กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับความเงียบงันในห้องประชุมไร้เสียงของสำนักงานสถาปัตยกรรมในช่วงเวลาเกือบเที่ยงคืน มันช่างเป็นบรรยากาศที่ชวนให้อึดอัดเสียจนมินต์อยากจะคว้าเอาปากกาโรลเลอร์บอลปาใส่หน้าคนตัวสูงที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะร่างแบบเสียเหลือเกิน
"ถ้าคุณยังนั่งมองแบบแปลนชุดนี้ด้วยสายตาเหมือนมันเป็นข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยแบบนั้น ฉันเกรงว่าโปรเจกต์บูติกโฮเต็ลของเราคงจะได้ฤกษ์พังพินาศก่อนที่จะได้ตอกเสาเข็มเข็มแรกเสียอีกค่ะ คุณธันวา"
มินตราเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่เจือแววประชดประชันเล็กน้อย เธอปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยลงมาปรกแก้มทัดไว้หลังหูอย่างลวกๆ ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องเขม็งไปยังสถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยวและปากจัดเป็นที่หนึ่ง
คีย์ ธันวา เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างกวนประสาท เขายังคงนั่งนิ่งอยู่ในท่าเดิม เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนบนท่อนแขนแข็งแรงที่บ่งบอกถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แว่นตากรอบบางถูกดันขึ้นสันจมูกเล็กน้อยก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะขยับเอื้อนเอยคำพูดที่พร้อมจะทำให้เลือดในกายของอินทีเรียร์สาวเดือดพล่าน
"ผมไม่ได้กำลังตรวจข้อสอบครับ แต่มินตรา... ผมกำลังพิจารณาว่า ‘รสนิยม’ ที่คุณใส่ลงไปในพื้นที่ส่วนกลางเนี่ย มันคือศิลปะร่วมสมัย หรือเป็นแค่ความมักง่ายที่จับฉ่ายเอาทุกอย่างมารวมกันเพื่อให้มันดูเก๋ไก๋ไปวันๆ กันแน่"
นั่นไง... ประโยคเดียวรู้เรื่อง! คนอย่างคีย์ ธันวาไม่มีทางหลุดคำชมออกมาจากปากง่ายๆ หากเขาไม่ถูกบังคับด้วยสถานการณ์หรือโดนมีดจ่อคอหอยเสียก่อน มินต์สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธที่พุ่งพล่านขึ้นมาตีตื้นที่ลำคอ มือเรียวบางกำด้ามปากกาในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด
"ปากคอเราะร้ายแบบนี้ ระวังนะคะคุณคีย์ สักวันจะหาแฟนไม่ได้เพราะความปากเสียของตัวเอง"
"ระดับนี้ไม่ต้องหาหรอกครับ คนเขาวิ่งเข้าหาเอง... แต่กับคุณเนี่ย สงสัยชาตินี้คงต้องขึ้นคานพร้อมกับกองหนังสือตัวอย่างวัสดุพวกนั้นซะมั้ง ถึงได้หงุดหงิดใส่คนอื่นเขาไปทั่ว"
คีย์ตอบกลับด้วยรอยยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่มินต์อยากจะยื่นมือไปข่วนให้หน้าหล่อๆ นั่นเป็นรอยสักเสือโคร่งเสียให้เข็ด บรรยากาศระหว่างทั้งคู่ในตอนนี้มันช่างก้ำกึ่งระหว่างการเป็นคู่กัดที่พร้อมจะหยิกหัวกันได้ทุกเมื่อ กับบางอย่างที่ลึกซึ้งและร้อนรุ่มจนน่ากลัว... โดยเฉพาะเมื่อคืนวานนี้ เหตุการณ์ในเซฟเฮาส์หลังนั้นยังคงติดตรึงอยู่ในโสตประสาทของคนทั้งคู่ ระยะห่างที่เกือบจะเกินเลย ปลายนิ้วที่เผลอแตะสัมผัสกัน และลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่ใกล้ชิดจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ ทั้งหมดนั้นถูกปัดกวาดซุกไว้ใต้พรม แต่มันไม่ได้หายไปไหนเลย มันยังคงคุกรุ่นอยู่ท่ามกลางอากาศรอบตัวในห้องนี้
มินต์วางปากกาลงบนโต๊ะเสียงดัง *ปัง* จนคีย์ต้องชะงัก ร่างเพรียวระหงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้าไปประชิดโต๊ะร่างแบบฝั่งที่อีกฝ่ายนั่งอยู่ ร่นระยะห่างระหว่างกันให้เหลือเพียงแค่คืบเดียว จนคีย์ต้องแหงนหน้าขึ้นมองเล็กน้อย แววตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยความท้าทายที่ปิดไม่มิด
"ปากดีจังนะคะ... ไหนลองพูดประโยคเมื่อกี้ใส่หน้าฉันใกล้ๆ อีกทีซิคะคุณสถาปนิก"
