“คุณกำลังใช้ไม้บรรทัดผิดอันวัดความอดทนของฉันอยู่ค่ะ สถาปนิกธันวา”
เสียงใสๆ ที่เจือไปด้วยความหงุดหงิดระดับสิบดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้องทำงานส่วนตัวในเซฟเฮาส์ มินตราไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากจอแท็บเล็ตในมือ ปลายนิ้วเรียวยังคงจิ้มหน้าจอเพื่อแก้แบบแปลนภายในที่ถูกขีดฆ่าด้วยหมึกสีแดงฉานฝีมือของคนตรงข้ามอย่างไม่ไยดี
คีย์ ธันวา วางปากกาโรลเลอร์บอลลงบนโต๊ะไม้สักเสียงดัง *‘ทึบ’* เขาไม่เพียงแต่ไม่สะท้านกับคำเตือนนั้น แต่ยังก้าวขาวยาวๆ เข้ามาประชิดโต๊ะทำงานจนพื้นที่หายใจระหว่างกันแคบลงจนน่าอึดอัด กลิ่นกายสะอาดๆ เจือกลิ่นมินต์จางๆ ลอยปะทะจมูกหญิงสาวจนเธอต้องสูดลมหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว
“ผมไม่ได้วัดความอดทนของคุณหรอกครับ มินตรา” เขาจงใจเน้นเสียงทุ้มต่ำตรงชื่อเธอ พร้อมกับโน้มตัวลงมาใช้มือสองข้างค้ำโต๊ะกักขังเธอไว้ในวงแขน “แต่ผมกำลังวัด ‘ความเพ้อเจ้อ’ ในหัวของคุณต่างหาก ช่องว่างระหว่างบันไดกับผนังกระจกนั่น คุณจะเอาต้นไม้ใหญ่ไปวางไว้ตรงนั้นจริงเหรอ? นี่คุณเรียนอินทีเรียร์มาจากสำนักไหน ถึงไม่รู้ว่าแสงแดดทิศตะวันตกมันจะเผาใบไม้พวกนั้นตายภายในสามวัน”
มินตราเงยขวับขึ้นทันที ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความถือดี เธอยืดหลังตรงจนหน้าอกแทบจะชนกับปลายจมูกโด่งเป็นสันของเขาอยู่รอมร่อ ความใกล้ชิดระดับอันตรายนี้ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง แต่มารยาหญิงทำให้เธอต้องเชิดหน้าขึ้นสูงเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“สำนักเดียวกับที่ทำให้คุณต้องมานั่งแก้แบบรอบที่สามนี่แหละค่ะ!” เธอสวนกลับทันควัน เสียงหวานตวัดหางเสียงด้วยความหมั่นไส้ “อีกอย่าง ต้นไม้ที่ฉันเลือกคือไทรใบยอพันธุ์ทนแดดค่ะ ไม่ใช่คุณนายตื่นสายที่จะได้เฉาตายง่ายๆ กรุณาใช้สมองซีกขวาจินตนาการถึงความร่มรื่นบ้างนะคะ ไม่ใช่มองโลกเป็นแท่งปูนเปลือยแข็งกระด้างเหมือนหัวใจของคุณ!”
คำว่า ‘หัวใจแข็งกระด้าง’ หลุดออกจากปากเธอด้วยความตั้งใจจะเหน็บแนม แต่ทว่า... เมื่อดวงตาคู่คมของธันวาเลื่อนต่ำลงมาหยุดนิ่งที่ริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ ก่อนจะเงยขึ้นสบตาเธอนิ่งนาน ความเงียบงันแปลกประหลาดก็โรยตัวลงมาปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเขาทันที
มันไม่ใช่ความเงียบแบบคนโกรธกัน
แต่มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิต... กระแสความร้อนระอุที่แล่นพล่านไปตามผิวหนังอย่างไร้สาเหตุ
มินตรากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอนิ่งไปชั่วขณะเมื่อสังเกตเห็นว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของเธอกับเขามันลดลงไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดแก้มทำให้สติที่เคยกระเจิงกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เธอพยายามจะถอยหลังหนี แต่พนักเก้าอี้กลับติดขอบโต๊ะจนขยับไปไหนไม่ได้
“นี่คุณ...” เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างประหม่า มือเล็กกำชายเสื้อตัวเองแน่น “ถอยออกไปไกลๆ เลยนะ สายตานี่มันอะไรกัน”
ธันวาไม่ได้ถอย เขากลับขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิมจนหน้าผากเกือบจะชนกัน ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและความกวนประสาทเมื่อครู่ ตอนนี้กลับลึกล้ำและพราวระยับจนอ่านไม่ออก เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหูจนขนลุกซู่
“คุณรู้ตัวไหม... ว่าเวลาที่คุณเถียงผม ตาคุณจะโตขึ้นสองเท่าแถมแก้มยังแดงแจ๋ด้วยความโมโห...” เขาจงใจเว้นจังหวะ ปล่อยให้สายตาไล่สำรวจใบหน้าเนียนใสอย่างถือวิสาสะ “มันไม่ได้น่ารำคาญอย่างที่ผมคิดหรอกนะ... แต่มันน่ามองจนผมแทบไม่มีสมาธิทำงานต่างหาก”
*ตูม!*
เหมือนมีระเบียงอารมณ์บางอย่างระเบิดขึ้นในอกของมินตรา ใบหน้าที่ร้อนผ่าวอยู่แล้วตอนนี้พาลจะไหม้เอาให้ได้ เธอเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง ประโยคเมื่อครู่... มันคือคำชมใช่ไหม? หรือมันคือการหยอดมุกเสี่ยวแบบหน้าตายของตาปากร้ายนี่กันแน่!
