เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากดี•ตอนที่ 8

ความลับในแบบร่าง

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
“อุ๊ย! ขอโทษทีค่ะทุกคน... พอดีฉันลืมโทรศัพท์มือถือไว้บนโต๊ะ... เอ๊ะ! ฉันเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญรึเปล่าคะเนี่ย?” เสียงแหลมสูงของพายที่จงใจลากเสียงยาวอย่างมีเลศนัยดังแทรกเข้ามาในความเงียบงัน ทำลายบรรยากาศตึงเครียดระคนหวานล้ำที่เพิ่งก่อตัวขึ้นเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้าได้อย่างราบคาบ มินตราสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าที่กลางสันหลัง เธอกระโดดถอยหลังกรูดจนเกือบสะดุดขาโต๊ะทำงานของตัวเอง ใบหน้าที่เคยเรียบเนียนบัดนี้ร้อนผ่าวลามเลียไปถึงใบหูและลำ颈 สีแดงจัดแต่งแต้มพวงแก้มจนไม่ต้องอาศัยบลัชออนแม้แต่น้อย ให้ตายเถอะ! ยัยเพื่อนตัวดีโผล่มาถูกจังหวะเสียจนเธอนึกอยากจะมุดแผ่นดินหนีเสียให้พ้น มินตราบดริมฝีปากเข้าหากันแน่นด้วยความขัดเขิน ดวงตากลมโตตวัดมองคีย์ ธันวา ที่ยังคงยืนนิ่งสนิทอยู่ที่เดิม สถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี้ยบและปากจัดไม่มีใครเกิน ไร้ซึ่งร่องรอยความตื่นตระหนกใด ๆ บนใบหน้าคมคายนั้น ทว่าหากสังเกตให้ดี... สันกรามที่ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน กับปลายนิ้วเรียวยาวที่กำดินสอในมือแน่นจนข้อต่องอขาว ก็เพียงพอที่จะบอกให้รู้ว่าเขาไม่ได้ใจเย็นอย่างที่พยายามแสดงออกเลยสักนิด “เปล่า... ไม่มีอะไร” คีย์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแหบพร่ากว่าปกติเล็กน้อย เขาเบือนสายตาคมกริบออกจากใบหน้าของมินตรา ช้า ๆ ราวกับต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการบังคับกล้ามเนื้อคอ ก่อนจะปรายตามองพายที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยรอยยิ้มเจ้าเลعة “ถ้าเอาโทรศัพท์ได้แล้ว ก็ช่วยกรุณาพาเพื่อนเธอออกไปจากห้องนี้สักที พื้นที่ตรงนี้มันสำหรับคนทำงาน ไม่ใช่สนามเด็กเล่น” “แหม คุณคีย์คะ แค่เข้ามาหยิบมือถือเอง ทำเป็นหวงพื้นที่ไปได้ หรือว่า...” พายลากเสียงสูงพลางกวาดสายตากลมกลิ้งไปมาระหว่างร่างของเพื่อนรักกับสถาปนิกหนุ่ม “ฉันเข้ามาเห็นตอนที่พวกคุณกำลัง ‘ปรึกษางาน’ แบบแนบชิดเกินความจำเป็นเข้าพอดี หูย... งานอินทีเรียกับสถาปัตยกรรมนี่เขาต้องใช้ระยะห่างใกล้ชิดขนาดนี้เลยเหรอคะเนี่ย มินตรา หน้าเธอแดงเป็นลูกตำลึงสุกแล้วนะยะ” “พาย! แกเงียบปากไปเลยนะ!” มินตราชี้หน้าคาดโทษเพื่อนสนิท ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นไปอีกเท่าตัวเมื่อถูกจี้ใจดำ เธอรีบสาวเท้าเข้าไปคว้าแขนพายแล้วออกแรงดึงสุดกำลัง “กลับโต๊ะแกไปเลยนะ ไป! อย่ามาเพ้อเจ้อแถวนี้ งานการไม่มีทำรึไงยะ” “โอ๊ะ ๆ ๆ มือไม้อ่อนจังนะยะ ร้อนตัวแบบนี้แสดงว่ามีมูลล่ะสิ ฮ่า ๆ” พายหัวesคิกคักอย่างชอบใจ ยอมปล่อยให้เพื่อนลากถอยหลังออกไปจากห้องแต่โดยดี