาคลายกล้ามเนื้อชนิดเดียวกับที่คุณหมอหรือบุคลากรทางการแพทย์ใช้กันเป็นกิจวัตร... ฆาตกรไม่ได้ซับซ้อน เขารู้จักวิธีใช้ระบบของเราเพื่อทำลายเราต่างหาก" ปราบหรี่ตาลง รังสีความดุดันพุ่งพล่านขึ้นในแววตา "หมายความว่าคนร้ายเป็นหมอ? หรือคนที่เข้าถึงเวชภัณฑ์ได้?" "ผมไม่ได้พูดแบบนั้น" รวินันท์ตอบกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอราบเรียบราวกับผิวน้ำในคืนไร้ลม "ผมแค่พูดตามหลักฐานเชิงประจักษ์... สิ่งที่คุณเรียกว่าสัญชาตญาณ มันมักจะพาคุณไปผิดทางเสมอเมื่อเผชิญหน้ากับฆาตกรที่คิดอย่างมีระบบ... เช่นเดียวกับคดีในอดีตของคุณ... ที่สัญชาตญาณพังทลายลงพร้อมกับชีวิตของคนรักของคุณ" คำพูดนั้นราวกับใบมีดที่กรีดลงบนแผลเป็นเก่า ปราบนิ่งงันไปชั่วขณะ ขากรรไกรของเขาขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาถึงลำคอ แต่เขาก็เลือกที่จะกลืนมันลงไป พร้อมกับก้าวเข้าไปประชิดตัวแพทย์นิติเวชสาวจนระยะห่างเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นอายอันตรายจากตัวตนของนายตำรวจหนุ่มแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวดูเหมือนจะเบาบางลง "อย่าล้ำเส้น, หมอวิน" ปราบกระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน ดวงตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตานิ่งสนิทของเธอ "คุณมีหน้าที่ผ่าศพและบอกความจริงทางวิทยาศาสตร์ ปล่อยเรื่องล่าตัวฆาตกรให้เป็นหน้าที่ของผม... อย่าลืมว่าบางที คนที่เย็นชาจนไร้หัวใจ อาจจะอยู่ใกล้ชิดกับความตายมากกว่าที่ใครคิดก็ได้" รวินันท์ไม่ถอยหนี เธอยังคงสบตากับเขาตรงๆ ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันกลับทรงพลังและเย้ายวนใจในความอันตรายอย่างประหลาด "ถ้าความเย็นชาคือสิ่งที่คุณหวาดกลัว... สารวัตร... คุณคงกำลังยืนอยู่ผิดห้องแล้วล่ะครับ" ก่อนที่บทสนทนาอันเชือดเฉือนจะดำเนินไปไกลกว่านั้น เสียงเคาะประตูก็จลังขึ้นขัดจังหวะ สารวัตรธนาก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เอกสารในมือสั่นเทาเล็กน้อยจนสังเกตได้ ธนากวาดสายตามองคนทั้งสองด้วยความรู้สึกอึดอัดกับบรรยากาศที่คล้ายสนามรบขนาดย่อมนี้ แต่ความเร่งด่วนของสถานการณ์ทำให้เขาต้องรีบเอ่ยปาก "สารวัตรปราบ, หมอวิน... เราพบเบาะแสใหม่แล้วครับ" ธนารีบรายงานตัว "ทีมสืบสวนเพิ่งกู้ข้อมูลจากกล้องวงจรปิดตัวสุดท้ายใกล้กับจุดที่เหยื่อถูกลักพาตัว... มันไม่ใช่เส้นทางหลัก และมันคือจุดอับสายตาอย่างสมบูรณ์แบบตามที่คุณคาดการณ์ไว้ไม่มีผิด" ปราบผละออกจากรวินันท์อย่างไม่รีบร้อน สายตาคมหันไปมองธนารus "แล้วมันเห็นอะไร?" "มันไม่ได้บันทึกภาพของฆาตกรครับ..." ธน กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สีหน้าซีดเผือดลงถนัดตา "แต่ภาพสุดท้ายก่อนที่กล้องจะถูกทำให้ใช้งานไม่ได้... มันบันทึกภาพของรถกระบะคันหนึ่งที่จอดนิ่งสนิทอยู่ในเงาอับสายตา... และทะเบียนรถคันนั้น... มันคือรถยนต์ราชการที่จอดอยู่ในลานจอดรถของกรมตำรวจเราเองครับ" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องชันสูตรทันที ปราบหันกลับมามองรวินันท์ช้าๆ ในขณะที่แพทย์นิติเวชสาวค่อยๆ หันไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงภาพจากกล้องวงจรปิดนั้น รอยยิ้มจางๆ บนริมฝีปากของเธอดับวูบลง แทนที่ด้วยประกายตาบางอย่างที่แม้แต่นักสืบผู้ผ่านโลกมาโชกโชนอย่างปราบก็ยังรู้สึกหนสันหลังวาบ บนหน้าจอสีดำมืด มีเพียงแสงไฟกระพริบจากตัวกล้องที่กำลังถูกบางสิ่งบางอย่างคุกคาม และที่มุมขวาของภาพ มีเงาร่างของใครบางคนกำลังยืนยิ้มให้กับเลนส์กล้อง... ร่างเงาที่สวมเสื้อคลุมสีขาวคุ้นตาอย่างยิ่ง ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดิน Labyrinth แห่งจิตใจนี้ไปด้วยกันนะครับ พยานปากเอก
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสลักในคดีฆกรรมกับนักนิติวิทยาศาสตร์ผู้ไร้หัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%