“คุณ... พูดบ้าอะไรเนี่ย!” เธอผลักอกแกร่งเต็มแรงจนธันวายอมถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างเสียดาย มินตราลุกพรวดขึ้นยืนจนเก้าอี้ล้มระเนระนาด เสียงหัวใจเต้นโครมครามดังสะท้อนอยู่ในหูจนกลบเสียงรอบข้าง เธอชี้หน้าเขาอย่างสั่นเทา “อย่ามาเล่นลิ้นนะ! ใครแก้มแดง! ใครโมโห! ฉันแค่... ฉันแค่เกียจขี้หน้าคุณต่างหากเล่า!”
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายความเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา เขายกมือขึ้นกอดอก มองท่าทางกระฟัดกระเฟียดของเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความขบขันและ... ความเอ็นดูที่เจ้าตัวก็คงไม่ยอมรับเหมือนกัน
“เกลียดเหรอ?” เขาเลิกคิ้วกวนประสาท “แต่หน้าตาคุณตอนนี้มันฟ้องชัดๆ เลยนะมินตรา ว่าไม่ได้เกลียดอย่างที่ปากว่า... หรือที่จริงแล้ว คุณกำลังเขินผมอยู่กันแน่ หืม?”
“สถาปนิกธันวา!” มินตราหวีดร้องออกมาเบาๆ ด้วยความคับแค้นใจ เธอยกแฟ้มเอกสารขึ้นมาปะทะอกเขาแก้เก้อ “คุณมัน... มั่นหน้าที่สุดในสามโลก! ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ ก่อนที่ฉันจะเอาแฟ้มนี้ฟาดหน้าคุณจริงๆ!”
ธันวารับแฟ้มที่เธอปาใส่ด้วยมือข้างเดียว รอยยิ้มร้ายกาจยังคงประดับอยู่บนมุมปาก เขาไม่ได้โกรธเคืองเลยสักนิด กลับรู้สึกสนุกเสียยิ่งกว่าได้เซ็นแบบโครงการร้อยล้านเสียอีก เขากวาดสายตามองหญิงสาวที่ตอนนี้ยืนหายใจหอบกระชั้น แก้มใสแดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุกอย่างพึงพอใจ
“ก็ได้ครับ... ผมจะยอมถอยทัพกลับไปก่อน” เขายอมขยับตัวเดินถอยหลังช้าๆ แต่สายตายังคงจ้องมองเธอไม่วางตา “แต่อย่าลืมทำการบ้านเรื่องผนังกระจกกับต้นไม้มาแก้ให้ผมดูใหม่ล่ะ ไม่อย่างนั้น... พรุ่งนี้ผมอาจจะมา ‘ตรวจการบ้าน’ ใกล้ชิดกว่านี้ก็ได้นะ”
พูดจบ หนุ่มเจ้าเล่ห์ก็หมุนตัวเดินสาวเท้าก้าวออกไปจากห้องทำงานอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้มินตรายืนกำหมัดแน่นอยู่คนเดียวในห้องที่ยังคงหลงเหลือกลิ่นอายจางๆ ของเขา
มินตราทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ ยกมือขึ้นแนบแก้มที่ร้อนผ่าวดั่งโดนไฟลวก หัวใจเจ้ากรรมยังคงเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ เธอเม้มปากแน่น พยายามสะบัดภาพรอยยิ้มกวนประสาทและแววตาคู่คมนั้นออกจากหัว สมองประมวลผลคำพูดของตัวเองและเขาเมื่อครู่แล้วก็ได้แต่ฮึดฮัด
*ให้ตายสิ... ยิ่งเถียง ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนกำลังตกหลุมพรางที่ตัวเองขุดไว้ขึ้นเรื่อยๆ กันนะ!*
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ กำลังจะหันกลับไปแก้แบบต่อตามคำสั่งของตาบ้านั่น แต่ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัสแท็บเล็ต เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเร่งรีบ พร้อมกับร่างของพายเพื่อนสนิทที่ผลุนผลายผลักประตูเปิดเข้ามาหน้าตาตื่น
“ยัยมิน! แกแย่แล้ว!” พายร้องลั่นห้องโดยไม่ทันสังเกตบรรยากาศมาคุ “ฉันเพิ่งไปรู้ความลับสุดยอดเกี่ยวกับตาคีย์มาจากยัยเกელ์แผนกบัญชี... เขาไม่ได้บังเอิญมาทำโปรเจกต์นี้กับแกนะเว้ย แต่เขาเป็นคน...!”
พายชะงักกึก กลืนคำพูดที่เหลือลงคอทันทีเมื่อเห็นสภาพเพื่อนสาวที่หน้าตาแดงก่ำ ผมเผ้ากระเซิงเล็กน้อย และบรรยากาศรอบตัวที่แปลกประหลาด
มินตราขมวดคิ้วมุ่น หัวใจกระตุกวูบด้วยสังหรณ์ใจประหลาด “เขาเป็นอะไร ยัยพาย? แกพูดให้มันเคลียร์เดี๋ยวนี้เลยนะ!”
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 6 แล้วนะคะ มาลุ้นกันต่อค่ะว่าความลับที่พายกำลังจะคายออกมาคืออะไร และแม่สาวปากเก่งของเราจะรับมือไหวไหมในตอนหน้าค่ะ!
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากดี•ตอนที่ 6
แรงดึงดูดที่ไม่ปรารถนา
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!