"อุ๊ย ดูเหมือนว่าฉันจะมาขัดจังหวะดินเนอร์ใต้แสงเทียน... เอ้ย ใต้แสงไฟนีออนสว่างจ้าของไซท์งานเข้าซะแล้วสิคะเนี่ย"
เสียงใสของพายดังขึ้นแทรกกลางความเงียบงันที่กำลังก่อตัวเป็นคลื่นความร้อนระอุระหว่างคนทั้งคู่ รอยยิ้มกรุ้มกริ่มชนิดที่เรียกว่ารู้ทันทุกย่างก้าวฉาบอยู่บนใบหน้าเพื่อนสนิทตัวดี สายตาซุกซนกวาดมองคนทั้งสองที่ยืนแนบชิดกันจนแทบจะรวมร่าง แถมใบหน้าของสถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบยังแดงก่ำผิดวิสัย ทำเอาคีย์ถึงกับหน้าเสีย รีบก้าวถอยหลังออกห่างจากมินตราสามก้าวถ้วนราวกับโดนไฟลวก ส่วนมินตราเองก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจกับจังหวะนรกที่เข้ามาขัดจังหวะความฟินแบบพอดิบพอดี!
ให้ตายสิ ยัยพายนะยัยพายโผล่มาได้ถูกจังหวะเสียจนเธออยากจะเอาแปลนบ้านม้วนตีหัวเพื่อนรักสักทีสองทีเพื่อเป็นการเรียกสติ
"เธอตาฝาดไปแล้วพาย ฉันแค่... สะดุดท่อพีวีซีตรงนี้พอดี นายธันวาเขาก็แค่มีน้ำใจตามประปาสถาปนิกผู้ทรงเกียรติ ยื่นมือเข้ามาช่วยพยุงไม่ให้ฉันล้มหัวฟาดพื้นจนสมองเสื่อมไปซะก่อนก็เท่านั้น" มินตราแก้ตัวเสียงสูง กลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหูด้วยการเชิดคางขึ้นเล็กน้อย พยายามดึงมาดอินทีเรียดีไซน์เนอร์สาวผู้มั่นใจในตัวเองกลับคืนมาให้เร็วที่สุด
"หึ สะดุดท่อ? ข้ออ้างฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลยนะคะคุณมินตรา หน้าแดงซะขนาดนั้น นึกว่าเขินจนเลือดสูบฉีดซะอีก" พายหรี่ตามองอย่างรู้ทัน ก่อนจะหัวเราะคิกคักชอบใจที่ได้เห็นภาพประวัติศาสตร์—ภาพที่สถาปนิกหนุ่มมา A มาดนิ่ง ปากร้ายระดับพริกขี้หนูสวนอย่างคีย์ ธันวา กำลังยืนกุมมือตัวเองแก้เก้อ ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด
คีย์กระแอมไอออกมาเบาๆ สองครั้งเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและความน่าเกรงขามในฐานะหัวหน้าโปรเจกต์ นิ้วเรียวยาวจัดปกเสื้อเชิ้ตสีเข้มให้เข้าที่เข้าทางอย่างรวดเร็ว ก่อนจะปรับน้ำเสียงให้กลับมาเรียบนิ่งเยือกเย็นตามสไตล์ถนัด แม้ว่าดวงตาคมกริบจะยังแอบเหลือบมองเจ้าของร่างบางที่ยืนอยู่ข้างๆ แวบหนึ่งก็ตาม
"ถ้าเล่นสนุกกันพอแล้ว ก็ช่วยไสมือไสไม้กลับไปตรวจหน้างานในส่วนของตัวเองให้เรียบร้อยด้วยค่ะ คุณพาย เวลาพักเที่ยงหมดลงไปตั้งแต่สิบนาทีที่แล้ว หรือว่าสมองส่วนการบริหารจัดการเวลาของคุณจะมีปัญหาเหมือนกับงานบล็อกเกอร์ผนังห้องครัวที่แก้มาสามรอบแล้วยังไม่ผ่านกันแน่ครับ"
คีย์สวนกลับด้วยน้ำเสียงเชือดเฉือนตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว แต่รอบนี้ความคมคายกลับเจือด้วยความรวนเรเล็กน้อยอย่างที่เจ้าตัวก็คงไม่ทันรู้ตัว
มินตราแอบเบะปากหมั่นไส้กับความปากแข็งระดับสתิบล้อของพ่อสถาปนิกหนุ่ม ปากร้ายไม่เคยเปลี่ยน สมเป็นคีย์ ธันวา คนเดิมเพิ่มเติมคือหน้าแดงได้ด้วยนะยะ
