กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิหคเพลิงผู้เหมันต์•ตอนที่ 6

อาคมลวงจิต

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
กลิ่นอายสุราหมื่นลี้อวลกำจายทั่วหอคอยแปดทิศราวกับหมอกพิษอัสดง ยามเมื่อจอกสุราชั้นเลิศถูกยกขึ้นจรดริมฝีปาก ฉินจื่อเหยียนพลันรู้สึกราวกับกาลเวลาและมิติรอบกายบิดเบี้ยวผิดเพี้ยน ภาพตรงหน้าจากหอคอยร้างอันเหน็บหนาวแปรเปลี่ยนเป็นสวนท้อบุปผาโปรยปราย กลิ่นหอมหวานเย้ายวนดุจดั่งมัจจุราชจำแลงกายมาเยือน เสียงพิณบรรเลงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบจากอดีตชาติ ร่างอรชรในอาภรณ์สีเพลิงโปร่งใสร่างหนึ่งกำลังร่ายรำอยู่ท่ามกลางกลีบดอกไม้ ดวงตาดอกท้อคู่นั้นทอประกายเย้ายวนใจจนแทบแผดเผาสติสัมปชัญญะทั้งหมดให้มอดไหม้ "จื่อเหยียน... ท่านยังคงจดจำคำสัญญาใต้เงาจันทร์เมื่อคราวนั้นได้หรือไม่?" เสียงหวานหยดย้อยที่ดังขึ้นข้างหูมิใช่เสียงของผู้อื่น หากแต่เป็นเสียงของสตรีผู้ล่วงลับในความทรงจำอันเจ็บปวด สตรีผู้ที่เขาเคยเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องแต่สุดท้ายกลับต้องสูญเสียไปเพราะความอ่อนแอของตนเอง จิตวิญญาณของฉินจื่อเหยียนสั่นสะท้าน หยาดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นเต็มแผ่นหลัง ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ในตัน티น (จุดตันเทียน) ปั่นป่วนจนแทบแตกซ่าน คมกระบี่ในจิตสำนึกสั่นระรัวพยายามเตือนสติ แต่ม่านหมอกแห่งภาพลวงตากลับหนาทึบขึ้นทุกขณะ ราวกับมีโซ่ตรวนไร้รูปนับพันเส้นกำลังพัน นี่คือ "อาคมลวงจิตเจ็ดราตรี" ของสำนักมังกรทมิฬ... วิชาชั่วร้ายที่ใช้ความทรงจำและบาดแผลในจิตใจของผู้ฝึกยุทธ์มาเป็นอาวุธสังหารตัวมันเอง! ฉินจื่อเหยียนกัดริมฝีปากจนห่อเลือด รสชาติคาวสนิมเหล็กช่วยดึงสติอันน้อยนิดให้กลับคืนมา เขาทราบดีว่าหากก้าวพลาดแม้แต่ก้าวเดียว ปราณธาตุไฟจะเข้าแทรกจนร่างแหลกสลายกลายเป็นจุล แต่ภาพตรงหน้ากลับสมจริงเสียจนหัวใจแทบหยุดเต้น สตรีในชุดเพลิงก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เรียวแขนขาวเนียนดุจหยกเอื้อมมาสัมผัสที่อกเสื้อเบื้องซ้าย พร้อมกับรอยยิ้มอันน่าหลงใหล "ปล่อยวางเถิด... ร่วมทางไปกับข้าในดินแดนอันเป็นนิรันดร์..." ทว่า ในวินาทีที่สติของฉินจื่อเหยียนกำลังจะจมดิ่งลงสู่ห้วงเหวแห่งความมืดมิด ทันใดนั้น— *เปรี้ยง!* สายลมหนาวเหน็บราวกับน้ำแข็งพันปีพัดกระหน่ำทะลวงผ่านผนังหอคอยเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง อุณหภูมิโดยรอบลดฮวบลงจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งในพริบตา เปลวเพลิงสีครามบริสุทธิ์สายหนึ่งพุ่งแหวกอากาศเข้ามาดุจหอกอัคคี แผดเผาม่านภาพลวงตาทั้งหมดจนสลายกลายเป็นจุลในชั่วพริบตา! ภาพสวนท้อบุปผาและสตรีในชุดเพลิงมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความจริงอันโหดร้ายของหอคอยร้าง และร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่กำลังหัวเราะเยาะเย้ยอยู่มุมห้อง "ฮ่าๆๆๆ! ยอดฝีมือแห่งกระบี่ไร้ลักษณ์ ถึงกับต้องมาสิ้นชื่อเพราะภาพลวงตาตัณหาเร่าร้อนกระนั้นหรือ ช่างน่าสมเพชยิ่งนัก!" เถี่ยซาน เจ้าสำนักมังกรทมิฬ แผדเสียงหัวเราะก้องกังวาน นัยน์ตาดุดลวดลายมังกรทมิฬทอประกายเหี้ยมเกรียม สองมือประสานผนึกอาคมเตรียมซัดคลื่นพลังระลอกสองเข้าใส่ ฉินจื่อเหยียนหอบหายใจรุนแรง