“รอยร้าวบนศิลาทมิฬนั้นหาใช่เกิดจากกระบี่ของเจ้า... แต่เป็นเพราะกาลเวลาและฟ้าดินต่างหากเล่าที่กำลังจะแตกสลาย”
เสียงทุ้มต่ำของเถี่ยซานดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว ณ ใจกลางหุบเขาอสูรคลั่ง ลมปราณมังกรทมิฬที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างของมันบิดเบี้ยวจนอากาศรอบกายเกิดเสียงกรีดร้องแหลมสูง คล้ายกระจกแก้วที่ถูกบีบอัดด้วยแรงมหาศาล
ฉินจื่อเหยียนยืนหยัดนิ่งสงบดั่งขุนเขา ปลายกระบี่ไร้ลักษณ์ในมือไม่ได้ชี้ไปยังศัตรู ทว่ามันกำลังสั่นพะะเทาด้วยความตื่นเต้นเร้าใจ พลังปราณวิญญาณที่เขาเพิ่งทะลวงผ่านขอบเขตขั้นที่เก้าเมื่อคราวก่อน บัดนี้กลับขยายใหญ่โตเกินกว่าที่ร่างเนื้อมนุษย์จะแบกรับไว้ไหว ทุกย่างก้าวที่เขาขยับทำให้พื้นดินใต้ฝ่าเท้าปริแตกเป็นรอยแยกลึกสีดำสนิท ซึ่งเป็นรอยต่อความว่างเปล่าที่ถูกพลังปราณอันบริสุทธิ์ฉีกกระชากออกอย่างไร้ความปรานี
“พลังที่มากเกินไป... คือคำสาปจากสวรรค์ที่ปฏิเสธการมีอยู่ของเราสินะ”
ฉินจื่อเหยียนพึมพำกับตนเอง ดวงตาคมกริบสะท้อนประกายแสงสีเงินยวดยิ่ง เขาไม่ได้หวาดกลัวความตาย หากแต่กังวลถึงสตรีผู้ยืนอยู่เบื้องหลัง
ไม่ไกลนัก มู่หลานฮวายืนตระหง่านอยู่บนยอดผาน้ำแข็ง ร่างอรชรในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ตัดกับเปลวเพลิงพิสุทธิ์สีครามที่ลุกโชนท่วมร่าง นางกำลังใช้วิชา ‘เหมันต์นิรันดร์’ ควบคุมเขตแดนน้ำแข็งเพื่อผนึกรอยแยกระหว่างมิติที่กำลังขยายตัวอย่างบ้าคลั่ง เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากมน แม้ใบหน้าจะยังคงความเย็นชาดั่งเซียนผู้ตัดขาดจากโลกีย์ แต่แววตาที่มองตรงมายังฉินจื่อเหยียนกลับเต็มไปด้วยความห่วงใยลึกซึ้งที่มอบให้เพียงบุรุษผู้นี้
“จื่อเหยียน... อย่าฝืนโคจรลมปราณถึงขีดสุด! มิติกำลังจะรับไม่ไหวแล้ว!” เสียงหวานใสดังสะท้อนผ่านกระแสจิต เจือด้วยความร้อนรนที่นางไม่เคยแสดงให้ผู้ใดเห็นมาก่อน
“หลานฮวา ข้าไม่มีทางเลือก...” ฉินจื่อเหยียนสูดลมหายใจเข้าลึกซึ้ง ซึมซับพลังธรรมชาติที่ปั่นป่วนเข้าสู่ตันเถียน หากเขาไม่ปลดปล่อยพลังนี้ออกไปในดาบเดียว แรงสะท้อนย้อนกลับจะทำลายทั้งหุบเขาแห่งนี้ให้กลายเป็นจุล และดึงดูดเอาความมืดมิดจากห้วงมิติอื่นกลืนกินทุกชีวิต
เถี่ยซานหัวเราะลั่นด้วยความสะใจ เจ้าสำนักมังกรทมิฬแผดเสียงก้องกานต์ ร่างกายของมันขยายใหญ่ขึ้นด้วยพลังมารที่แย่งชิงมาจากคัมภีร์วิญญาณ “ฮ่าๆๆๆ โง่เขลา! เจ้าคิดว่าเจ้าคือผู้ฝืนลิขิตฟ้ากระนั้นหรือ? แท้จริงแล้วเจ้าเป็นเพียงสะพานให้พวกมันก้าวข้ามมาต่างหาก! ดูรอบตัวเจ้าสิ!”
