เงาร่างในชุดคลุมสีทองอร่ามที่ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติอากาศนั้น แผ่ซ่านไอสังหารที่ทำให้ห้วงอากาศรอบรัศมีร้อยลี้แข็งค้างเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีชาด แรงกดดันระดับขอบเขตราชันย์เทพเจ้าแผ่พุ่งจนกระเบื้องหอคอยแปดทิศแตกร้าวละเอียดเป็นผุยผง
"ฉินจื่อเหยียน... เจ้าคิดว่าจะหนีพ้นจากเงื้อมมือของสำนักมังกรทมิฬไปได้เช่นนั้นหรือ?"
เสียงกังวานราวกับระฆังสำริดดังสะท้อนก้องกวาดผ่านโสตประสาทของคนทั้งสอง มันมิใช่เพียงเสียงพูดคุย แต่เป็นคลื่นปราณกระบี่ที่ซ่อนเร้นด้วยจิตวิญญาณแห่งการทำลายล้าง ทว่า ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานอันน่าหวาดหวั่นนี้ ฉินจื่อเหยียนกลับมิได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มือขวายังคงกุมด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์มั่น ขณะที่สายตาคมกริบดั่งพญาอินทรีมองตรงไปยังผู้มาเยือนอย่างท้าทาย
ข้างกายเขา มู่หลานฮวาเบี่ยงร่างเล็กน้อย ไอเย็นสีครามบริสุทธิ์พวยพุ่งจากฝ่ามือเรียวดุจหยกสลัก นางโคจรวิชาเพลิงเหมันต์พิสุทธิ์จนรอบกายเกิดประกายไฟสีฟ้าอ่อนล้อมรอบ แววตาคู่คมที่มักจะเยียบเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี บัดนี้กลับฉายแววดุดันและเด็ดเดี่ยว นางหาได้เกรงกลัวต่อเทพเจ้าแห่งความตายตรงหน้าไม่ หากแต่พร้อมจะเคียงบ่าเคียงไหล่เผชิญหน้ากับพายุวิบัติครั้งนี้ร่วมกับบุรุษผู้กุมหัวใจนาง
ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบขาดใจ ฉินจื่อเหยียนกลับยกมือขึ้นขวางเบาๆ สัญญาณมืออันสุขุมเยือกเย็นทำให้มู่หลานฮวาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาดอกท้อคู่นั้นมองสบตาเขาอย่างไม่เข้าใจ
"หลานฮวา... หลบไปก่อน" น้ำเสียงของเขาเรียบเรื่อย ทว่าเปี่ยมด้วยพลังอำนาจที่ไม่อาจปฏิเสธ "หนี้เลือดเมื่อสี่ปีก่อน ถึงเวลาที่ต้องชำระสะง้างแล้ว... แต่ไม่ใช่ ณ ที่แห่งนี้ และไม่ใช่กับลิ่วล้อปลายแถวเช่นมัน"
สิ้นคำพูด ร่างของฉินจื่อเหยียนก็พลันเลือนราง หายวับไปจากสายตาด้วยวิชาตัวเบา 'ย่างก้าวไร้เงา' ปล่อยให้พลังปราณระเบิดตู้มใหญ่ทำลายพื้นที่ว่างเปล่าที่เขายืนอยู่เมื่อครู่จนกลายเป็นหลุมลึก
ผ่านพ้นค่ำคืนแห่งการนองเลือดและการไล่ล่าอันดุเดือด ทั้งสองหลบหนีเข้ามายังถ้ำลับแห่งหนึ่งลึกเข้าไปในหุบเขาอัคคีทมิฬ ภายในถ้ำถูกโอบล้อมด้วยผนังหินสีดำสนิท มีเพียงแสงเรืองรองจากหินเรืองแสงสีนวลที่สะท้อนเงาร่างของคนทั้งสองทอดทอดบนผนัง
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำที่กลั่นตัวจากหินย้อยตกลงกระทบพื้นถ้ำเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
