หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่สว่างวาบขึ้นในความมืดของห้องนั่งเล่น สาดแสงสีฟ้าจัดจ้ากระทบเข้ากับใบหน้าคมสันของคีย์ ธันวา สถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นและระเบียบจัด ข่าวสารด่วนจากหน้าเว็บไซต์สำนักข่าวท้องถิ่นเกี่ยวกับเหตุการณ์เพลิงไหม้โครงสร้างอาคารพาณิชย์ย่านใจกลางเมือง ซึ่งเป็นหนึ่งในโปรเจกต์ใหญ่ที่สำนักงานของเขารับผิดชอบอยู่ กำลังวิ่งผ่านสายตาอย่างรวดเร็วราวกับจะเยาะเย้ยความมั่นใจทั้งหมดที่เขาสะสมมาตลอดชีวิต
ไม่ถึงเสี้ยววินาทีก่อนหน้านั้น ปลายนิ้วของเขาเกือบจะแตะโดนเส้นผมสีน้ำตาลประกายบลอนด์ของมินตราที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มอยู่แล้ว ระยะห่างระหว่างพวกเขาสองคนเหลือน้อยเสียจนความร้อนจากลมหายใจผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวในความเงียบยามวิกาล บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความหวานปนความฉุนเฉียวอันเป็นเอกลักษณ์ของคู่กัดที่เพิ่งผ่านพ้นการปะทะฝีปากมาหมาดๆ แต่ทว่า แรงกระแทกจากข่าวร้ายชิ้นนั้นกลับทำหน้าที่ราวกับถังน้ำแข็งใบใหญ่ที่สาดรดลงกลางศีรษะ
ทั้งคู่ผละออกจากกันราวกับโดนกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าที่ไขสันหลัง ดวงตาของคีย์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—อาการที่หาได้ยากยิ่งสำหรับผู้ชายที่มักควบคุมสถานการณ์ได้ทุกฝีก้าว ขณะที่มินตราสะดุ้งเฮือก มือเรียวบางยกขึ้นกุมหน้าอกด้านซ้ายที่กำลังเต้นโครมครามด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น
"คุณธันวาคะ..." น้ำเสียงของอินทีเรียดีไซน์เนอร์สาวสั่นพร่าเล็กน้อย ความเกรี้ยวกราดยโสที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความตระหนกต่อภัยพิบัติที่อยู่ตรงหน้า "นั่นมัน... ไซต์งานบล็อก C ของเราไม่ใช่เหรอคะ ทำไมมันถึง..."
คีย์ไม่ตอบทันที สันจَมูกโด่งเป็นคมรั้นขึ้นเล็กน้อยขณะที่กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน สมองอันปราดเปรื่องของสถาปนิกหนุ่มประมวลผลข้อมูลความเสียหาย ความเสี่ยงทางโครงสร้าง และผลกระทบมหาศาลที่จะตามมาอย่างรวดเร็วดุจฟ้าแลบ แต่ลึก ภายในซอกหลืบของความรู้สึก เขากลับรู้สึกวูบโหวงอย่างประหลาด ไม่ใช่เพราะตัวเลขความเสียหายหลักสิบล้าน แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดเมื่อครู่ถูกพรากหายไปอย่างไร้เยื่อใย
"เก็บของค่ะ" สุ้มเสียงที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูปกลับเย็นชาไร้ความรู้สึก ผิดกับแววไหวระริกที่ซ่อนอยู่ภายใต้ขนตางอนหนา "แล้วก็เลิกทำหน้าตื่นตระหนกแบบนั้นเสียที มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา"
มินตราเม้มริมฝีปากแน่น ความหวาดกลัวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหงุดหงิดทันควัน เธอเกลียดนักเวลาที่ผู้ชายคนนี้ใช้วิธีสร้างเกราะกำบังความอ่อนแอด้วยการพ่นวาจาเชือดเฉือนใส่คนอื่น
"ฉันไม่ได้ตื่นตระหนกอย่างไร้เหตุผลนะคะคุณคีย์!" มินตราก้าวเข้าไปประชิดตัวเขา ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทที่พยายามซ่อนเร้นบางอย่าง "นั่นมันผลงานที่เราสองคนช่วยกันแก้แบบจนถึงตีสามติดต่อกันมาเป็นสัปดาห์นะรึคะ คุณจะไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไง หรือว่าหัวใจของคุณมันสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กไปจริงๆ แล้ว!"