แต่ไม่วายหันไปส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้เจ้าของห้อง “ขอตัวก่อนนะคะคุณคีย์ เชิญ ‘ปรึกษางาน’ กันต่อตามสบายเลยค่ะ ทางนี้ไม่กวนแล้วค่า!” ปัง! ประตูห้องทำงานถูกปิดลงเบา ๆ แต่เสียงหัวingคิกคักของพายยังคงแว่วลอดเข้ามาในโสตประสาท มินตราอยากจะเอาหัวโขกผนังห้องให้รู้แล้วรู้รอด เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าร่าง ก่อนจะค่อย ๆ หันกลับไปเผชิญหน้ากับร่างสูงที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม ทว่า บรรยากาศภายในห้องกลับไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว คีย์ไม่ได้หยิบไม้บรรทัดสเกลขึ้นมาถือแก้เก้อเหมือนทุกที ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอกทิ้งน้ำหนักพิงสะโพกกับขอบโต๊ะทำงาน ดวงตาคู่คมที่มักจะฉายแววดุและเย่อหยิ่งอยู่เสมอกำลังทอดมองมาที่เธอด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก มันไม่ใช่แววตาดุร้ายยามที่เขาคอยจับผิดผลงานการออกแบบของเธอ และไม่ใช่รอยยิ้มเยาะยวนประสาทที่เธอคุ้นเคย... แต่มันคือความนิ่งงัน ลุ่มลึก และเต็มไปด้วยแรงดึงดูดบางเบาที่ทำเอาลมหายใจของมินตราสะดุดกึก “เพื่อนเธอนี่... ปากดีไม่แพ้เธอเลยสักนิด” คีย์เปิดบทสนทนาขึ้นมาก่อน น้ำเสียงของเขาเจือแววขบขันจาง ๆ ทว่าดวงตายังคงจ้องตรงมาที่เธอราวกับจะสำรวจร่องรอยความเขินอายบนใบหน้า “พายก็เป็นคนแบบนั้นแหละค่ะ... ชอบคิดไปเรื่อยเปื่อย” มินตราเสมองไปทางอื่น หลบเลี่ยงดวงตาราวกับจะกลืนกินคู่นั้น เธอก้มลงหยิบแท็บเล็ตบนโต๊ะขึ้นมาถือไว้แน่นเพื่อเป็นเกราะกำบัง “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวกลับไปเคลียร์แบบแปลนต่อนะคะ” “เดี๋ยวก่อน” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยรั้งไว้ทำให้ฝ่าเท้าที่กำลังจะก้าวถอยหลังต้องหยุดชะงัก มินตราเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างระแวงระวัง “มีอะไรอีกคะ? หรือจะให้ฉันแก้แบบห้องนั่งเล่นตรงไหนรีเควสต์มาได้เลยค่ะ พร้อมน้อมรับบัญชาจากท่านสถาปนิกผู้ทรงเกียรติอยู่แล้ว” ประโยคประชดประชันถูกพ่นออกไปตามความเคยชินเพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวในอก ทว่าคีย์กลับไม่ได้แสดงอาการหงุดหงิดใส่เหมือนทุกครั้ง ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาใกล้เธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคง จนมินตราต้องถอยหลังโดยอัตโนมัติจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานด้านหลัง พื้นที่ระหว่างเขากับเธอกลับมาแคบลงอีกครั้ง... กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมผสานกับกลิ่นกระดาษและกาแฟคั่วบดลอยเข้าแตะจมูก ปลุกเร้าความทรงจำจากสัมผัสใกล้ชิดเมื่อครู่ให้กลับมาวาดลวดลายในใจอีกรอบ คีย์หยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่เอื้อมมือ ดวงตาคมกริบก้มลงมองหน้าเธอนิ่งนาน ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักคำพูดบางอย่างในใจ ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะขยับเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าปกติจนเธอเกือบคิดว่าตัวเองหูฝาดไป “เรื่องแบบแปลน... เธอทำได้ดีแล้ว” มินตรากะพริบตาปริบ ๆ สมองที่เคยประมวลผลได้อย่างรวดเร็วกลับชะงักงันไปชั่วขณะ “คะ? คุณว่าอะไรนะ?” “ฉันบอกว่า แบบแปลนที่เธอแก้มาล่าสุด... ใช้ได้” คีย์ถอนหายใจเบา ๆ คล้ายคนจำยอมจำนนต่อความจริงบางอย่าง เขายกมือขึ้นเสยผมสีเข้มที่ตกลงมาปรกหน้าผากเล็กน้อย ท่าทางนั้นช่างดูเป็นธรรมชาติและเปี่ยมด้วยเสน่ห์จนหัวใจของคนมองกระตุกวูบ “รายละเอียดการจัดวางพื้นที่สอดรับกับโครงสร้างที่ฉันออกแบบไว้ได้อย่างลงตัว... ยอมรับก็ได้ ว่าเธอมีฝีมือพอตัว ไม่ใช่ดีแต่ปากอย่างที่ฉันเคยคิด” คำชม... จากปากคีย์ ธันวาเนี่ยนะ? ผู้ชายที่ขึ้นชื่อเรื่องการติเตียนผลงานคนอื่นราวดินสอขึ้นสนิม ผู้ชายที่ไม่เคยเอ่ยปากชมใครก่อนหากไม่สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ บัดนี้กำลังยืนยอมรับความสามารถของเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่เจือแววชื่นชมจาง ๆ มินตราอ้าปากค้างเล็กน้อย เธอมองสำรวจใบหน้าคมคายนั้นเพื่อหาเค้าลางของการล้อเล่นหรือประชดประชัน ทว่าในดวงตาสีนิลคู่นั้นกลับมีแต่ความจริงจังและความจริงใจที่ฉายชัดจนเธอตั้งรับไม่ถูก “คุณ... ไม่สบายรึเปล่าคะเนี่ย?” มินตราอดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซะด้วยความประหม่า เธอยื่นมือออกไปทำท่าจะแตะหน้าผากเขา “หรือว่าโดนแดดเลียหัวตอนเดินตรวจไซต์งานเมื่อเช้า สมองเลยกระทบกระเทือน?” คีย์คว้าข้อมือเรียวเล็กนั้นไว้ได้ทันก่อนที่ปลายนิ้วเธอจะสัมผัสโดนผิวเขา แรงบีบที่ข้อมือไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ ทว่ามั่นคงและอบอุ่นจนน่าประหลาด ฝ่ามือใหญ่ของเขากุมข้อมือเธอไว้หลวม ๆ ทว่ากลับถ่ายทอดไออุ่นซ่านเข้ามาถึงหัวใจ “ฉันปกติสุขดี มินตรา” คีย์ก้มหน้าลงมามองเธอใกล้ขึ้น จนลมหายใจอุ่น ๆ รินรดอยู่เหนือปลายจมูก “หรือเธอชอบให้ฉันด่าเธอทุกวันมากกว่า ถึงได้ทำหน้าเหมือนคนทำอะไรไม่ถูกแบบนี้หึ?” “ใครชอบให้คุณด่ากันล่ะ!” มินตราฮึดฮัด ขยับข้อมือหมายจะดึงกลับ แต่คนตัวโตกลับไม่มีทีท่าว่าจะยอมปล่อยแต่อย่างใด “ปล่อยมือฉันได้แล้วค่ะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าอีก พายมันเอาไปเม้าท์มอยลั่นออฟฟิศแน่ ๆ” “ก็ปล่อยให้มันเม้าท์ไปสิ ฉันกลัวที่ไหน” คีย์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ที่กลับมาเยือนอีกครั้ง “อีกอย่าง... ฉันไม่ได้ใจดีกับทุกคนหรอกนะ เธอก็น่าจะรู้ดีที่สุด” ประโยคนั้น... น้ำเสียงทุ้มพร่ากับสายตาที่สื่อความหมายลึกซึ้งเกินกว่าเจ้านายกับลูกน้อง ทำให้หัวใจของมินตราเต้นรัวระรัวราวกับตีกลองเพล เธอนิ่งงันไป