มู่หลานฮวานั่งคุกเข่าลงบนพื้นหิน นางกำลังโคจรลมปราณเพื่อขับพิษอัคคีที่ตกค้างจากการปะทะกับยอดฝีมือสำนักมังกรทมิฬ เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้าเนียนละเอียด เส้นผมสีดำสนิทลู่แนบแก้มขาวซีด แสดงให้เห็นว่าอาการบาดเจ็บภายในของนางมิใช่เรื่องเล็กน้อยเลย
ฉินจื่อเหยียนก้าวเข้าไปใกล้ชิด เขานั่งลงเบื้องหน้านางอย่างไร้สุ้มเสียง ฝ่ามือหนาอบอุ่นวางทาบลงบนแผ่นหลังบอบบางของนางถ่ายทอดลมปราณบริสุทธิ์เข้าไปช่วยชำระล้างพลังงานชั่วร้ายที่ติดค้างอยู่ในจุดชีพจร
"อย่าฝืน..." เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นแผ่วเบา เจือความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสุขุม "เจ้าดึงดันรับกระบวนท่าแทนข้าเมื่อครู่ทำไมกัน? เจ้าก็รู้ว่าร่างกายของเจ้า..."
"ถ้าข้าไม่รับ... ท่านคงต้องบาดเจ็บสาหัส" มู่หลานฮวาเอ่ยแทรกขึ้น น้ำเสียงของนางยังคงราบเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยยามที่ดวงตาสบเข้ากับนัยน์ตาคมกริบของเขา "ชีวิตของข้า... ตั้งแต่วันที่ท่านช่วยชีวิตไว้ที่หน้าผาเหมันต์ไร้ลักษณ์ มันก็ไม่ได้เป็นของสำนักเหมันต์อีกต่อไปแล้ว... มันเป็นของท่าน ฉินจื่อเหยียน"
คำพูดที่เอ่ยออกมาอย่างตรงไปตรงมาและจริงใจ ทำให้หัวใจของจอมยุทธ์ผู้ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนถึงกับกระตุกวูบ ความรู้สึกผิดบาปและความทรงจำอันเจ็บปวดในอดีตไหลทะลักเข้ามาในห้วงความคิดราวกับกระแสน้ำป่า
ฉินจื่อเหยียนชักมือกลับ ชายหนุ่มเบือนหน้าหนีเล็กน้อย ทอดสายตาไปยังความมืดมิดเบื้องหน้า
"เจ้าไม่ควรเอาชีวิตมาผูกติดกับคนบาปเช่นข้าเลย... หลานฮวา" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด "เจ้าก็รู้ว่าอดีตของข้าคืออะไร... วิชากระบี่ไร้ลักษณ์ที่ข้าฝึกฝน มันแลกมาด้วยชีวิตของใครบ้าง"
มู่หลานฮวานิ่งเงไปครู่หนึ่ง นางขยับกายเข้าไปใกล้เขามากขึ้น กลิ่นอายหอมเย็นดั่งดอกเหมันต์ลอยละล่องปะปนกับกลิ่นอายบุรุษ นางเอื้อมมือเรียวบางออกไปสัมผัสหลังมือที่กำหมัดแน่นของเขาเบาๆ
"ข้ารู้... ท่านสูญเสียอาจารย์ สูญเสียพี่น้องร่วมสำนัก และถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ทรยศเพราะไม่ยอมจำนนต่อกฎเกณฑ์จอมปลอมของยุทธภพ" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ลึกซึ้งและจริงจัง "แต่อดีตผ่านไปแล้ว ฉินจื่อเหยียน ท่านจะแบกรับความผิดบาปที่ท่านไม่ได้ก่อไว้บนบ่าไปตลอดชีวิตเช่นนั้นหรือ? รอยแผลเป็นบนแผ่นอกของท่าน... มันไม่ได้เป็นเพียงเครื่องเตือนใจถึงความเจ็บปวด แต่มันคือเครื่องยืนยันว่าท่านยังมีชีวิตรอด... มีชีวิตอยู่เพื่อก้าวเดินต่อไป"
