กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิหคเพลิงผู้เหมันต์•ตอนที่ 25

ด่านหน้าแห่งความตาย

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
กงล้อแห่งโชคชะตาไม่เคยหมุนกลับ เช่นเดียวกับโลหิตในกายของฉินจื่อเหยียนที่กำลังเดือดพล่านดั่งสายธารลาวา ภายใต้ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวของหุบเขาหมื่นศพ ประตูสู่ด่านหน้าแห่งความตายได้เปิดออกแล้ว เบื้องหน้าของเขามิใช่เพียงภูตผีหรือมือสังหารรับจ้าง หากแต่เป็นบุรุษร่างยักษ์ผู้มีกลิ่นอายดั่งสัตว์อสูรบรรพกาล เถี่ยซาน เจ้าสำนักมังกรทมิฬ ยืนตระหง่านอยู่บนซากปรักหักพังของศาลเจ้าโบราณ สองมือของมันไคว้หลัง ใบหน้าปรากฏรอยแผลเป็นลากยาวจากขมับซ้ายพาดผ่านดวงตาที่บอดสนิทลงมาถึงมุมปาก รังสีอำมหิตแผ่ซ่านกดทับอากาศรอบบริเวณจนบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น "ฉินจื่อเหยียน... เจ้าช่างกล้าหาญยิ่งนัก หรือควรเรียกว่าโง่เขลาเบาปัญญาดีเล่า ที่รอนแรมมาส่งศิระให้ถึงมือข้าถึงที่นี่" น้ำเสียงของเถี่ยซานทุ้มต่ำและก้องกังวาน ราวกับเสียงคำรามของพญามังกรในห้วงเหวลึก แรงกดดันจากลมปราณระดับปรมาจารย์ขั้นสูงสุดแผ่พุ่งเข้าใส่ดั่งขุนเขาถล่มทับ แต่นัยน์ตาของฉินจื่อเหยียนกลับสงบนิ่งดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นพรั่นพรึงแม้แต่น้อย "คนโง่มักคิดว่าฟ้าดินอยู่ในกำมือ คนฉลาดมักรู้ว่าตนเป็นเพียงธุลีใต้ผืนทราย... เถี่ยซาน หนี้เลือดที่สำนักวิญญาณกระบี่ต้องชำระ วันนี้ข้า... ฉินจื่อเหยียน ขอเป็นผู้ทวงถามด้วยคมกระบี่ในมือ" ฉินจื่อเหยียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไว้ด้วยคมมีดที่บาดลึกถึงกระดูกดำ แม้กระbี่ไร้ลักษณ์ในฝักจะยังมิได้ถูกชักออกมา แต่รัศมีกระบี่ที่เปล่งประกายรอบกายของเขากลับคมกริบเสียจนกระทั่งใบไม้ที่ร่วงหล่นผ่านร่างเขาถูกตัดขาดเป็นสองส่วนอย่างไร้ร่องรอย ในขณะเดียวกัน ที่เบื้องหลังของฉินจื่อเหยียน มู่หลานฮวายืนหยัดนิ่งสงบดั่งรูปสลักน้ำแข็ง นางสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ตัดกับบรรยากาศอันมืดมน ไอเย็นจัดแผ่ซ่ายออกจากร่างจนพื้นดินรอบตัวนางกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีคราม ดวงตาดั่งหงส์เพลิงมองตรงไปยังเถี่ยซานด้วยจิตสังหารที่เย็นยะเยือก นางมิได้กล่าววาจาใดๆ เพราะรู้ดีว่าวาจาระหว่างยอดฝีมือมีค่าเพียงลมปาก มีเพียงกระบี่เพลิงพิสุทธิ์ในมือเท่านั้นที่จะพิสูจน์ความจริงแท้ "ฮ่าๆๆๆ ดี! ดีนัก! ศิษย์สำนักตกอับกับนังสารเลวผู้ทรยศสำนักเหมันต์ คิดจะต่อกรกับดวงอาทิตย์ที่กำลังจะขึ้นอย่างพวกเรางั้นรึ?" เถี่ยซานหัวเราะลั่นจนพื้นดินสะเทือนเลื่อนลั่น มันสะบัดแขนเสื้อครั้งหนึ่ง พลังปราณทมิฬนับหมื่นสายพวยพุ่งออกมาจากร่าง กลายเป็นรูปเงาสัตว์อสูรนับร้อยตัวพุ่งเข้าใส่ทั้งสองคนดั่งพายุฝน "ระวัง!" ฉินจื่อเหยียนอุทานเบาๆ ร่างของเขาพุ่งทะยานออกไปดั่งสายฟ้าแลบ มือขวาตบลงที่ด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์ ทันใดนั้น แสงกระบี่สีครามเจิดจ้าก็สาดส่องทะลวงความมืดมิด เสียงระเบิดดังกึกก้องสะท้านฟ้าดิน ปราณทมิฬและปราณกระบี่เข้าปะทะกันอย่างดุเดือดจนเกิดประกายไฟสว่างวาบไปทั่วทั้งหุบเขา การต่อประจันหน้าครั้งแรกกับเถี่ยซานทำให้ฉินจื่อเหยียนรับรู้ได้ทันทีว่า ขอบเขตพลังของอีกฝ่ายก้าวล่วงข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ปุถุชนไปแล้ว