"ปากดีจริงนะคะคุณธันวา ระวังเถอะ... ปากแบบนี้แหละที่จะพาตัวเองตกหลุมรักคนอื่นเข้าสักวัน" พายลอยหน้าลอยตาตอบกลับอย่างไม่มีย่อท้อ ก่อนจะหันมาส่งซิกขยิบตาให้มินตราทีหนึ่งแล้วเดินเลี่ยงหายเข้าไปในโซนห้องนั่งเล่น ปล่อยให้คนทั้งสองยืนอยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่หลงเหลือร่องรอยความไหวหวั่นเมื่อครู่เอาไว้
ความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความอึดอัดแบบก่อนหน้านี้ มันเป็นความเงียบที่มีแรงดึงดูดประหลาดคั่นกลางระหว่างกัน มินตราก้มลงมองกระดาษสเก็ตช์ในมือที่เธอเป็นคนออกแบบโครงสร้างบิวต์อินตู้หนังสือชนเพดาน ซึ่งเป็นจุดที่ทั้งคู่เพิ่งจะเถียงกันคอเป็นเอ็นก่อนที่เหตุการณ์ชวนใจเต้นเมื่อครู่จะเกิดขึ้น
"นี่..." มินตราเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความจริงจัง "เรื่องดีเทลรอยต่อไม้ตรงผนังห้องทำงาน... ฉันยอมรับก็ได้ว่าไอเดียที่คุณเสนอเมื่อกี้ มันใช้งานได้จริงและเนี้ยบกว่าที่ฉันคิดไว้ตอนแรก"
คำสารภาพกลายๆ จากอินทีเรียสาวหัวรั้นทำเอาคีย์ถึงกับชะงัก ดวงตาคมหันขวับมามองเจ้าของร่างบางด้วยความประหลาดใจ ปกติแล้วหญิงสาวตรงหน้าไม่มีทางยอมรับอะไื่อง่ายๆ แบบนี้ เธอเป็นพวกหัวดื้อที่พร้อมจะเถียงหัวชนฝาเพื่อปกป้องงานดีไซน์ของตัวเองเสมอ แต่วันนี้... เธอกลับยอมรับฝีมือเขาอย่างหน้าตาเฉย
"พูดใหม่อีกทีซิครับ เมื่อกี้หูผมฝาดไปหรือเปล่า" คีย์เลิกคิ้วสูง รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเยาะเย้ยถางถางเหมือนทุกที แต่เป็นความรู้สึกพึงพอใจที่ลึกซึ้งจนคนมองใจกระตุก
"อย่ามาทำเป็นหูทวนลมนะคะ ฉันพูดครั้งเดียว และจะไม่พูดซ้ำรอบสองเด็ดขาด!" มินตราค้อนขวับ ใบหน้าหวานงอง้ำกลบเกลื่อนความเขินอายที่ตีรวนขึ้นมาอีกรอบ "แค่ยอมรับว่าคุณเก่งเรื่องโครงสร้างก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะยอมสยบให้คุณไปซะทุกเรื่องหรอกนะยะ"
"แต่คุณก็เพิ่งชมผม... ทางอ้อม" คีย์ก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวเขา ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับผิวแก้มของมินตราจนเธอต้องผถอยหลังกรูดแต่วันนี้แผ่นหลังดันไปชนเข้ากับผนังปูนฉาบเรียบเสียแล้ว "จริงไหมครับ... คุณอินทีเรียดีไซน์เนอร์"
"ถอยไปเลยนะคุณธันวา! ใกล้เกินไปแล้ว!" มินตรายกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาเอาไว้ แต่มือเจ้ากรรมดันสั่นระริกจนน่าขายหน้า สัมผัสได้ถึงมัดกล้ามเนื้อใต้ร่มผ้าที่แน่นกระชับและจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วไม่แพ้กัน