มินตราท้าทาย เธอจงใจโน้มตัวลงไปข้างหน้าเล็กน้อย เส้นผมยาวสลวยระลงคลอเคลียอยู่แถวลาดไหล่กว้างของชายหนุ่ม กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ผสมผสานกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของเธอโชยเข้าแตะจมูกคีย์เต็มๆ จนสถาปนิกหนุ่มผู้แสนจะเนี้ยบถึงกับชะงักไปชั่วขณะ
ดวงตาคมกริบของคีย์ไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ความเย่อหยิ่งและท่าทีปากจัดเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงประกายความดุดันและลุ่มลึกที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากความเย็นชา เขาไม่ได้ถอยหนี กลับกัน... คีย์กลับขยับเก้าอี้ถอยหลังเล็กน้อยเพื่อให้มีมุมองศาที่พอเหมาะ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับอินทีเรียร์สาวตรงๆ
"ถ้าผมพูดใกล้กว่านี้... คุณอาจจะไม่ได้กลับบ้านนอนนะคะมินต์"
น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ได้กวนประสาทเหมือนก่อนหน้า แต่มันแหบพร่าและทุ้มต่ำจนน่าขนลุก ประโยคเรียบๆ ที่แฝงไปด้วยความหมายชวนคิดลึก ทำให้มินต์ถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจเจ้ากรรมทรยศเต้นโครมครามราวกับมีกลองรัวอยู่ในอก ความมั่นใจที่เคยมีเมื่อครู่เริ่มสั่นคลอน เมื่อเธอมองเห็นความจริงจังที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่นั้นของเขา
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกดูดออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่สอดประสานกันในระยะประชิด มินต์รู้สึกได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของชายหนุ่ม มันไม่ใช่ความรู้สึกของการเป็น "เพื่อนร่วมงาน" หรือ "คู่กัด" อีกต่อไปแล้ว ความสัมพันธ์ที่คลุมเครือนี้กำลังพาพวกเขาเดินข้ามเส้นแบ่งบางๆ ที่อันตรายยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
มือหนาของคีย์ค่อยๆ วางลงบนพนักพิงเก้าอี้ที่มินต์ยืนค้ำอยู่ ราวกับกรงขมขี่กลายๆ ที่ปิดกั้นไม่ให้เธอถอยหนีไปไหน สายตาของเขาไล่ระดับจากริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า ขึ้นมาสบกับดวงตาคู่สวยที่เริ่มฉายแววตื่นตระหนก
"ทีเมื่อคืน... ยังกล้ากว่านี้ตั้งเยอะ ทำไมตอนนี้ถึงได้ปอดแหกขึ้นมาล่ะครับคุณอินทีเรียร์" คีย์กระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำนั้นเปรียบเสมือนมนต์สะกดที่ทำให้มินต์ขยับตัวไม่ได้ดั่งใจ
"ใครปอดแหกคะ! ฉันแค่..."
มินต์ยังไม่ทันได้เถียงจบประโยค เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินด้านนอกก็ทำลายความเงียบงันและมนต์สะกดทั้งหมดลงในพริบตา!
*ก๊อกๆๆ!*
ตามด้วยเสียงเปิดประตูห้องทำงานที่ผลักเข้ามาอย่างไร้มารยาท พร้อมกับร่างของใครบางคนที่ยืนหอบแฮกอยู่ตรงกรอบประตูด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
"คุณคีย์คะ! แย่แล้วค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่ที่ไซต์งานคอนโดมิเนียม... ผนังห้องตัวอย่างเกิดรอยร้าวครั้งใหญ่ตอนตีหนึ่งแบบนี้ ลูกค้ากำลังจะมาตรวจงานตอนเช้าแล้วนะคะ!"
คีย์และมินต์ผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต ดวงตาของทั้งคู่เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจกับข่าวร้ายที่พุ่งชนเข้ากลางกระบาลอย่างจังในยามวิกาลแบบนี้!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกและหัวใจเต้นแรงไปกับความใกล้ชิดที่เกือบจะก้าวข้ามเส้นของตาคีย์และยายมินต์ในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าด้วยความฟินและปมปัญหาที่ชวนติดตามยิ่งกว่าเดิมนะคะ! - เหมยฮวาแรกแย้ม
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากดี•ตอนที่ 13
ไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงาน
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!