คีย์เบือนหน้าหนี ปลายนิ้วที่กำโทรศัพท์มือถือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว เขารู้ดีว่าทุกคำพูดของเธอมันแทงใจดำแค่ไหน หัวใจของเขาไม่ได้ทำด้วยคอนกรีต แต่มันกำลังพังทลายลงมาต่างหาก—ไม่ใช่เพราะตึกถล่ม แต่เป็นเพราะเขากำลังพยายามอย่างสุดชีวิตที่จะควบคุมความรู้สึกหวั่นไหวที่มีต่อผู้หญิงตรงหน้า ท่ามกลางสถานการณ์ที่วิกฤตถึงขีดสุด
"ถ้าคุณมีเวลามาต่อปากต่อคำกับผม ไดฟ์เวอร์สเก็ตช์แปลนภายในทั้งหมดของคุณคงจะถูกไฟเผาจนกลายเป็นจุลไปแล้วล่ะมั้งครับคุณมินตรา" เขาตอกกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความปรานี แต่ดวงตากลับทอดมองเธอด้วยประกายความกังวลแวบหนึ่งที่รวดเร็วเสียจนแทบจับสังเกตไม่ได้
ร่างสูงหมุนตัวเดินจ้ำอ้าวไปยังประตูห้องทำงานทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้สวนกลับ เขากระชากเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีเข้มขึ้นมาสวมทับอย่างลวกๆ ความเย็นชาที่เขากำลังแสดงออก ไม่ได้มีไว้เพื่อผลักไสเธอ แต่มีไว้เพื่อกักขังตัวเองไม่ให้เผลอดึงเธอเข้ามากอดปลอบโยนท่ามกลางความโกลาหลนี้ต่างหาก
มินตรามองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินหนีไปอย่างดื้อดื้อ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความน้อยเนื้อต่ำใจที่ตีตื้นขึ้นมาในลำคอ ผู้ชายคนนี้ช่างน่าโมโหเสียจริง ในเวลาที่ควรจะสามัคคีกันเพื่อเผชิญหน้ากับปัญหา เขากลับเลือกที่จะสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาอีกครั้ง
"คนปากแข็ง..." เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะคว้ากระเป๋าหนังใบเก่งแล้ววิ่งตามออกไป "อย่าเดินหนีฉันนะ, คีย์ ธันวา! เรามีเรื่องต้องเคลียร์กันให้รู้เรื่อง!"
ภายในลานจอดรถใต้ดินของคอนโดมิเนียม บรรยากาศอบอวลไปด้วยความอึดอัดและเร่งรีบ เสียงสตาร์ทเครื่องยนต์ของรถยนต์สปอร์ตคันหรูคำรามก้องกังวาน คีย์เปิดประตูรถฝั่งคนขับ แต่ก่อนที่เขาจะก้าวขึ้นไป ร่างเพรียวบางของมินตราก็วิ่งมาดักหน้าเอาไว้เสียก่อน สองมือเรียวเท้าสะเอว ดวงตาจ้องเขม็งราวกับแมวป่าตัวน้อยที่พร้อมจะตะปบเหยื่อ
"เราจะไปรถคันเดียวกันค่ะ" เธอยื่นคำขาด น้ำเสียงเด็ดเดี่ยวไม่ยอมแพ้ "เพราะถ้าเกิดปัญหาหน้างานจริง ฉันในฐานะอินทีเรียหลักของโปรเจกต์นี้ มีสิทธิ์ที่จะต้องรู้ข้อมูลพร้อมกับคุณ อย่าลืมสิคะว่ารสนิยมและการออกแบบโครงสร้างภายในมันเชื่อมโยงกันอยู่"
คีย์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ดวงตาคมกริบมองสำรวจหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ชุดนอนผ้าซาตินที่ถูกคลุมทับด้วยเสื้อโค้ตตัวยาวอย่างเร่งรีบ ผมเผ้าที่รวบไว้ลวกๆ แต่กลับดูมีเสน่ห์น่ามองอย่างไร้เหตุผล—ภาพเหล่านี้กำลังรบกวนสมาธิในการขับรถของเขาอย่างร้ายกาจ
"อย่ามาสร้างภาระให้ผมเพิ่มเลยน่ามินตรา อยู่ที่นี่แหละ เดี๋ยวผมจัดการเอง" เขาพูดเสียงห้วน ปัดป้องความรับผิดชอบที่เธอกำลังยัดเยียดให้
"ภาระงั้นหรือคะ?" มินตราแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวเขาจนกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ลอยแตะจมูก "คุณกลัวอะไรคะคุณสถาปนิกปากดี? กลัวว่าถ้าอยู่ใกล้ฉันมากๆ แล้วคุณจะเผลอใจอ่อนยวบยาบจนเสียฟอร์มหรือไง?"
