เศษหนังมนุษย์ชิ้นสุดท้ายถูกวางลงทาบสนิทบนโต๊ะไม้กฤษณา กลิ่นอายโบราณอันอับชื้นแต่ทว่าทรงพลังแผ่พุ่งออกมาราวกับวิญญาณนับหมื่นดวงกำลังกรีดร้องในความมืด
ฉินจื่อเหยียนมิได้กล่าววาจาใด ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่ไร้ลักษณ์เพ่งพินิจลวดลายเส้นสายบนแผ่นหนังที่ค่อยๆ เชื่อมประสานเข้าหากันด้วยพลังปราณเร้นลับ เส้นแสงสีครามและสีชาดสอดร้อยถักทอเข้าหา ราวกับดวงดาราบนท้องนภาที่ถูกร้อยเรียงใหม่ตามกลไกแห่งฟ้าดิน แผนที่ที่เคยกระจัดกระจาย บัดนี้สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
"ในที่สุด… ประตูสู่สุสานเซียนก็ปรากฏขึ้นแล้ว"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยาย มู่หลานฮวาก้าวเข้ามาใกล้ ร่างระหงภายใต้ชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ตัดกับบรรยากาศอันมืดหม่น ไอเย็นเยียบแผ่ออกมาจากร่างของนางจนหยาดน้ำค้างบนโต๊ะกลายเป็นผลึกน้ำแข็ง แต่มือเรียวดั่งหยกขาวกลับเอื้อมมาแต้มลงบนหลังมือของเขาอย่างแผ่วเบา ความอบอุ่นที่ส่งผ่านจากฝ่ามือของบุรุษผู้ฝืนลิขิตฟ้า ทำให้หัวใจที่ด้านชาดั่งน้ำแข็งพันปีของนางพลันไหววูล
"เส้นทางเบื้องหน้าย่อมเต็มไปด้วยขวากหนาม… เถี่ยซานและพรรคพวกของมันคงไม่ยอมให้พวกเราครอบครองสมบัติบรรพกาลไปได้โดยง่าย" มู่หลานฮกเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแววตากลับสะท้อนความห่วงใยที่มอบให้เขาเพียงผู้เดียว
ฉินจื่อเหยียนหันกลับมาสบตานาง รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความทระนงและเชื่อมั่น "ต่อให้ฟ้าดินล่มสลาย ต่อให้เบื้องหน้าคือขุมนรกโลกันตร์ หากมีเจ้าเคียงคู่เคียงกระบี่ ฉินจื่อเหยียนผู้นี้… มีหรือจะต้องเกรงกลัวสิ่งใด"
คำกล่าวนี้มิใช่เพียงคำหวานยามรัก หากแต่เป็นสัจธรรมแห่งวิถีกระบี่ที่หลอมรวมกับความตายและความรักเข้าด้วยกันอย่างลึกซึ้ง ทันใดนั้นเอง ภายใต้แผนที่ที่สมบูรณ์ แสงสว่างสีทองเจิดจ้าก็พวยพุ่งทะลุเพดานเรือนพัก ท้องนภากลامยค่ำคืนพลันแปรเปลี่ยน เมฆฝนทะมึนก่อตัวหมุนวนเป็นเกลียวพายุ สายฟ้าคำรามกึกก้องสะท้านฟ้าดิน ราวกับฟ้าดินกำลังพิโรธต่อการปรากฏตัวของกุญแจดอกสุดท้ายที่จะไขความลับแห่งความเป็นอมตะ
แต่ในวินาทีที่ทั้งสองกำลังจะก้าวเท้าออกจากห้องเพื่อมุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทาง เสียงปรบมือเบาๆ แต่กลับก้องกังวานเสียดแก้วหูก็ลอยมาจากความมืดเบื้องนอก
*แปะ… แปะ… แปะ…*
"ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง ความรักของหนุ่มสาวในยุทธภพช่างงดงามและเปราะบางเสียเหลือเกิน"
เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืดมิด ร่างกายกำยำแผ่พลองด้วยพลังปราณสีดำสนิทที่บิดเบี้ยวอากาศรอบตัวจนสั่นไหว ดวงตาคมปลาวาฬจ้องมองมาที่แผ่นหนังบนโต๊ะด้วยความโลภโมโทสันที่ปิดไม่มิด — เถี่ยซาน! เจ้าสำนักมังกรทมิฬปรากฏตัวขึ้นขวางกั้นประตูทางออก พร้อมกับยอดฝีมือในชุดดำนับร้อยชีวิตที่ปิดล้อมเรือนพักไว้ทุกสารทิศ
ฉินจื่อเหยียนหรี่ตาลงเล็กน้อย มือขวาค่อยๆ เลื่อนมากุมด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์ที่ข้างเอวโดยสัญชาตญาณ บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดขึ้นจนแทบหยุดหายใจ
"เถี่ยซาน… เจ้าเองรึที่รนหาที่ตายถึงที่นี่" ฉินจื่อเหยียนเอ่ยเสียงเย็นเยียบ
เถี่ยซานหัวเราะลั่นอย่างลำพองใจ "ฮ่าๆๆ ฉินจื่อเหยียน เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการรวบรวมแผนที่ให้สมบูรณ์จะเป็นของเจ้าคนเดียว? ข้าเพียงแต่รอให้พวกเจ้าทำหน้าที่ 'สุนัขรับใช้' รวบรวมชิ้นส่วนให้ครบถ้วนเท่านั้นเอง ส่งแผนที่มา แล้วข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้า… ให้ตายอย่างสบายหน่อย!"
มู่หลานฮวาแค่นเสียงเยือกเย็น แววตาปรากฏประกายเพลิงพิสุทธิ์สีฟ้าครามวับวาว พลังปราณเหมันต์ผสานอัคคีแผ่พุ่งออกรอบตัวนาง "สุนัขเฒ่า… เจ้าคิดว่าตัวเจ้ามีสิทธิ์พูดคำนี้กระนั้นหรือ"
ทว่า ก่อนที่กระบวนท่าแรกจะถูกปลดปล่อย เถี่ยซานกลับยกย่องรอยยิ้มอันน่าสะพรึงกลัวขึ้น ชูกระบี่โบราณเล่มหนึ่งขึ้นเหนือหัว ซึ่งตัวกระบี่เล่มนั้น… กลับเสียบทะลุกร่างของผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักเหมันต์ผู้เป็นอาจารย์ลุงของมู่หลานฮวาอย่างเลือดเย็น!
"ศิษย์น้อง… ดูให้ดีสว่าใครคือผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่ากันแน่" เถี่ยซานกล่าวด้วยรอยยิ้มอำมหิต ขณะที่โลหิตสีแดงฉานหยดลงบนพื้นดิน พร้อมกับดวงตาของมู่หลานฮวาที่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนแค้นเคืองสุดขีด
---
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กับคมกระบี่และบทกวีแห่งยุทธภพนี้มาจนถึงบทที่ 24 นะครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิหคเพลิงผู้เหมันต์•ตอนที่ 24
แผนที่ที่สมบูรณ์
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิหคเพลิงผู้เหมันต์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!