เงาสลักในคดีฆกรรมกับนักนิติวิทยาศาสตร์ผู้ไร้หัวใจ•ตอนที่ 6

ห้องผ่าศพยามวิกาล

ผลงานโดย พยานปากเอก
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและน้ำยาฆ่าเชื้อฟอร์มาลีนเข้มข้นลอยอวลอยู่ในความมืดระลอกแล้วระลอกเล่า แสงไฟนีออนสีขาวโพลนจากห้องผ่าศพกะพริบไหวราวกับลมหายใจที่ใกล้โรยราของคนใกล้ตาย สารวัตรปราบยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะสเตนเลสว่างเปล่า ปลายประสาททั่วร่างตื่นตัวเต็มพิกัด สัญชาตญาณนักล่าที่ผ่านความเป็นความตายมาโชกโชนกำลังกรีดร้องเตือนภัยว่าเขากำลังตกเป็น “ผู้ถูกล่า” ในเกมจิตวิทยาที่มองไม่เห็นตัว รอยยิ้มจางๆ บนริมฝีปากของพญ.รวินันท์เมื่อครู่ยังคงหลอนติดอยู่ในม่านตา ปากกาผ่าตัดสแตนเลสที่ถูกทิ้งไว้บนโต๊ะยังมีคราบไขมันโปรตีนจางๆ จากชิ้นเนื้อเยื่อมนุษย์เปื้อนอยู่ มันไม่ใช่แค่เครื่องมือแพทย์ แต่มันคือสาส์นท้าทาย "คุณหมอ... เล่นเกมอะไรอยู่กันแน่" ปราบพึมพำกับความว่างเปล่า เสียงทุ้มต่ำของเขาดังก้องสะท้อนไปตามผนังกระเบื้องสีขาวสะอาดที่บัดนี้กลับดูน่าสะพรึงกลัวราวกับห้องขังมรณะ เขาก้มลงหยิบปากกาผ่าตัดนั้นขึ้นมาพิจารณา ปลายคมกริบสะท้อนแสงไฟนีออนวابวับ บนด้ามสแตนเลสมีรอยขูดขีดเป็นตัวเลขชุดหนึ่ง—รหัสพิกัดห้องเก็บตัวอย่างชีวภาพชั้นใต้ดินระดับสาม สถานที่ที่แม้แต่ตำรวจระดับสารวัตรอย่างเขาก็ไม่มีสิทธิ์เข้าถึงโดยปราศจากคำสั่งศาล ปราบไม่รอช้า ฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก้าวออกจากห้องผ่าศพ มุ่งตรงไปยังลิฟต์บริการที่ซ่อนตัวอยู่หลังมุมมืดของโรงพยาบาล ร่างสูงก้าวเข้าไปในความอับทึบของห้องโดยสารแคบๆ กดปุ่มลงสู่เบื้องล่างที่ซึ่งความจริงและความตายถูกแช่แข็งเอาไว้ด้วยอุณหภูมิ ติดลบสิบแปดองศาเซลเซียส ติ๊ง! ประตูลิฟต์เปิดออกเผยให้เห็นทางเดินยาวเหยียดที่ไร้ซึ่งผู้คน หลอดไฟ LED บนเพดานส่งเสียงฮัมเบาๆ ในความเงียบงัน ปราบเดินตามพิกัดตัวเลขบนด้ามปากกา หัวใจเต้นเป็นจังหวะหนักหน่วงแต่นิ่งสนิท มือขวาแตะอยู่ที่ด้ามปืนพกพกซ่อนใต้แจ็กเก็ตหนังอย่างระแวดระวัง เบื้องหน้าเขาคือประตูห้องเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อหมายเลข 404 ปรากฏว่ามันไม่ได้ถูกล็อก ประตูสแตนเลสแง้มเปิดไว้ค้างอยู่ราวกับกำลังรอการมาเยือนของเขา ปราบผลักประตูเข้าไป ความเย็นยะเยือกพุ่งเข้าปะทะใบหน้าทันทีจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ชั้นวางตัวอย่างเนื้อเยื่อดองในโหลแก้วเรียงรายยาวเหยียดสุดสายตา แสงไฟสลัวสีฟ้าอมเขียวสาดส่องลงบนร่างของใครบางคนที่ยืนหันหลังให้ เงาร่างนั้นสวมเสื้อกาวน์สีขาวคุ้นตา เส้นผมสีดำสนิทรวบไว้หลวมๆ รวินันท์กำลังยืนอยู่หน้าตู้แช่แข็งอุณหภูมิต่ำพิเศษ มือเรียวสวมถุงมือยางกำลังคีบชิ้นเนื้อเยื่อชิ้นเล็กๆ ออกจากโหลแก้วพลาสติกใส "คุณล้ำเส้นเกินไปแล้วนะครับ หมอวิน" ปราบเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าแต่ทรงพลังพอที่จะทำลายความเงียบในห้องนั้น รวินันท์ชะงักมือเล็กน้อย เธอยังคงไม่หันกลับมามอง ทว่าเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอของเธอกลับดังสะท้อนก้องอย่างน่าขนลุก "ล้ำเส้นเหรอคะ สารวัตรปราบ..." น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เย็นชา