ฉินจื่อเหยียนหันกลับมามองสตรีนางนี้ แววตาที่มักจะซ่อนความโดดเดี่ยวและรอยร้าวลึกในจิตใจ บัดนี้กลับไหววับดั่งผิวน้ำยามถูกสายลมพัดผ่าน ภาพความทรงจำเมื่อสี่ปีก่อน วันที่สำนักถูกเพลิงผลาญ และอาจารย์ผู้ล่วงลับสิ้นใจอ้อมแขนของเขาผุดขึ้นมาอีกครั้ง รอยแผลเป็นที่ประทับอยู่บนร่างกาย แม้กาลเวลาจะล่วงเลย แต่มันไม่เคยเลือนหายไปจากความทรงจำ
"เจ้าเข้าใจข้าเสมอมา..." ฉินจื่อเหยียนระบายยิ้มขื่นๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งในรอบหลายปี "ข้าคิดมาตลอดว่า วิถีกระบี่ของข้าจะต้องโดดเดี่ยวไปจนตาย ไม่สมควรได้รับความรักหรือความอบอุ่นใดๆ จากใครทั้งสิ้น... จนกระทั่งข้าได้พบเจ้า"
บรรยากาศภายในถ้ำพลันอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด ท่ามกลางลมหนาวที่พัดผ่านจากภายนอก ร่างของทั้งสองขยับเข้าใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกาย มู่หลานฮวาซบหน้าลงกับบ่ากว้างของเขา ปล่อยให้หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้มานานไหลรินซึมผ่านเนื้อผ้า ปลดเปลื้องความกดดันและความเหนื่อยล้าทั้งหมดที่สะสมมาแรมปี
ฉินจื่อเหยียนโอบกอดร่างบางไว้แน่นราวกับต้องการหลอมรวมนางเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิญญาณ ริมฝีปากหยักได้รูปก้มลงจุมพิตที่หน้าผากมนเบาๆ เป็นดั่งคำมั่นสัญญาที่เงียบงัน ว่าไม่ว่าเบื้องหน้าจะมีอุปสรรคหรือเทพอมตะองค์ใดมาขวางกั้น เขาก็จะปกป้องนางด้วยชีวิต
ทว่า ในวินาทีที่ความอบอุ่นกำลังแผ่ซ่านเข้าสู่ก้นบึ้งของหัวใจนั้นเอง...
*ตูมมมม!*
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่มดังขึ้นที่ปากทางเข้าถ้ำ แรงอัดมหาศาลซัดกระหน่ำจนผนังถ้ำสั่นสะเทือน เศษหินน้อยใหญ่ร่วงหล่นลงมาราวกับห่าฝน เปลวเพลิงสีดำสนิทพวยพุ่งทะลักเข้ามาภายในพริบตา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่กรีดแทงโสตประสาทของคนทั้งสองจนโลหิตในกายปั่นป่วน
"ฮ่าๆๆๆ! ที่แท้จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่กับนางเซียนผู้สูงส่ง ก็มาหลบเลี่ยงความตายอยู่รูหนูนี่เอง!"
เงาร่างมหึมาปรากฏขึ้นท่ามกลางกลุ่มควันหนาทึบ พร้อมกับแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างของผู้มาเยือนใหม่—ผู้ที่ทำให้ฉินจื่อเหยียนถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงระคนแค้นเคือง
"เถี่ยซาน!... เจ้ากล้าตามมาถึงที่นี่!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่อันโดดเดี่ยวนี้ด้วยกันนะครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิหคเพลิงผู้เหมันต์•ตอนที่ 7
รอยแผลที่เลือนหาย
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิหคเพลิงผู้เหมันต์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!