คำพูดจี้ใจดำนั้นทำให้คีย์ชะงักกึก ดวงตาคมวาวโรจน์ขึ้นมาวับหนึ่ง เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดริมฝีปากของเธอจนมินตราต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"อย่าท้าทายผม มินตรา" เสียงกระซิบต่ำทุบลงกลางใจของหญิงสาว "คุณก็รู้ว่าผมไม่ใช่คนใจดีนักหรอกนะ"
"ถ้าอย่างนั้นก็พิสูจน์ให้ดูสิคะ..." มินตราไม่ถอยหนี เธอเชิดหน้าขึ้นท้าทาย ปลายจมูกแทบจะชนกันอยู่รำไร "ตอบคำถามฉันมาสิคะ... ที่คุณทำตัวเย็นชาใส่ฉันตลอดเวลาที่ผ่านมาเนี่ย เป็นเพราะคุณเกลียดฉัน... หรือเพราะคุณกำลังกลัวความรู้สึกของตัวเองกันแน่?"
คำถามนั้นทิ้งค้างเติ่งอยู่ในบรรยากาศที่เงียบงัน มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่เดินเบาอยู่รอบตัว คีย์นิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาสีดำสนิทไหวระริกอย่างรุนแรง ราวกับเขื่อนกั้นน้ำที่ถูกมวลน้ำมหาศาลโถมเข้าใส่จนรอยร้าวเริ่มขยายวงกว้าง ความลับที่เขาพยายามปกปิดมาตลอดกำลังจะถูกพังทลายลงด้วยคำถามเพียงประโยคเดียวของเธอ
นิ้วมือแกร่งที่กำขอบประตูรถบีบแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนเส้นเลือดปูดโปーン เขากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบบางอย่างออกมา—คำตอบที่จะเปลี่ยนสถานะของพวกเขาสองคนไปตลอดกาล
ทว่า... ในวินาทีที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นระรัวอยู่บนเส้นด้ายแห่งความลุ้นระทึกนั้นเอง
*ปัง!*
เสียงตบมือดังสนั่นหวั่นไหวมาจากมุมมืดของเสาปูนซีเมนต์ฝั่งตรงข้าม ตามด้วยเสียงหัวเราะเยาะหยันที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี ซึ่งดังแทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในเสี้ยววินาที
"โอ้โห... ภาพยนตร์ดราม่ารอบดึกนี่มันช่างเร้าใจเสียนี่กระไร ขาดป๊อปคอร์นกับน้ำอัดลมเท่านั้นเองนะเนี่ย"
ร่างสูงโปร่งของบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญก้าวออกมาจากเงาสลัว แสงไฟนีออนสลัวสาดกระทบใบหน้าเจ้าเล่ห์และรอยยิ้มกวนประสาทที่มุมปาก ทำเอาคีย์และมินตราต้องผละออกจากกันอย่างตกใจ
พาย ยืนกอดอกพิงเสาปูนพร้อมกับส่งสายตาเจ้าเล่ห์มองเพื่อนสนิทและสถาปนิกหนุ่มสลับกันไปมา ก่อนที่เจ้าตัวจะเอ่ยประโยคถัดมาที่ทำให้เลือดในกายของคีย์แทบจะจับตัวเป็นน้ำแข็ง
"โทษทีนะที่ขัดจังหวะการสารภาพรัก... แต่ดูเหมือนว่าพวกเธอจะไม่มีเวลามาสวีทกันแล้วล่ะ เพราะตอนนี้ 'คุณอา' ของนายคีย์ กำลังยืนรอต้อนรับพวกเธออยู่ที่สำนักงานใหญ่ ด้วยสีหน้าเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อเลยล่ะนะ!"
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากดี•ตอนที่ 14
คำถามที่ไม่มีคำตอบ
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!