กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิหคเพลิงผู้เหมันต์•ตอนที่ 13

ปราณวิญญาณแปรปรวน

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
"เจ้าสำนักเถี่ย... ฝ่ายอธรรมเช่นท่าน รังแต่จะสร้างหนี้เลือดไม่รู้จบ" เสียงหอบหายใจหนักหน่วงดังแทรกเสียงลมหนาวที่พัดกระโชก ภายในถ้ำผาหิมะแดงเวลานี้ คิมหันต์และเหมันต์ปั่นป่วนจนแทบฉีกกระชากมิติให้ขาดวิ่น ฉินจื่อเหยียนคุกเข่าลงข้างหนึ่ง มือข้างหนึ่งกุมด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์ยันพื้นดินไว้เพื่อพยุงร่างที่สั่นเทา เลือดสีชาดสดตัดกับความขาวบริสุทธิ์ของเกล็ดหิมะรอบกาย หยดลงกระทบพื้นจนเกิดไอความร้อนระอุพวยพุ่ง เบื้องหน้าของเขาคือเถี่ยซาน เจ้าสำนักมังกรทมิฬ ผู้ถือครองคัมภีร์วิญญาณโลหิต นัยน์ตาของมันแดงก่ำด้วยความกระหายเลือด รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนริมฝีปากที่แห้งผาก "ฉินจื่อเหยียน... เจ้าถือว่าตนเองบรรลุวิถีกระบี่ไร้ลักษณ์แล้วจะต่อกรกับฟ้าดินได้กระนั้นหรือ? วันนี้ ข้าจะใช้กระดูกของเจ้ามาสังเวยดาบมังกรทมิฬของข้า!" เถี่ยซานคำรามลั่น พลังปราณมารพวยพุ่งจากร่างราวกับอสุรกายที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง ทว่า ก่อนที่คมดาบมหึมาจะฟาดลงมา ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะพันปีก็พุ่งเข้ามาขวางหน้าไว้ มู่หลานฮวาแผ่ซ่านไอเพลิงพิสุทธิ์สีครามออกมาจากฝ่ามือจนอุณหภูมิรอบด้านลดฮวบลงถึงจุดเยือกแข็ง แม้ใบหน้างามจะยังคงเยชาดั่งเซียนผู้ตัดขาดจากโลกีย์ ทว่าแววตาคู่คมกลับสั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อเหลือบมองบุรุษด้านหลัง "หลานฮวา... อย่า..." ฉินจื่อเหยียนพยายามส่งเสียงห้าม แต่สายเกินไปแล้ว ตูม! คลื่นพลังกระแทกปะทะกันอย่างรุนแรงจนหินผาสั่นสะเทือน เถี่ยซานหัวเราะลั่นด้วยความสะใจเมื่อเห็นนางเซียนแห่งสำนักเหมันต์พยายามเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องศัตรูของมัน "นังสารเลว กล้าเอาไข่ในหินมาชนกับภูเขา มุทะลุดื้อรั้นนัก!" ทันใดนั้น เถี่ยซานรวบรวมลมปราณทั้งหมดไว้ที่ฝ่ามือ ซัดฝ่ามือมารทมิฬพุ่งทะลวงตรงเข้าหากลุ่มไอเพลิงพิสุทธิ์ของมู่หลานฮวา พลังกดดันระดับขอบเขตบรรพกาลทำให้มิติรอบตัวบิดเบี้ยว รัศมีสีดำทมิฬแผ่ขยายปกคลุมร่างของนางจนแทบมิด มู่หลานฮวารู้สึกได้ถึงความตายที่คืบคลานเข้ามา นางหลับตาลงช้าๆ เตรียมรับชะตากรรม ทว่า... *ฉับพลัน!* เงาร่างหนึ่งพุ่งทะยานผ่านความว่างเปล่าดั่งสายฟ้าฟาด ฉินจื่อเหยียนใช้ลมหายใจสุดท้ายฝืนทะยานกายเข้ามารับฝ่ามือมารนั้นแทนด้วยแผ่นหลังของตนเอง! ปัง! เสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว เลือดคำโตพุ่งทะลักออกจากปากของฉินจื่อเหยียน สาดกระเซ็นลงบนอาภรณ์สีขาวของมู่หลานฮวาจนกลายเป็นจุดสีแดงฉานดั่งดอกเหมยยามเหมันต์ "จื่อเหยียน!" เสียงเรียกที่มักจะราบเรียบและเย็นชาเสมอ บัดนี้กลับสั่นเครือจนแทบขาดใจ มู่หลานฮวารับร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของชายหนุ่มเอาไว้ อ้อมแขนที่เคยชินกับการถือครองความหนาวเหน็บ บัดนี้กลับสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวเป็นครั้งแรกในรอบร้อยปี ฉินจื่อเหยียนฝืนยิ้ม รอยยิ้มนั้นทั้งจางและเศร้าสร้อย ทว่ายังคงความทระนงองอาจไว้อย่างไม่เสื่อมคลาย "ข้า... บอกแล้ว... ว่าจะไม่ยอมให้ผู้ใดแตะต้องเจ้า... แม้แต่ปลายเส้นผม..." "ทำไม... ทำไมต้องเอาชีวิตท่านมาแลกกับข้า..." หยาดน้ำใสไหลรินจากดวงตาคู่สวยของนางเซียนผู้ไม่เคยหลั่งน้ำตาให้ผู้ใด หยดลงบนแก้มของชายหนุ่ม ไอเพลิงพิสุทธิ์ในกายของนางแปรปรวนอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงคำรามกึกก้องในอากาศ ความโกรธแค้นแผดเผาจิตวิญญาณของนางจนถึงขีดสุด เถี่ยซานหัวเราะเยาะด้วยความเย้ยหยัน "ช่างเป็นความรักที่น่าสมเพชยิ่งนัก! ในเมื่อพวกเจ้าอยากตายร่วมกันนัก ข้าก็จะสงเคราะห์ให้เอง!" แต่วินาทีนั้นเอง ที่ดวงตาของฉินจื่อเหยียนเปลี่ยนไป ประกายแสงสีทองอ่อนจางปรากฏขึ้นในนัยน์ตาที่ใกล้ดับมืด ปราณวิญญาณรอบกายที่เคยสงบ กลับเริ่มหมุนวนบิดเบี้ยวราวกับพายุคลั่ง บาดแผลฉกรรจ์ที่แผ่นหลังค่อยๆ ถูกชำระล้างด้วยพลังลึกลับบางอย่างที่ไหลเวียนมาจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ไม่ได้มีไว้เพื่อฆ่าฟัน แต่มันมีไว้เพื่อปกป้องสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าชีวิต "เถี่ยซาน..." เสียงของฉินจื่อเหยียนไม่ได้ดัง ทว่ากลับก้องกังวานลึกลงไปในจิตใจของทุกคนในรัศมีร้อยลี้ ความกดดันที่น่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกมาจากร่างที่โชกเลือดของเขา มู่หลานฮวาสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลง นางรีบประคองชายหนุ่มถอยหลัง ขณะที่นัยน์ตาคู่คมกวาดมองไปเบื้องหน้าด้วยความตกตะลึง ปราณวิญญาณของฉินจื่อเหยียนไม่ได้กำลังแตกสลาย... แต่มันกำลัง "ทะลวงผ่าน" ขอบเขตที่มนุษย์ปุถุชนจะเอื้อมถึง! ฟ้าดินแปรปรวน เมฆดำทะมืดปกคลุมยอดเขาหิมะแดงในพริบตา สายฟ้าสีครามคำรามกึกก้องดั่งเสียงสวรรค์พิโรธ ทว่า ก่อนที่ฉินจื่อเหยียนจะทันได้ชักกระบี่ออกจากฝักเพื่อสะ้างปาฏิหาริย์ เงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างไร้สุ้มเสียง เบื้องหลังของเถี่ยซาน คมกระบี่สีนิลกาฬจ่ออยู่ที่ลำคอของเถี่ยซานในเสี้ยววินาทีโดยที่เจ้าสำนักมังกรทมิฬไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ! "เกมสนุกแค่นี้พอแล้วเจ้าสำนักเถี่ย..." เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยและเปี่ยมด้วยเจตนาสังหารเอ่ยขึ้นแผ่วเบา "หนี้เลือดเมื่อสิบปีก่อน ถึงเวลาต้องสะบล้างแล้วกระมัง?" ฉินจื่อเหยียนหรี่ตาลงมองผู้มาใหม่ บาดแผลที่หน้าอกเจ็บแปล๊บขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อตระหนักว่าบุคคลผู้นี้คือใคร... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านมิติอักษรและคมกระบี่ด้วยกันมาจนถึงตอนนี้ พบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิหคเพลิงผู้เหมันต์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%