"ทำไมล่ะครับ กลัวว่าหัวใจตัวเองจะเต้นดังจนผมได้ยินหรือไง" น้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนั้นเจือความเย้าแหย่ที่ทรงพลังเกินกว่าจะต้านทาน ไดอะล็อกหยิกแกมหยอกที่เคยมีแต่ความแสบคัน บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นกระแสความอบอุ่นที่ซึมลึกเข้าสู่ก้นบึ้งของหัวใจ
มินตราเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนคนฉวยโอกาส แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับทรยศด้วยการเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอไม่เคยรู้สึกพ่ายแพ้ต่อใครหน้าไหน ทว่าต่อหน้าสถาปนิกปากจัดคนนี้ เธอกลับสูญเสียการควบคุมไปทีละนิดอย่างน่าหงุดหงิด
"ฉันไม่ได้กลัว... แต่ฉันแค่มองไม่เห็นความจำเป็นที่คุณจะต้องมาหายใจรดต้นคอฉันต่างหากเล่า!"
"แต่ผมเห็นความจำเป็นนะ..." คีย์โน้มใบหน้าลงมาอีกนิด ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่างที่เธอซ่อนไว้ "ความจำเป็นที่ผมต้องพิสูจน์ให้คุณเห็นว่า... นอกจากเรื่องงานแล้ว ผมยังเก่งเรื่องอื่นอีกเยอะ"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ชั่วขณะ เสียงฝีปากของคนงานก่อสร้างด้านนอกเลือนหายไป เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่สอดประสานกันอย่างลงตัว รอยร้าวแห่งความไม่เข้าใจที่เคยมีค่อยๆ สมานเข้าหากันทีละนิด ผ่านสายตาที่เริ่มเปิดใจยอมรับในตัวตนของกันและกันอย่างแท้จริง
ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันและระยะห่างระหว่างริมฝีปากเหลือเพียงแค่คืบเดียว—
"อุ๊ย ตายจริง! ฉันลืมหยิบตลับเมตรอันโปรดไว้ตรงนี้... เอ๊ะ หรือว่าวางไว้ในห้องน้ำนะ?"
เสียงแหลมสูงของพายดังแทรกขึ้นมาอีกรอบพร้อมกับการพรวดพราดเดินกลับเข้ามาในห้องโถงแบบไม่ให้สุ้มให้เสียง ทำเอาคีย์และมินตราผละออกจากกันด้วยความเร็วแสงราวกับโดนกระแสไฟฟ้าช็อต มินตราหน้าแดงก่ำรีบก้มลงหยิบกระดาษสเก็ตช์ขึ้นมาบังหน้าตัวเอง ส่วนคีย์ก็หันหลังขวับไปทำทีเป็นตรวจเช็กมุมฉากของผนังห้องด้วยท่าทางขมักเขม้นชนิดที่จริงจังจนน่าขัน
พายกอดอกมองเพื่อนสนิทและสถาปนิกหนุ่มสลับไปมาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาทั้งคู่แทบสำลักอากาศหายใจ
"อุ๊ย ขอโทษทีค่ะ พอดีฉันเป็นคนความจำสั้น แต่สายตาดีมาก... เลยบังเอิญเห็นว่าพวกคุณสองคนกำลัง 'สมานรอยร้าว' กันไปถึงไหนต่อไหนแล้วนะยะ!"
มินตราแทบอยากจะเอาหัวโขกฝาผนังให้รู้แล้วรู้รอด ส่วนคีย์ได้แต่เม้มปากแน่น ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงจัดด้วยความเขินอายที่ถูกจับได้คาหนังคาเขาเป็นรอบที่สองของวัน!
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมพลังใจให้ "เหมยฮวาแรกแย้ม" คนนี้เสมอนะคะ
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากดี•ตอนที่ 10
รอยร้าวที่เริ่มสมาน
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!