เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากดี•ตอนที่ 11

ทริปดูงานสุดป่วน

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
"ถ้าคุณยังเดินวนเป็นหนูติดจั่นอยู่ตรงนั้นอีกสามรอบ ฉันจะเอาเทปกาวมาปิดปากคุณไว้จริงๆ ด้วยนะคีย์" มินตราเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดจะหงุดหงิดเล็กน้อย นัยน์ตากลมโตตวัดมองร่างสูงโปรดของสถาปนิกหนุ่มที่กำลังเดินกลับไปกลับมาอยู่หน้าโซฟาจนพื้นไม้ลามิเนตส่งเสียงเอี๊ยดอาร์ดน่ารำคาญใจ ยิ่งคิดถึงเหตุการณ์เมื่อช่วงบ่ายที่เธอจับได้คาหนังคาเขาว่าเขายืนแอบมองเธอนั่งร่างแบบด้วยสายตาแบบไหน เธอก็ยิ่งรู้สึกร้อนผ่าวที่พวงแก้มจนต้องแกล้งทำเป็นดุกลบเกลื่อนความประหม่า คีย์ชะงักเท้ากึก สันกรามคมสันขบเข้าหากันแน่นอย่างคนเสียฟอร์ม แต่มีหรือที่คนปากจัดระดับตัวพ่อจะยอมจำนนใครง่ายๆ เขาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะพ่นลมหายใจพรืดใหญ่ออกทางจมูก "ผมไม่ได้เดินวนเพราะตื่นเต้นอะไรไร้สาระแบบที่คุณมินต์มโนไปเองหรอกนะครับ" คีย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะกระแทกกระทั้นเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยความเกร็งบนใบหน้า "แต่ผมกำลังใช้ความคิด... วิเคราะห์โครงสร้างและความเหมาะสมของห้องพักต่างหาก รีสอร์ตโปรเจกต์นี้บริษัทเราเป็นคนดูแลเรื่องมาสเตอร์แพลน แต่ทำไมฝ่ายจัดหาถึงจองห้องสวีทแบบเตียงเดี่ยวขนาดคิงไซส์ให้เราสองคนมาพักร่วมกันได้ล่ะเนี่ย มันเป็นความผิดพลาดระดับมหันต์ของทีมโลจิสติกส์ชัดๆ!" "อุ๊ย ตายจริง... โทษทีมโลจิสติกส์อีกแล้วนะคะคุณสถาปนิก" มินตราแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาเรียวสวยหรี่มองเขาอย่างรู้ทัน เธอทิ้งตัวลงนั่งไขว่ห้างบนโซฟากำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มอย่างไม่ี่เกรงกลัว ปล่อยให้ความกว้างของห้องพักสุดหรูท่ามกลางขุนเขาโอบล้อมความอึดอัดที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นทีละน้อย "ใครๆ เขาก็รู้กันทั้งบริษัทว่าคุณเป็นคนเซ็นอนุมัติรายชื่อและแปลนห้องพักของทริปดูงานครั้งนี้ด้วยตัวเองไม่ใช่เหรอคะ หรือว่าสมองอันปราดเปรื่องของสถาปนิกผู้รักความสมบูรณ์แบบ เกิดอาการ 'เบลอ' ชั่วขณะจนลืมเช็กจำนวนเตียงนอนกันแน่ล่ะคะ" คำพูดแทงใจดำนั้นทำเอาคีย์ถึงกับมุมปากกระตุก ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงจัดขึ้นมาอีกรอบอย่างห้ามไม่อยู่ ความจริงที่เถียงไม่ออกทำให้เขาต้องเบือนหน้าหนีไปมองวิวนอกกระจกใสบานใหญ่แทน ภาพทิวสนต้องสายหมอกยามเย็นช่างดูเงียบสงบสวนทางกับจังหวะหัวใจของเขาที่กำลังเต้นโครมครามอยู่ในอกอย่างสิ้นเชิง ความจริงแล้ว... เขาตั้งใจเลือกห้องนี้เองต่างหาก ตอนที่ฝ่ายจัดส่งแปลนมาให้ตรวจสอบ ดวงตาของเขาไปสะดุดกับคำว่า 'ห้องสวีทวิวเขาคู่รัก' เข้าโดยบังเอิญ แทนที่จะสั่งให้เปลี่ยนเป็นห้องเตียงคู่ตามระเบียบปฏิบัติทั่วไป สมองส่วนลึกที่ถูกครอบงำด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่ออกจากปาก กลับสั่งการให้เขาพยักหน้าอนุมัติอย่างไร้เหตุผล และตอนนี้ ความไร้เหตุผลนั้นก็กำลังย้อนกลับมาลงโทษเขา ให้ต้องมาติดแหง็กอยู่กับยัยอินทีเรียร์ปากร้ายในห้องสี่เหลี่ยมแค่นี้... ตามลำพัง "ผมแค่... ตรวจสอบไม่ละเอียดเองต่างหากล่ะครับ อย่าสำคัญตัวผิดไปเลยว่าผมจงใจ" คีย์จำใจต้องหาข้อแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ทั้งที่ใบหูเริ่มแดงก่ำลามไปถึงต้นคอ "อีกอย่าง ห้องนี้มันก็กว้างพอที่เราจะแบ่งเขตแดนกันได้ชัดเจน ฝั่งซ้ายคืออาณาเขตของคุณ ห้ามล้ำเส้นมาฝั่งขวาเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นผมจะถือว่าคุณมีเจตนาคุกคาม" "โอ้โห! คุกคามเลยเหรอคะเนี่ย