กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิหคเพลิงผู้เหมันต์•ตอนที่ 5

กลิ่นอายมังกรทมิฬ

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
กลิ่นคาวเลือดที่เจือจางอยู่ในสายลมยามราตรี ไม่เคยโกหกผู้ผ่านโลกมาโชกโชนเช่นฉินจื่อเหยียน ปลายนิ้วหยาบกร้านที่กุมด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์สัมผัสได้ถึงความสั่นพละกำลังอันแผ่วเบา มันไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความกระหายของเหล็กกล้าที่สัมผัสไอสังหารลึกล้ำในรัศมีร้อยลี้ เบื้องหน้าของพวกเขาคือซากปรักหักพังของสำนักคุ้มภัยตระกูลหลี่ ที่บัดนี้เหลือเพียงเถ้าถ่านและศพนับร้อยที่ถูกสูบกลืนพลังชีวิตจนแห้งกรัง ราวกับถูกดูดกลืนด้วยเคล็ดวิชาสายมารอันชั่วร้าย "ร่องรอยเช่นนี้... ไม่ผิดแน่" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน มู่หลานฮวาปรายตามองเศษซากอักขระเวทที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนพื้นหิน ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกจากร่างนางจนเกล็ดน้ำแข็งสีครามเกาะกุมยอดหญ้าโดยรอบ นางป้องปากเล็กน้อยด้วยความรู้สึกสะท้านสะเทือน "คัมภีร์วิญญาณโลหิต... เป็นวิชาต้องห้ามที่สูญหายไปจากยุทธภพร่วมร้อยปี เหตุใดสำนักมังกรทมิฬจึงกล้าใช้มัน" ฉินจื่อเหยียนไม่ตอบคำทันที ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่กวาดมองรอยเท้าที่ประทับลึกลงไปในดิน โคจรลมปราณทิพย์ตรวจสอบร่องรอยพลังที่หลงเหลือ เขาสัมผัสได้ถึงไอพลังอันดุดันและอำมหิต ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเถี่ยซาน เจ้าสำนักมังกรทมิฬผู้มีความทะเยอทะยานจะครอบครองใต้หล้า "เพราะพวกมันไม่ได้ต้องการเพียงแค่ทรัพย์สินเงินทอง" ฉินจื่อเหยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสลมปราณที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งขึ้นสามส่วน "เป้าหมายของเถี่ยซานคือการรวบรวมชิ้นส่วนคัมภีร์วิญญาณทั้งสาม เพื่อเปิดประตูสู่แดนลับแลโบราณ การฆ่าล้างสำนักคุ้มภัยตระกูลหลี่ เป็นเพียงการส่งสัญญาณเตือนให้ยุทธภพได้ประจักษ์ว่า ใครก็ตามที่ขวางทางจะต้องพบจุดจบเช่นนี้" มู่หลานฮวาขมวดคิ้วมุ่น นางก้าวเข้ามาใกล้ชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัว กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวนางลอยปะปนกับกลิ่นคาวเลือด "ท่านกำลังคิดจะใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อพวกมันออกมารึ?" "ในเมื่อพวกมันตามหาคัมภีร์ และข้าก็กำลังตามหาพวกมัน การเดินเข้าหาปากเสือย่อมประหยัดเวลามากกว่าการรอให้เสือเดินเข้าหาถ้ำ" ฉินจื่อเหยียนหันมาสบตากับนาง แววตาคู่นั้นทั้งดื้อรั้น ทระนง และลึกซึ้งเกินกว่าที่ผู้ใดจะหยั่งถึง "อีกอย่าง... ข้าไม่ยอมให้ผู้ใดใช้ชีวิตของผู้บริสุทธิ์มาเป็นเครื่องมือในการบรรลุวิถีมารเด็ดขาด" นางเซียนผู้เย็นชาชะงักไปชั่วขณะ หัวใจที่ด้านชาดั่งน้ำแข็งพันปีกลับไหววูบคล้ายถูกเปลวเพลิงอุ่นๆ โอบกอด นางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้พูดคำไหนคำนั้น วิถีกระบี่ของเขาคือความเที่ยงธรรม แม้ฟ้าดินจะพลิกคว่ำ เขาก็ยังคงยืนหยัดด้วยกระบี่ในมือเพียงเล่มเดียว "ถ้าเช่นนั้น... ข้าจะขออยู่เคียงข้างท่าน ในฐานะคมดาบที่จะคอยกวาดล้างพวกมันให้สิ้นซาก" มู่หลานฮวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว ปราณเพลิงพิสุทธิ์ในกายหมุนวนรุนแรงจนเกิดประกายไฟสีฟ้าครามล้อมรอบกาย นางไม่ได้พูดเพื่อเกี้ยวพาราสี แต่นี่คือคำปฏิญาณแห่งจิตวิญญาณของเซียนผู้ยอมมอบดวงใจให้แก่จอมยุทธ์พเนจรเพียงผู้เดียว ฉินจื่อเหยียนยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง มันคือความอบอุ่นท่ามกลางลมหนาวอันโหดร้ายของยุทธภพ ทันใดนั้นเอง! บรรยากาศโดยรอบก็แปรเปลี่ยนเป็นอึมครึม ไอสังหารสายหนึ่งพุ่งทะยานมาจากความมืดมิดเบื้องบนราวกับสายฟ้าฟาด อักขระเวทสีดำทมิฬนับร้อยสายพรั่งพรูลงมาปิดกั้นทุกเส้นทางหลบหนี แรงกดดันมหาศาลกดทับลงบนบ่าของทั้งสองราวกับแบกภูเขาไว้ทั้งลูก "ระวัง!" ฉินจื่อเหยียนตวัดมือวาดกระบี่ไร้ลักษณ์ออกไปครึ่งนิ้ว เสียงกรีดร้องของอากาศดังสะท้านสะเทือน ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ปะทะเข้ากับอักขระเวทจนเกิดประกายไฟสว่างวาบไปทั่วท้องฟ้า เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ฮ่าๆๆๆ... ฉินจื่อเหยียน สมคำร่ำลือจริงๆ เจ้าตามร่องรอยของพวกเรามาเร็วเสียจนน่าตกใจ น่าเสียดายนัก... ที่การเดินทางของพวกเจ้าจะต้องจบลง ณ ดินแดนรกร้างแห่งนี้!" เงาดำนั้นแผ่ขยายไอพลังมังกรทมิฬอันน่าสะพรึงกลัวออกมา พร้อมกับปรากฏการณ์ประหลาดที่ทำให้แม้แต่ฉินจื่อเหยียนยังต้องเปลี่ยนสีหน้า เมื่อคัมภีร์วิญญาณในมือของศัตรูเริ่มส่งเสียงคำรามก้อง และบุคคลที่ก้าวตามหลังมันออกมาจากความมืด คือศิษย์พี่ใหญ่ผู้ล่วงลับที่ฉินจื่อเหยียนฝังร่างด้วยมือตนเองเมื่อสามปีก่อน! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่ากระบี่และสายลมมาด้วยกันจนถึงบรรทัดนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิหคเพลิงผู้เหมันต์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%