คราบกาแฟสีน้ำตาลเข้มบนแบบร่างแปลนสถาปัตยกรรมราคาแพง คือหลักฐานชิ้นโบแดงที่ประกาศว่าสงครามเย็นระหว่างเซฟเฮาส์หลังนี้ได้ยกระดับเป็นสงครามร้อนอย่างเต็มรูปแบบแล้วค่ะ
"คุณใช้ตาหรือข้อศอกมองตอนถือแก้วคะ คุณธันวา"
มินตราเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแววตากลับพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย เธอไม่ได้ขยับหนีจากโต๊ะทำงานตัวใหญ่แม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวสวยยังคงคีบดินสอสีไม้ไว้อย่างมั่นคง ราวกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ผลงานมูลค่าหลักแสนที่กำลังเสียหาย แต่เป็นเพียงกระดาษทดเลขราคาถูก
คีย์ยืนค้ำหัวเธออยู่ด้วยความสูงที่ได้เปรียบ สันกรามคมกริบนั่นขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ดวงตาคู่คมกริบราวกับพญาอินทรีจ้องมองรอยเปื้อนบนกระดาษสลับกับใบหน้าเชิดรั้นของอินทีเรียดีไซน์เนอร์สาวอย่างเอาเรื่อง ผู้ชายที่เพียบพร้อมและเกลียดความผิดพลาดที่สุดในสามโลกอย่างเขา กำลังจะอกแตกตายด้วยความรั้นของยัยเด็กอาร์ตคนนี้อยู่แล้ว
"มันเรียกว่า 'อุบัติเหตุ' ครับ... เอ่อ ฉันหมายถึง มันเป็นเพราะความซุ่มซ่ามของคนที่เอาแฟ้มเอกสารมากีดขวางทางเดินต่างหาก" คีย์เกือบเผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นชิน แต่ก็ชะงักกึกแล้วแก้เกมด้วยการเชิดหน้าขึ้นสูง พยายามกลบเกลื่อนความหงุดหงิดที่ตีรวนอยู่ในอก
มินตราแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นช่างน่าหมั่นไส้เสียจนสถาปนิกหนุ่มอยากจะยื่นมือไปบีบหัวทุยๆ นั่นให้หายพยศนัก "อุบัติเหตุเหรอคะ? แปลกจังนะคะ พอเป็นฝีมือฉันคุณเรียกว่าความสะเพร่า แต่พอเป็นฝีมือคุณเอง กลับเรียกว่าความผิดพลาดของสิ่งแวดล้อมซะงั้น ตรรกะแบบนี้เรียนจบสถาปัตย์มาจากสถาบันไหนคะเนี่ย หรือว่าใช้เส้นสายเข้าเรียนมาตั้งแต่เด็ก"
"มินตรา!" คีย์ตบมือลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น จนแก้วกาแฟสั่นสะเทือน เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นคาเฟอีนปะทะเข้ากับพวงแก้มใส "ปากคอระรานแบบนี้ พ่อแม่ไม่เคยสอนมารยาทพื้นฐานในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นหรือไง ถึงได้เที่ยวนั่งกัดคนอื่นไปทั่วแบบนี้"
หญิงสาวไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด เธอกลับเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ตอนนี้ใกล้เสียจนเห็นขนตางอนยาวและเงาสะท้อนของกันและกันในดวงตา มินตราแกล้งทำเป็นกวาดสายตามองสำรวจใบหน้าหล่อเหลาที่บึ้งตึงนั่น ก่อนจะยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษ
"พ่อแม่ฉันสอนมาดีค่ะท่านถึงสอนให้ 'กัด' เฉพาะกับพวกหมาบ้าที่ชอบมาเห่าหอนแถวอาณาเขตคนอื่น โดยเฉพาะพวกที่คิดว่าตัวเองเก่งกาจมาจากไหน แต่เนื้อแท้แล้วก็แค่วิศวกรโครงสร้างที่เอาแต่ใจตัวเองยิ่งกว่าเด็กอนุบาล" เธอลากเสียงยาวอย่างจงใจ
"นี่เธอ!" คีย์กัดฟันกรอด มือหนาเผลอยื่นออกไปคว้าข้อแขนเรียวเล็กไว้โดยอัตโนมัติ แรงบิดเบาๆ ไม่ได้ทำให้เธอเจ็บ แต่มันมากพอที่จะทำให้มินตราต้องผุกรุกเข้ามาอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ แววตาของสถาปนิกหนุ่มวาบแสงประหลาด ความโกรธเมื่อครู่เริ่มถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ร้อนรุ่มและอธิบายไม่ถูก
มินตราสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อผิวเนื้อปะทะกัน กระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นแปลบไปทั่วร่างจนเธอต้องรีบดึงสติกลับมา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่อันตรายเกินไปต่างหาก เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แต่ริมฝีปากยังคงไม่ยอมแพ้
"ปล่อยค่ะ หรือว่าเถียงไม่ทันเลยต้องใช้กำลังคะ คุณสถาปนิกผู้ทรงเกียรติ" เธอย้อนถามเสียงเยาะ ถึงแม้ว่าน้ำเสียงจะเริ่มสั่นพร่าด้วยความประหม่าที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความมั่นใจ
คีย์ก้มมองริมฝีปากสีพีชที่ขยับเถียงเขาฉอดๆ สายตาของเขาเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความลุ่มหลงชั่วขณะ กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนผมของเธอลอยเข้าจมูกจนสติที่ควบคุมไว้อย่างดีเริ่มกระเจิง ผู้หญิงอะไร... ปากดีเป็นเป็นเลิศ แต่กลับทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาเต้นแรงจนน่าหงุดหงิด
เขายขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ซอกคอหอมกรุ่นนั้นอีกนิด ตั้งใจจะกระซิบคำพูดเชือดเฉือนให้เจ็บแสบยิ่งกว่าเดิมเพื่อทวงคืนศักดิ์ศรี
"ปากดีแบบนี้... ถ้าจับจูบปิดปากสักที จะยังกล้าเถียงฉันออกอีกไหมนะ ยัยตัวแสบ"
มินตราเบิกตากว้างขึ้นทันที ความโกรธและความเขินอายตีรวนขึ้นมาจนหน้าแดงก่ำ เธอกำหมัดแน่นเตรียมจะเงื้อมือขึ้นฟาดหน้าหล่อๆ นั่นสักทีฐานลวนลามทางวาจา แต่ทว่า...
"อุ๊ย! ฉันเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าคะเนี่ย พอดีประตูมันไม่ได้ล็อกน่ะค่ะ"
เสียงใสแจ๋วของพายดังขึ้นที่หน้าประตูสตูดิโอ พร้อมกับการก้าวเข้ามาอย่างไร้มารยาทของเพื่อนสนิทตัวดี มินตราและคีย์รีบผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต คีย์หน้าตึงขึ้นทันทีเมื่อแผนการสั่งสอนหญิงสาวถูกขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ
แต่ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากแก้ตัว สายตาของพายก็เหลือบไปเห็นรอยเปื้อนบนแบบแปลนสถาปัตยกรรมและท่าทางพิรุธของทั้งคู่ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ผุดขึ้นที่มุมปากทันที
"ตายจริง... กาแฟหกใส่แบบแปลน หรือว่า... กำลังจะ 'กิน' อย่างอื่นกันแน่คะเนี่ย? ดูท่าทางเซฟเฮาส์หลังนี้จะร้อนระอุเร็วกว่าที่คิดนะคะเนี่ย" พายเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงลากยาว ชวนให้คนฟังอยากจะเอาปี๊บคลุมหัว
มินตราหน้าแดงแจ๋จนลามไปถึงใบหู เธอถลึงตาใส่เพื่อนสนิทตัวแสบ ขณะที่คีย์แค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอด้วยความหงุดหงิดขั้นสุด ปัญหาระหว่างเขากับเธอยังไม่ทันเคลียร์ ตัวป่วนก็โผล่มาเติมเชื้อไฟให้อีกแล้ว
แล้วลมหายใจของมินตราก็ต้องสะดุดกึก เมื่อคีย์หันกลับมามองเธอด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แปลกๆ ก่อนที่เขาจะโน้มตัวกระซิบข้างหูเธอด้วยเสียงทุ้มต่ำที่ได้ยินกันแค่สองคน
"เกมนี้เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นแหละ... คุณมินตรา เตรียมตัวรับมือรอบต่อไปให้ดีก็แล้วกัน"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 5 แล้วนะคะ มาลุ้นกันต่อค่ะว่าแม่สาวปากเก่งของเราจะเอาคืนตาปากร้ายได้แสบสันต์แค่ไหนในตอนหน้าค่ะ!
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากดี•ตอนที่ 5
กาแฟหนึ่งแก้วกับคำดูถูก
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!