คราบเขม่าดินปืนบนคานเหล็กเก่าคร่ำคร่าในโกดังร้างย่านชานเมือง ไม่ได้จางหายไปตามกาลเวลา เช่นเดียวกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยอวลปะปนกับกลิ่นฝุ่นผงของความตาย
สารวัตรปราบยืนนิ่งอยู่หน้าโครงเหล็กขึ้นสนิม แสงไฟฉายคาดหัวของเขาLED สาดส่องผ่านความมืดทึบไปยังร่างของเหยื่อรายที่สี่ ซึ่งถูกตรึงไว้ในลักษณะเดียวกับภาพสเกตช์ในคัมภีร์มรณะของอีธาน ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีคราบน้ำตาบนใบหน้าไร้วิญญาณ มีเพียงสัญลักษณ์ปริศนาที่ถูกกรีดลงบนผิวหนังด้วยความบรรจงราวกับงานศิลปะชั้นครู
"สัญชาตญาณของผมบอกว่ามันเพิ่งเดินออกจากมุมตึกนั้นเมื่อไม่ถึงสิบนาทีที่ผ่านมานี้เอง" ปราบเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงแหบต่ำ นัยน์ตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังรอยเท้าบนพื้นคอนกรีตที่ยังคงสดใหม่ "รอยลากรองเท้าผ้าใบเบอร์สิบ... น้ำหนักลงที่ส้นข้างขวาเล็กน้อย อีธานกำลังเยาะเย้ยพวกเรา"
พญ.รวินันท์ไม่ได้มองรอยเท้านั้นแม้แต่น้อย ดวงตาภายใต้กรอบแว่นโลหะบางเฉียบของเธอกำลังจับจ้องอยู่ที่มุมองศาของบาดแผลบนลำคอเหยื่อด้วยเลนส์ขยายมือถือ ปลายเรียวนิ้วสวมถุงมือยางสีขาวยกขึ้นแตะขอบแว่นเล็กน้อยท่าทีเยือกเย็นราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกโปรแกรมมาให้ไร้ซึ่งความรู้สึกร่วม
"สารวัตรปราบครับ... ความรู้สึกส่วนตัวของคุณ ไม่เคยช่วยให้ตัวเลขดีเอ็นเอในห้องแล็บขยับเข้าใกล้ความจริงได้เลยสักครั้ง" เสียงของรวินันท์เรียบนิ่ง ไร้คลื่นอารมณ์ใดๆ ชวนให้รู้สึกหนับหน่วงในอก "รอยเท้านั้นอาจจะเป็นของคนงานก่อสร้างเมื่อวานซืน หรืออาจจะเป็นของตัวคุณเองที่เพิ่งเดินย่ำลงไปเมื่อครู่โดยไม่รู้ตัว วิทยาศาสตร์ไม่เชื่อเรื่อง 'เซนส์' ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ผู้ผ่านศึกมาโชกโชนหรอกนะครับ มันเชื่อแต่หลักฐานทางกายภาพที่พิสูจน์ได้"
ปราบหันขวับมามองแพทย์นิติเวชสาว แววตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธที่ถูกท้าทายตรรกะในแบบฉบับของเขา เขาขยับเข้าประชิดเธอทีละน้อยจนระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวเขาผสมผสานกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจากตัวเธอ สร้างบรรยากาศที่คุกรุ่นและอันตราย
"คุณมองเห็นแค่รอยแผลเป็นตัวเลขและชิ้นNerdของสารเคมี รวินันท์... แต่คุณไม่เคยเห็นเงาของมันที่กำลังยืนมองเราอยู่ตรงนี้เลย" ปราบกดเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับกรอบหน้าของเธอ "ฆาตกรไม่ได้ทิ้งแค่ดีเอ็นเอ แต่มันกำลังเล่นสงครามประสาทกับความเย็นชาของคุณอยู่ต่างหาก เซนส์ของผมบอกว่ามันกำลังดูเราผ่านกล้องวงจรปิดตัวไหนสักตัวในรัศมีร้อยเมตรนี้ และถ้าเรายังมัวแต่ก้มหน้าเก็บเศษเนื้อเยื่อตามตำรา คุณจะไม่มีวันตามทันมันหรอก"
รวินันท์เงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ไม่มีอาการหวาดหวั่นหรือหลบสายตา ความนิ่งสนิทในดวงตาคู่สวยนั้นเปรียบเสมือนกำแพงน้ำแข็งที่พร้อมจะแช่แข็งทุกความเร่าร้อนของนายตำรวจหนุ่ม
"ถ้าสัญชาตญาณของคุณแม่นยำขนาดนั้น ทำไมเมื่อสามปีก่อน คุณถึงปล่อยให้คนที่คุณรักที่สุดกลายเป็นศพอยู่บนโต๊ะผ่าศพของดิฉันด้วยล่ะครับ?"
