“ถ้าคุณยังเอาแต่จ้องหน้าฉันด้วยสายตาเหมือนอยากจะจับฉันฉีกเป็นชิ้น ๆ แบบนั้น ฉันจะคิดว่าคุณแอบหลงเสน่ห์ความสวยของอินทีเรียคนนี้เข้าแล้วจริง ๆ นะคะคุณสถาปนิก”
เสียงหวานใสที่เจือแววเย้าแหย่ดังขึ้นทำลายความเงียบอันน่าอึดอัดภายในห้องประชุมร่างโปร่งของมินตราขยับถอยหลังเล็กน้อยเพื่อเว้นระยะห่าง แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหล่อเหลาที่บึ้งตึงเป็นเอกลักษณ์ของคีย์ ธันวาอย่างไม่เกรงกลัว
สถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน แฟนตาซีการทำงานร่วมกันที่เขาเคยคาดหวังไว้ว่ามันจะต้องราบรื่นไร้ที่ติ บัดนี้มันพังทลายลงไม่เป็นท่าตั้งแต่ที่ยัยตัวแสบคนนี้ก้าวเข้ามาในชีวิต และที่แย่ไปกว่านั้นคือ หัวใจเจ้ากรรมดันทรยศเขาด้วยการเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่เธอเข้ามาอยู่ใกล้ในระยะประชิด
“หลงเสน่ห์เหรอ? ฝันไปเถอะมินตรา คนอย่างคีย์ ธันวาไม่มีทางเอาเวลาชีวิตมาสิ้นเปลืองกับรสนิยมการแต่งห้องฉูดฉาดแบบลิเกคณะปานหรอกนะ” คีย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเย่อหยิ่งและคมกริบถูกงัดออกมาใช้เพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู
“โอ๊ะ! ลิเกเลยเหรอคะ? เมื่อกี้ยังบอกว่าโทนสีนี้ดูมีมิติและกล้าหาญอยู่เลยไม่ใช่หรือไง หรือว่าสมองของสถาปนิกชื่อดังเริ่มมีความจำเสื่อมถอยตามอายุแล้วคะเนี่ย” มินตราเอียงคอมองอย่างน่าหมั่นไส้ นิเรียวเรียวเคาะลงบนแท็บเล็ตในมือเบา ๆ เป็นจังหวะ เธอย่อมไม่ปล่อยให้เขาได้ถือไพ่เหนือกว่าอยู่ฝ่ายเดียวแน่นอน
คีย์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์ที่กำลังพุ่งพล่าน ดวงตาคมกราบกรานมองสำรวจร่างบางในชุดสูทเข้ารูปที่สะท้อนความมั่นใจออกมาทุกกระเบียดนิ้ว จริงอยู่ที่เขาปากร้ายและมักจะหาเรื่องติโน่นตานี่เพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกแปลกประหลาด แต่วินาทีนี้... ยอมรับก็ได้ว่ารอยยิ้มมุมปากที่เธอมักจะใช้ท้าทายเขามัน... มันช่างน่ามองจนน่าหงุดหงิดชะมัด
“ผมไม่ได้ความจำเสื่อม แต่ผมแค่กำลังรำคาญคนพูดมากที่ชอบทำตัวเก่งเกินหน้าที่ต่างหากเล่า!” เขาเผลอตวดย้อนกลับไปเสียงดัง พร้อมกับก้าวเท้าเข้าประชิดตัวเธอโดยไม่ทันยั้งคิด
มินตราผะหนีบถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องกระจกเย็นเฉียบ ความสูงของเขาที่ทาบทับลงมาทำให้บรรยากาศรอบตัวแคบลงถนัดตา สบตากันในระยะใกล้ชิดเพียงแค่คืบ จนเธอได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางที่ผสมผสานกับกลิ่นอายความดุดันเฉพาะตัวของเขา หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระหน่ำรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก แต่มินตราก็ยังคงเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาคู่สวยฉายแววท้าทายไม่ยอมแพ้
“ถ้าฉันเก่งเกินหน้าที่ แล้วคุณจะมายืนหายใจรดต้นคอฉันใกล้ ๆ แบบนี้ทำไมล่ะคะ หรือว่า... กลัวฉันหนีหายไปไหน?” เธอแกล้งกระเซ้าด้วยน้ำเสียงกระซิบพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่กว้างของเขาโดยตั้งใจ
คีย์ชะงักกึก ดวงตาคมกริบกวาดมองพวงแก้มใสที่ขึ้นสีเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ ภาพของหญิงสาวตรงหน้าในยามที่ดวงตาสุกใสเป็นประกายท้าทาย มันช่าง... สวยหยาดเยิ้มจนน่าจับมาตีให้หายดื้อนัก สติที่เคยควบคุมได้เป็นอย่างดีพังทลายลงในเสี้ยววินาที ความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ในอกมันเรียกร้องให้เขาต้องพูดอะไรบางอย่างออกไปเพื่อหยุดรอยยิ้มร้ายกาจนั่น
“ก็เพราะว่า... รอยยิ้มมั่นหน้าของคุณเวลานี้ มัน... มันน่ามองจนละสายตาไม่ได้ต่างหากล่ะ!”