มองสบตากับสถาปนิกหนุ่มปากร้ายที่ในยามนี้กลับกลายเป็นคนที่ขโมยจังหวะการเต้นของหัวใจเธอไปเสียดื้อ ๆ ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกกลบฝังไว้ใต้ชั้นความเกรี้ยวกราดและคารมเชือดเฉือนกำลังเติบโตขึ้นอย่างเงียบงัน... ในพื้นที่เล็ก ๆ ระหว่างแบบร่างสถาปัตยกรรมและหัวใจที่เริ่มสั่นคลอน “ถ้า... ถ้าตรวจงานเสร็จแล้ว งั้นฉันขอตัวไปทำงานต่อนะคะ” มินตราเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก พยายามเบี่ยงสายตาหนีความอบอุ่นจากฝ่ามือที่ยังคงกุมข้อมือเธอไว้ “เดี๋ยวก่อนสิ” คีย์รั้งเธอไว้ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอีกนิด ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจใบหน้าหวานที่กำลังขึ้นสีระเรื่อด้วยความเอ็นดูที่เจ้าตัวก็เพิ่งรู้ตัว “เย็นนี้... ว่างไหม?” มินตราเลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างแปลกใจ “ถามทำไมคะ? จะใช้งานอะไรฉันนอกเวลางานอีกรึไง ฉันไม่ทำ OT ฟรี ๆ หรอกนะบอกไว้ก่อน” “ไม่ได้ใช้งาน...” คีย์มุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มจาง ๆ รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งและทรงพลังทำลายล้างหัวใจคนมองเสียเหลือเกิน “แค่อยากชวนไปกินข้าว... ในฐานะคนออกแบบที่ทำงานร่วมกันได้ไม่แย่เท่าไหร่” คำชวนที่ฟังดูไร้ชั้นเชิงแต่น่ารักเสียจนคนฟังแทบอยากจะก้มลงกัดลิ้นตัวเองเพื่อซ่อนรอยยิ้ม มินตราเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมันสะท้อนออกมา ทว่า ก่อนที่มินตราจะได้ทันเอ่ยปากตอบรับหรือปฏิเสธ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ก๊อก ๆ ๆ! “คุณคีย์ครับ แบบแปลนโครงสร้างตึก B มีปัญหาด่วนครับ ทีมวิศวกรหน้างานโทรมาแจ้งว่า...” เสียงของหัวหน้าทีมวิศวกรดังแทรกเข้ามาพร้อมกับการผลักประตูเปิดกว้างขึ้นโดยไม่ทันรออนุญาต คีย์ชักมือกลับอย่างรวดเร็วราวกับติดสปริง สีหน้าผ่อนคลายเมื่อครู่แปรเปลี่ยนกลับมาเป็นสถาปนิกหนุ่มผู้เคร่งขรึมและจริงจังในพริบตา เขากระแอมเบา ๆ เพื่อปรับเสียงให้เป็นปกติ ก่อนจะหันไปพยักหน้ารับกับวิศวกรหนุ่มที่ยืนหน้าตาตื่นอยู่ตรงประตูก่อนจะหันกลับมามองมินตราที่ยืนตัวเกร็งอยู่ข้างโต๊ะ “เรื่องกินข้าว... เอาไว้ค่อยคุยกัน” คีย์กระซิบเสียงเบาให้ได้ยินกันแค่สองคน ทว่าดวงตาคู่นั้นยังคงทิ้งประกายความหมายลึกซึ้งไว้เบื้องหลัง ก่อนที่ร่างสูงจะหมุนตัวเดินผละไปหาทีมวิศวกรที่โต๊ะประชุมใหญ่ทันที มินตราสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมา เธอยกมือขึ้นแตะแก้มตัวเองที่ยังคงร้อนผ่าว พลางกadแท็บเล็ตในมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังตีวนอยู่ในอก... และเธอก็รู้ดีว่า ต่อจากนี้ไป การทำงานร่วมกับสถาปนิกปากร้ายคนนี้ จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความซึนของพี่คีย์กับน้องมินตราด้วยนะคะ!) — เหมยฮวาแรกแย้ม
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%