คำพูดนั้นพุ่งเข้าปักกลางใจปราบราวกับลูกศอาบยาพิษ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกดูดออกไปจนหมดสิ้น กล้ามเนื้อกรามของสารวัตรหนุ่มขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน มือหนากำหมัดเข้าหาตัวช้าๆ เพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ดิบเถื่อนที่กำลังปะทุขึ้นในอก ความล้มเหลวในอดีต ภาพรอยเลือดและร่างที่ไร้ลมหายใจของผู้หญิงคนนั้นผุดวาบขึ้นมาในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก
รวินันท์เบือนสายตากลับไปมองศพตรงหน้า เธอหยิบเครื่องมือวัดอุณหภูมิร่างกายขึ้นมาจดบันทึกตัวเลขลงในแท็บเล็ตด้วยท่าทางที่ดูไร้หัวใจยิ่งกว่าเดิม โดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายกำลังยืนหายใจหอบกระชั้นด้วยความโกรธเกรี้ยว
"ความโกรธไม่ได้ทำให้คุณฉลาดขึ้น สารวัตร" เธอกล่าวต่อโดยไม่มองหน้า "และเซนส์ของคุณก็เป็นแค่กลไกการป้องกันตัวเองของสมองที่พยายามหาความหมายในความไร้ระเบียบของฆาตกรรม... ดูนี่สิครับ"
เธอใช้วัสดุเขี่ยบางอย่างออกจากซอกเล็บของเหยื่อ เผยให้เห็นเศษกระดาษชิ้นเล็กๆ ที่ถูกพับไว้อย่างประณีตซ่อนอยู่ภายใน
ปราบชะงัก ความโกรธถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณนักล่าทันที เขาก้มลงมองเศษกระดาษชิ้นนั้นด้วยความสนใจ รวินันท์ใช้ปลายคีบหยิบมันขึ้นมาอย่างระมัดระวังก่อนจะคลี่ออกภายใต้แสงไฟฉาย
บนกระดาษสีขาวสะอาด มีลายมือเขียนด้วยหมึกสีดำสนิท เป็นตัวเลขพิกัดจีพีเอสชุดหนึ่ง... และข้อความสั้นๆ ที่ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกึกลงพร้อมกัน
*'[พิกัดถัดไป... อยู่ใต้เท้าของพวกคุณเอง]'*
ยังไม่ทันที่ปราบจะได้เอ่ยปากสั่งการ เสียงฝีเท้าฝีหนึ่งก็ดังขึ้นแว่วๆ จากชั้นใต้ดินของโกดังร้าง เสียงนั้นก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า สม่ำเสมอ และเปี่ยมไปด้วยเจตนาคุกคามราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังของระเบิดเวลา
พื้นคอนกรีตใต้รองเท้าของพวกเขาสั่นสะเทือนเบาๆ พร้อมกับที่หลอดไฟนีออนดวงสุดท้ายเหนือหัวกะพริบถี่รัวสามครั้งก่อนจะดับวูบลงสนิท ทิ้งให้ทั้งคู่จมดิ่งอยู่ในความมืดมิดที่มีเพียงแสงไฟฉายสลัวคอยนำทาง และบางสิ่ง... หรือบางคนที่กำลังก้าวขึ้นมาจากความมืดเบื้องล่างอย่างเงียบเชียบ
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
***
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในความมืดนี้ด้วยกันนะครับ*
เงาสลักในคดีฆกรรมกับนักนิติวิทยาศาสตร์ผู้ไร้หัวใจ•ตอนที่ 3
ตรรกะกับสัญชาตญาณ
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสลักในคดีฆกรรมกับนักนิติวิทยาศาสตร์ผู้ไร้หัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!