แสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์พกพาในห้องปฏิบัติการนิติเวชไม่ได้ให้ความอบอุ่น มันให้ความรู้สึกเหมือนแสงนีออนในห้องดับจิต ความเงียบงันถูกฉีกกระชากด้วยเสียงคลิกเมาส์อันเป็นจังหวะของ พญ.รวินันท์ ทุกย่างก้าวของเธอมั่นคงและปราศจากความลังเล ราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมให้แสวงหาความจริงผ่านรอยเลือดและเศษเนื้อ
บนหน้าจอนั้น คลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดความละเอียดต่ำยังคงเล่นซ้ำไปซ้ำมาที่วินาทีเดิม—วินาทีที่เงาร่างในเสื้อคลุมสีขาวหันมาแย้มยิ้มให้เลนส์กล้อง รอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความหวาดกลัว แต่เป็นรอยยิ้มของผู้ล่าที่กำลังมองเหยื่อในกรงขัง
"คุณกำลังเสียเวลาเปล่า, หมอวิน"
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง สารวัตรปราบยืนพิงกรอบประตู แสงเงาจากภายนอกทาบทับใบหน้าครึ่งซีกของเขาให้ดูดุดันและเหนื่อยล้า ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มองไปที่หน้าจอ แต่มันจับจ้องอยู่ที่แผ่นหลังของแพทย์หญิงผู้เยือกเย็น
รวินันท์หยุดนิ้วที่กำลังจะกดเล่นวิดีโอซ้ำ เธอไม่หันกลับไปมองทันที เธอยังคงจ้องมองภาพเงาสวมเสื้อคลุมสีขาวนั้นด้วยสายตาราบเรียบ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมไม่แพ้กัน
"ความจริงไม่เคยเสียเวลา, สารวัตรปราบ... มีแต่คนบางคนที่ปล่อยให้เวลาทำลายความทรงจำ จนแยกระหว่าง 'ความผิดพลาด' กับ 'ความจริง' ไม่ออกต่างหากครับ"
ปราบขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามเต้นตุบ คำพูดของเธอเปรียบเสมือนใบมีดที่คมกริบและจงใจกรีดลงบนแผลเป็นที่เขาพยายามฝังกลบมันมาตลอดห้าปีเต็ม
ภาพในอดีตผุดขึ้นมาในหัวของเขาอย่างไร้การThe infiltration ค่ำคืนที่ฝนตกกระหน่ำเมื่อห้าปีก่อน กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ และร่างไร้ลมหายใจของ 'มินra' หญิงสาวผู้เป็นทั้งคนรักและผู้แจ้งเบาะแสในคดีฆาตกรต่อเนื่อง คดีที่เขาเคยเชื่อมั่นด้วยศรัทธาทั้งหมดในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ แต่สุดท้าย... ศรัทธานั้นก็ถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี เมื่อหลักฐานทั้งหมดชี้ว่าเขามาถึงช้าเกินไป และความลังเลของเขาเองคือผู้ฆ่าเธอ
"คุณรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องเมื่อห้าปีก่อนบ้าง, หมอวิน" ปราบก้าวเข้ามาในแสงไฟ น้ำเสียงของเขาต่ำลึกและเต็มไปด้วยแรงกดดันที่แทบจะบด
"ฉันรู้แค่ว่า... คนที่จมอยู่กับอดีต มักจะมองไม่เห็นเงาที่กำลังยืนอยู่ข้างหลังตัวเองในปัจจุบัน" รวินันท์หมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้า ดวงตาสีนิลคู่นั้นไร้ซึ่งความหวาดหวั่น เธอมองทะลุปรุโปร่งเข้าไปถึงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังท่าทีดุดันของนายตำรวจหนุ่ม "เสื้อคลุมสีขาวในจอนั่น ไม่ใช่แค่ชุดของหมอหรือนักวิทยาศาสตร์ แต่มันคือเครื่องแบบของคนที่คิดว่าตนเองมีสิทธิ์กำหนดความเป็นความตาย... เหมือนกับคดีเมื่อห้าปีก่อน ไม่มีผิดเพี้ยน"
คำพูดนั้นทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอันน่าอึดอัด สารวัตรปราบชะงักไปชั่วขณะ หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความโกรธและ... ความจริงที่จี้ใจดำ
"คุณหมายความว่ายังไง" ปราบเค้นเสียงถาม นัยน์ตาคมกริบจ้องเขม็ง "ฆาตกรคนนั้น... คนที่ฆ่ามินra... มันกลับมาแล้วอย่างนั้นเหรอ?"
"ฉันไม่ได้พูดชื่อนั้นครับ, สารวัตร" รวินันท์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นบุหรี่จางๆ ที่ติดตัวเขา "แต่ถ้าคุณยังใช้แต่อารมณ์นำทางตรรกะเหมือนเมื่อห้าปีก่อน คุณก็จะเดินเข้าไปในหลุมศพที่มันขุดรอไว้อย่างเต็มใจ"
ก่อนที่ปราบจะได้ตอบโต้อะไร เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของเขาก็แผדเสียงดังขึ้นอย่างทำลายบรรยากาศ เขาหยิบมันขึ้นมาด้วยสีหน้าบึ้งตึง กดรับสายโดยไม่ละสายตาจากแพทย์หญิงตรงหน้า
"สารวัตรปราบพูด..."
เสียงปลายสายหอบสะท้านและขาดห้วงด้วยความตื่นตระหนก "สารวัตรครับ! รีบมาที่ห้องเก็บศพหมายเลข 4 ด่วนที่สุดครับ! เราเพิ่ง... เราเพิ่งพบศพใหม่... และบนหน้าอกของเหยื่อ มีข้อความสลักไว้..."
ปราบขมวดคิ้ว "ข้อความอะไร?"
"มันเขียนว่า... **'ยินดีต้อนรับกลับบ้าน, สารวัตร'**... และที่สำคัญที่สุด ศพนั้นคือร่างของสารวัตรธนา ที่เพิ่งหายตัวไปเมื่อวานนี้ครับ!"
ร่างสูงของนายตำรวจหนุ่มชาวันวาบ สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องลั่นในโสตประสาท เขาหันขวับกลับไปมองพญ.รวินันท์ทันที ทว่า... เก้าอี้ทำงานตรงหน้ากลับว่างเปล่า มีเพียงรอยยิ้มจางๆ และก ïn ปากกาผ่าตัดสแตนเลสที่ถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะ พร้อมกับเสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่กำลังเดินลับหายไปในความมืดของทางเดินด้านนอก
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
เงาสลักในคดีฆกรรมกับนักนิติวิทยาศาสตร์ผู้ไร้หัวใจ•ตอนที่ 5
อดีตที่ฝังกลบ
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสลักในคดีฆกรรมกับนักนิติวิทยาศาสตร์ผู้ไร้หัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!