ฉินจื่อเหยียนกวาดสายตามองไปรอบกาย ท้องน้ายามวิกาลบัดนี้ไม่ได้ประดับด้วยดวงดาวอีกต่อไป หากแต่ปรากฏรอยร้าวสีม่วงเข้มราวกับใยแมงมุมขนาดยักษ์ที่แตกออกเป็นเสี่ยงๆ แรงดึงดูดมหาศาลจากรอยร้าวเหล่านั้นเริ่มดูดกลืนต้นไม้ใบหญ้า ก้อนหินผา แม้กระทั่งสายลมให้หายวับเข้าไปในความว่างเปล่าอันมืดมิด นี่คือผลกระทบจากการที่พลังยุทธ์ในแดนมนุษย์ก้าวล่วงเกินขอบเขตที่ฟ้าดินกำหนดไว้
บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุด อากาศรอบตัวหนาทึบจนแทบหายใจไม่ออก แรงกดดันระดับปราชญ์กระบี่แผ่ซ่านกดทับจนสรรพสิ่งต้องสยบยอม
“ต่อให้ฟ้าดินจะแตกสลาย...” ฉินจื่อเหยียนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจสะท้านฟ้าดิน “...ตราบใดที่กระบี่ยังอยู่ในมือข้า ข้าจะเป็นผู้กำหนดวิถีแห่งตน!”
สิ้นคำ ประกาศิตแห่งกระบี่ไร้ลักษณ์ก็ระเบิดออก! ร่างของฉินจื่อเหยียนพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าดั่งลำแสงอัสนีสีทองคำขาว พลังปราณอันไร้รูปไร้ลักษณ์แผ่ขยายปกคลุมรัศมีร้อยลี้ ดาบนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อสังหารเถี่ยซานอีกต่อไป แต่มันมีไว้เพื่อ ‘สมาน’ รอยร้าวแห่งจักรวาลที่กำลังจะฉีกกระชากโลกใบนี้ออกเป็นเสี่ยงๆ
มู่หลานฮวากัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด นางส่งพลังเพลิงพิสุทธิ์ทั้งหมดช่วยเหลือเขา ประสานหยินและหยาง ฟ้าและดิน เข้าด้วยกัน ณ จุดศูนย์กลางของรอยร้าว
*เปรี้ยงงงงงงง!*
เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่ม แสงสว่างเจิดจ้าบาดตาจนทุกสรรพสิ่งในยุทธภพต้องปิดเปลือกตาลง ความรุนแรงของการปะทะระหว่างพลังปราณมนุษย์และกฎเกณฑ์สวรรค์ทำให้มิติด้านหลังเถี่ยซานเปิดกว้างออกอย่างฉับพลัน
ทว่า... ในวินาทีที่แสงสีทองและสีครามกำลังประสานกันเพื่อปิดผนึกรอยร้าว เงาร่างหนึ่งก็ก้าวออกมาจากความมืดมิดของห้วงมิติที่ฉีกขาดนั้นอย่างเชื่องช้า
กลิ่นอายโบราณกาลที่กดดันยิ่งกว่าเถี่ยซานหลายร้อยเท่าแผ่ซ่านออกมา ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากทองคำรูปอสูรไร้หน้า และสิ่งสำคัญที่สุดคือ... ในมือของมันถือกระบี่ลักษณะเดียวกับฉินจื่อเหยียนทุกประการ ทว่าอาบย้อมด้วยโลหิตสีดำสนิท
“นึกไม่ถึงว่า... ในยุคสมัยที่เสื่อมถอยเช่นนี้ ยังมีมดปลวกที่บังอาจอาจหาญซ่อมแซมรอยแตกของมหามิติด้วย” เสียงแหบพร่าดังก้องในโสตประสาทของทุกคน ราวกับมาจากห้วงนรกอเวจี
ฉินจื่อเหยียนชะงักค้างกลางอากาศ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี เมื่อสัมผัสได้ถึงตัวตนที่แท้จริงของผู้มาเยือน
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านด่านแห่งความเป็นความตายนี้มาด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิหคเพลิงผู้เหมันต์•ตอนที่ 26
รอยร้าวแห่งจักรวาล
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิหคเพลิงผู้เหมันต์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!