เหงื่อชุ่มโชกทั่วร่าง เขายืนยันลมหายใจและรวบรวมสมาธิที่กระจัดกระจายกลับคืนสู่จุดศูนย์กลางอย่างรวดเร็ว หากมิใช่เพราะสายลมหนาวสายนั้น เขานับว่าก้าวขาข้างหนึ่งเข้าสู่ประตูนรกไปแล้วอย่างแท้จริง เมื่อหันกลับไปมองเบื้องหลัง ฉินจื่อเหยียนจึงได้พบกับภาพที่ทำให้หัวใจกระตุกวูบ มู่หลานฮวายืนตระหง่านอยู่บนขอบหน้าต่างหอน้อย อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปลิวไสวตามแรงลมปราณ ร่างเพรียวระหงอาบไล้ด้วยแสงเรืองรองของปราณเพลิงพิสุทธิ์ที่แผ่ไอเย็นเยือกแข็งออกมาพร้อมกัน ทว่าที่มุมปากของนางกลับมีโลหิตสีชาดไหลรินลงมาหยดหนึ่ง การฝืนใช้วิชาลับประจำสำนักเหมันต์เพื่อทะลวงทำลายอาคมลวงจิตระดับสูง ทำให้ธาตุไฟในกายของนางเกิดอาการสะท้อนกลับอย่างรุนแรง "เจ้า... ไม่น่าเอาตัวเข้ามารับเคราะห์แทนข้าเลย" ฉินจื่อเหยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความรู้สึกผิดอย่างลึกซึ้ง มู่หลานฮวาไม่แม้แต่จะหันมามองเขา ดวงตางามคู่นั้นยังคงทอดมองไปยังเถี่ยซานด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี แต่มือเรียวยาวที่ถือกระบี่หิมะกลับสั่นเทาเล็กน้อย นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิทราวกับสายน้ำไหล แต่มั่นคงยิ่งกว่าขุนเขา "ข้าเพียงแต่... ไม่อนุญาตให้ผู้ใดมาพรากชีวิตท่านไปทั้งสิ้น... นอกจากตัวข้าเอง" คำพูดนั้นเรียบง่าย ทว่ากลับทรงพลังยิ่งกว่ากระบวนท่ากระบี่ใดๆ ในใต้หล้า ฉินจื่อเหยียนสูดลมหายใจเข้าลึก ความรู้สึกผิดและบาดแผลในอดีตถูกชำระล้างด้วยความจริงใจอันเด็ดเดี่ยวของสตรีผู้นี้ ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ในกายพลันตอบสนองอย่างรุนแรง เกิดเสียงคำรามกึกก้องคล้ายเสียงมังกรทะยานฟ้าและพญาอินทรีสะท้านนภา! เถี่ยซานเห็นท่าไม่ดี สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที "บังA! นังสารเลวสำนักเหมันต์ กล้าดียังไงมาทำลายค่ายกลลวงจิตของข้า! วันนี้พวกเจ้าทั้งสองต้องฝังร่างไว้ที่นี่!" สิ้นเสียง เถี่ยซานสะบัดแขนเสื้อ กรงเล็บมังกรทมิฬที่ปกคลุมด้วยอักขระเวทโบราณสีดำสนิทพุ่งทะยานเข้าหาทั้งสองด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ แรงกดดันระดับขอบเขตราชันย์พิภพแผ่ซ่านจนพื้นศิลาใต้เท้าแตกร้าวเป็นทางยาว ฉินจื่อเหยียนก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว ร่างของเขายืนบังเบื้องหน้ามู่หลานฮวาไว้อย่างมิดชิด มือขวาค่อยๆ เอื้อมไปกุมด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์ที่ข้างเอว นัยน์ตาสคมกริบทอประกายคมปลาบดุจคมกระบี่ที่หลุดออกจากฝัก "เถี่ยซาน... หนี้เลือดเมื่อสิบปีก่อน วันนี้สมควรแก่เวลาต้องสะสางแล้ว" ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่คมกระบี่กำลังจะถูกชักออกจากฝักเพื่อเผด็จศึก ท้องนิต1เหนือหอคอยแปดทิศพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด เมฆหมอกดำทมิฬม้วนตัวเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณ และเงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีทองอร่ามผู้หนึ่ง ที่ก้าวเดินออกมาจากรอยแยกของมิติอากาศ ราวกับเทพเจ้าแห่งความตายที่ลงมาทัณฑ์ทัณฑ์สวรรค์!
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิหคเพลิงผู้เหมันต์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%