สิ้นคำพูดนั้น ความเงียบงันราวกับถูกแช่แข็งก็เข้าปกคลุมทั่วทั้งห้องประชุมทันที
คีย์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขาเพิ่งจะพูดอะไรออกไปวะเนี่ย! สถาปนิกหนุ่มรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองราวกับอยากจะกลืนคำพูดเมื่อครู่กลับลงไปในท้อง ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเย่อหยิ่งบัดนี้เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำลามไปจนถึงต้นคอ ความร้อนพุ่งพล่านจนแทบระเบิด
ส่วนมินตราถึงกับนิ่งค้าง เปลือกตาพริบปริบ ๆ สมองที่เคยประมวลผลได้อย่างรวดเร็วกลับว่างเปล่าไปชั่วขณะ เธอจ้องมองผู้ชายปากร้ายตรงหน้าที่กำลังแสดงอาการลนลานเหมือนเด็กทำ
รอยยิ้มหวานหยดถูกจุดขึ้นที่มุมปากของอินทีเรียสาวทันทีที่ตั้งสติได้ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบไม่เป็นจังหวะ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนปากแข็ง... มันมีอานุภาพทำลายล้างความรู้สึกนึกคิดของเธอได้ราบคาบขนาดนี้เชียวหรือ
“อ๋อ... เมื่อกี้คุณสถาปนิกพูดว่าอะไรนะคะ? พูดใหม่อีกรอบให้ฉันชื่นใจหน่อยสิคะ” มินตราแกล้งขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยความสนุกสนานที่ได้เห็นคนปากแข็งเสียอาการเป็นครั้งแรก
“เปล่า! ผมไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น คุณหูฝาดไปเองยัยตัวแสบ ถอยไปนะ!” คีย์รีบปฏิเสธเสียงแข็ง ใบหน้าแดงเถือกด้วยความเขินอายขั้นสุด เขายกมือขึ้นดันไหล่บางออกห่างแล้วทำท่าจะหมุนตัวหนีเพื่อซ่อนความรู้สึกที่พรั่งพรู
ทว่า... ก่อนที่สถาปนิกหนุ่มจะได้ก้าวเท้าหนีความจริงอันน่าอับอาย
*แอ๊ด...*
เสียงเปิดประตูห้องประชุมดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างบางในชุดเดรสสีสดใสที่เดินถือแฟ้มเอกสารเข้ามาอย่างไร้มารยาท
“อุ๊ย! ฉันไม่ได้เข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญใช่ไหมพอดีประตูมันไม่ได้ล็อกอ่ะนะ... เพื่อนรัก!”
เสียงใสของพายเอ่ยทักขึ้นด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม สายตาซุกซนกวาดมองคนทั้งสองที่ยืนแนบชิดกันจนแทบจะรวมร่างแถมใบหน้าของสถาปนิกหนุ่มยังแดงก่ำผิดวิสัย ทำเอาคีย์ถึงกับหน้าเสีย ส่วนมินตราก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจกับจังหวะนรกที่เข้ามาขัดจังหวะความฟินแบบพอดิบพอดี!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนฟินไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากดี•ตอนที่ 9
คำสารภาพของคนปากแข็ง
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!