ฟังดูน่ากลัวจังเลยค่ะคุณคีย์" มินตราลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอเดินสาวเท้าเข้าไปใกล้ร่างสูงที่ยืนกอดอกตีสีหน้าขรึมอยู่ริมหน้าต่าง กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ประจำตัวของหญิงสาวลอยมาแตะจมูกสถาปนิกหนุ่มจนเขาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "แต่ก่อนจะแบ่งเขตแดนอะไรนั่น ฉันว่าเราเคลียร์เรื่องงานพรุ่งนี้ให้เรียบร้อยก่อนดีกว่าไหมคะ หรือว่าคุณกลัวว่าอยู่ใกล้ฉันมากๆ แล้วจะไม่มีสมาธิทำงานจนต้องแอบมองฉันอีกรอบกันแน่ล่ะคะ" ดวงตากลมโตช้อนขึ้นสบประสานกับนัยน์ตาสีนิลคมกริบของคนตรงหน้าอย่างท้าทาย ระยะห่างระหว่างกันในตอนนี้เหลือเพียงแค่ก้าวเดียว ความเงียบงันเข้ามาปกคลุมบรรยากาศรอบตัวชั่วขณะ เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาๆ แทบไม่ได้ยิน แข่งกับเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นดังจนเหมือนจะทะลุกออกมานอกอก คีย์ก้มมองหญิงสาวที่ยืนประชิดตัวเขา แววตาคมกริบฉายประกายความไหววับบางอย่างที่ยากจะคาดเดา ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะขยับยิ้มมุมปากด้วยความเย่อหยิ่งตามเคย เพื่อปกปิดความสั่นไหวที่กำลังตีรวนอยู่ในช่องท้อง "มั่นใจในตัวเองสูงเกินไปหน่อยแล้วมั้งครับคุณมินต์" คีย์โน้มใบหน้าลงมาหาช้าๆ จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณพวงแก้มใส น้ำเสียงที่เอמהกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูนั้นเจือความพร่าพร่าและทรงพลังอย่างประหลาด "คนที่ไม่มีสมาธิ... น่าจะเป็นคุณต่างหากที่เอาแต่จ้องหน้าผม ตั้งแต่ตอนอยู่บนรถตู้จนถึงตอนนี้..." มินตราถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อถูกย้อนเกล็ดเข้าอย่างจัง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจที่เขาพลิกเกมกลับมาเหนือกว่าได้อย่างรวดเร็ว ทว่า ก่อนที่สงครามประสาทระหว่างสถาปนิกปากร้ายกับอินทีเรียร์สาวจอมพยศจะได้ดำเนินไปถึงจุดแตกหัก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะบรรยากาศอันตึงเครียดและชวนใจเต้นระทึกนั้นเสียก่อน *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* ทั้งสองคนผละออกจากกันราวกับโดนไฟลวก มินตราสะดุ้งสุดตัวรีบถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความตกใจปนโล่งอก ขณะที่คีย์สบถเบาๆ ในลำคออย่างขัดเคืองที่ถูกขัดจังหวะในเวลาสำคัญ "ใครมาวะเนี่ย..." คีย์พึมพำด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ก่อนจะสาวเท้ายาวๆ ไปที่ประตูหน้าห้องเพื่อเปิดต้อนรับแขกยามวิกาล แต่อึดใจต่อมา เมื่อบานประตูไม้เปิดออกกว้าง ร่างสูงของคีย์ก็ยืนแข็งทื่อเป็นหิน ริมฝีปากที่กำลังจะเอמהคำต่อว่ากลืนหายลงไปในลำคอทันที เมื่อพบว่าผู้ที่ยืนยิ้มแฉ่งถือกระเป๋าเดินทางใบโตอยู่หน้าห้องหาใช่ใครอื่น... "เซอร์ไพรส์! พอดีห้องฉันแอร์เสีย พายเลยขอมาหารือเรื่องงานกับพวกแกสองคน... เอ๊ะ หรือว่าพายมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าคะเนี่ย ทำไมหน้าตาแต่ละคนดูเหมือนคนเพิ่งวิ่งมาราธอนกันมาแบบนั้นล่ะ?" พายส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้เพื่อนสนิทและสถาปนิกหนุ่ม พร้อมกับก้าวเท้าพรวดพราดเข้ามาในห้องพักทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้ใครได้ทันปฏิเสธแม้แต่คำเดียว! -------------------------------------------------------------- *ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความปากไม่ตรงกับใจของตาคีย์และยายมินต์ในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าด้วยความฟินที่ทวีคูณยิ่งกว่าเดิมนะคะ! - เหมยฮวาแรกแย้ม*
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%