ทุกกระบวนท่าของเถี่ยซานหนักหน่วงดั่งภูเขา ทว่าแฝงไว้ด้วยความพลิกแพลงดั่งสายน้ำ ทว่าฉินจื่อเหยียนหาได้ตื่นตระหนกไม่ วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ของเขาคือการไร้กระบวนท่าแต่มีกระบวนท่า ไร้รูปแต่ไร้พ่าย จิตผสานกระบี่ กระบี่ผสานฟ้าดิน เขายืนหยัดต้านรับการโจมตีอันป่าเถื่อนของเถี่ยซานทีละกระบวนท่าอย่างมั่นคง เบื้องข้างของเขา มู่หลานฮวาเคลื่อนไหวราวกับภูตพราย ร่างบางพุ่งทะยานขึ้นกลางอากาศ คลื่นความร้อนอันรุนแรงที่แฝงไว้ด้วยความเย็นยะเยือกของปราณเพลิงพิสุทธิ์ถูกปลดปล่อยออกมา นางตวัดกระบี่สร้างกำแพงน้ำแข็งเพลิงสกัดกั้นสมุนของสำนักมังกรทมิฬที่พยายามเข้ามาสอดมือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการประลองเดี่ยวครั้งนี้ เคมีระหว่างคนทั้งสองสอดประสานกันอย่างลงตัว ฝ่ายชายดุดันและมั่นคงดั่งขุนเขา ฝ่ายหญิงงดงามและเด็ดเดี่ยวราวดอกเหมันต์กลางพายุหิมะ การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดเลือดพล่าน เศษหินและฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ รัศมีพลังปราณแผ่ขยายเป็นวงกว้างทำลายต้นไม้โบราณรอบด้านราบเป็นหน้ากลอง เถี่ยซานเริ่มมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อพบว่า แม้ตนจะใช้พลังถึงแปดส่วน แต่ก็ยังไม่สามารถทะลวงแนวป้องกันของคนหนุ่มผู้นี้ได้ "ฝีมือของเจ้า... รุดหน้าไปไกลกว่าตอนที่อยู่ที่ผาหมื่นพิษมากนัก เจ้าหนู" เถี่ยซานกัดฟันกรวด ดวงตาที่บอดสนิทฉายแววดุร้ายอำมหิตยิ่งขึ้น "แต่คิดว่าเพียงเท่านี้จะล้มข้าได้รึ? ผิดมหันต์แล้ว!" เถี่ยซานคำรามลั่นจนเส้นเลือดปูดโปนทั่วลำคอ มันรวบรวมลมปราณทั้งหมดไว้ที่ฝ่ามือขวาจนเกิดแสงสีดำสนิท ดูดกลืนแสงสว่างรอบตัวให้มืดมิดลงในพริบตา วิชาต้องห้าม "มังกรทมิฬกลืนสุริยัน" กำลังถูกเรียกใช้ออกมา แรงกดดันระดับนี้สามารถบดขยี้กระดูกของยอดฝีมือทั่วไปให้แหลกละเอียดได้ในลมหายใจเดียว ฉินจื่อเหยียนสูดลมหายใจเข้าลึก SENSE (สัมผัส) ทุกอณูของอากาศรอบตัวหยุดนิ่ง สายตาของเขาสะท้อนภาพวิชาของเถี่ยซานที่กำลังพุ่งเข้ามา เขารู้ว่านี่คือจังหวะเป็นตาย หากถอยแม้เพียงครึ่งก้าว ความพ่ายแพ้จะมาเยือนทันที ทว่า ในวินาทีที่คมกระบี่ไร้ลักษณ์กำลังจะถูกชักออกจากฝักเต็มรูปแบบเพื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีตัดสินชะตา เสียงขลุ่ยไม้ไผ่แისลมอันโหยหวนและเย็นยะเยือกก็ดังแว่วมาจากยอดเขาสูงเสียดฟ้า พร้อมกับเงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทที่ร่วงหล่นลงมาปักหลักอยู่ตรงกลางระหว่างการปะทะ ร่างนั้นสะบัดพัดเหล็กเพียงครั้งเดียว คลื่นพลังปริศนาก็สลายวิชา "มังกรทมิฬกลืนสุริยัน" ของเถี่ยซานให้สลายหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย! เถี่ยซานเบิกตาโพรงด้วยความตกใจขีดสุด ส่วนฉินจื่อเหยียนถึงกับต้องชะงักฝ่ามือที่กำลังจะตวัดออกไป เมื่อเพ่งมองไปยังผู้มาใหม่ภายใต้แสงจันทร์สลัว เขาก็ต้องพบกับความจริงอันน่าตกตะลึงที่ทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น—บุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหน้ามิใช่ใครอื่น แต่คืออาจารย์ผู้ล่วงลับที่ควรจะสิ้นชีพไปเมื่อสิบปีก่อน! ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านด่านแห่งความตายนี้มาด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิหคเพลิงผู้เหมันต์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%