และไร้ซึ่งความตื่นกลัวใดๆ "คุณต่างหากที่มองไม่เห็นเส้นแบ่งระหว่าง 'ความจริง' กับ 'ความยุติธรรม' ที่คุณพยายามวิ่งไล่ตามอยู่" เธอยอมหันกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาสีดำสนิทภายใต้กรอบแว่นไร้ขอบคู่นั้นว่างเปล่าราวกับหลุมดำ ไม่มีแม้แต่เงาของความหวาดหวั่น มีเพียงร่องรอยของความเหนือกว่าที่ฉาบอยู่บนใบหน้าเรียบเฉย "ชิ้นเนื้อนี่... ไม่ใช่ของเหยื่อรายล่าสุดในสำนวนคดีที่คุณกำลังทำหรอกนะครับ" รวินันท์วางจานเพาะเชื้อลงบนโต๊ะโลหะ เผยให้เห็นชิ้นเนื้อเยื่อสีชมพูซีดที่ถูกตัดแต่งอย่างประณีต "แต่มันคือชิ้นเนื้อที่ถูกตัดออกจากร่างของ 'เหยื่อรายแรกสุด' เมื่อห้าปีก่อน—คดีที่ปิดไม่ลง และเป็นคดีที่ทำให้คุณสูญเสียใครบางคนไป" ปราบสะอึก ลลมหายใจของเขาติดขัดในลำคอ นัยน์ตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความทรงจำอันเจ็บปวดที่ถูกฝังกลบไว้ใต้กองเอกสารคดีเก่าพรั่งพรูขึ้นมาในเสี้ยววินาที "คุณหมายความว่ายังไง..." ปราบก้าวเข้าไปประชิด ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นอายเฉพาะตัวของฟอร์มาลีนและน้ำหอมราคาแพงจางๆ ปะปนกันในอากาศ "อีธาน... หรือว่าฆาตกรคนนั้น..." "อีธานไม่ได้แค่เล่นเกมทายปัญหาฆาตกรรมธรรมดาๆ หรอกค่ะสารวัตร" รวินันท์เงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาของแพทย์นิติเวชสาวฉายประกายบางอย่างที่คมกริบยิ่งกว่าใบมีดผ่าตัด "เขากำลังบอกคุณว่า หลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดในคดีเมื่อห้าปีก่อน ไม่ได้ถูกทำลาย... แต่มันถูกซ่อนเอาไว้ในจุดที่คุณมองข้ามมาตลอด" เธอยื่นมือที่สวมถุงมือยางออกไป พร้อมกับส่งแฟ้มประวัติการผ่าตัดเก่าคร่ำครึเล่มหนึ่งให้เขา ปรับสายตาคมมองตามมือเธอก่อนจะเอื้อมไปรับสัมผัสเย็นเฉียบของแฟ้มกระดาษสีน้ำตาล "เปิดดูสิคะ..." รวินันท์กระซิบแผ่วเบar ชิดริมฝีปากของเธอโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ลึกล้ำและอันตรายที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น "แล้วคุณจะรู้ว่า... คนที่อยู่เบื้องหลังคดีทั้งหมด ไม่ใช่แค่ฆาตกรโรคจิตสติหลุดอย่างที่กรมตำรวจคิด... แต่อาจเป็นคนใกล้ตัวคุณมากกว่าที่คิด" ปราบใช้นิ้วมือที่สั่นเทาเล็กน้อยเปิดแฟ้มเอกสารออก แสงไฟนีออนสาดส่องลงบนกระดาษแผ่นแรกที่แนบอยู่ด้านใน ทันทีที่สายตาของเขาปะทะเข้ากับชื่อและลายเซ็นที่ปรากฏอยู่บนเอกสารฉบับนั้น เลือดในกายของนายตำรวจหนุ่มก็เย็นเฉียบลงในพริบตา ชื่อที่ปรากฏอยู่บนหัวกระดาษในฐานะ 'แพทย์ผู้ชันสูตรพลิกศพคนแรก' เมื่อห้าปีก่อน... ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นชื่อของ 'สารวัตรธนา' เพื่อนร่วมงานผู้ทะเยอทะยานและมือขวาคนสนิทของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเอง! ปราบเงยหน้าขึ้นขวับเพื่อจะซักถาม ทว่า... ร่างของพญ.รวินันท์กลับหายลับไปจากตรงหน้าอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและเสียงหัวเราะแผ่วเบาที่ยังคงก้องกังวานอยู่ในความมืดมิดของห้องเก็บศพยามวิกาล ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสลักในคดีฆกรรมกับนักนิติวิทยาศาสตร์ผู้ไร้หัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%