"ในดินแดนที่แม้แต่ความตายยังต้องสูญสลาย ลมหายใจของพวกเราก็เป็นเพียงธุลีที่หลงเหลือจากอดีตกาล..."
สุ้มเสียงของฉินจื่อเหยียนทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่าก้องกังวานเสียดแทงความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวเบื้องหน้า เบื้องหลังของเขาทั้งสองคือหุบเหวแห่งกาลเวลาที่ถูกปิดตายด้วยค่ายกลบรรพกาล ขณะที่เบื้องหน้าคือประตูหินขนาดยักษ์สูงตระหง่านเสียดฟ้า สลักลวดลายอสูรฟ้าและวิหคเพลิงที่บิดเบี้ยวด้วยความทรมาน พื้นที่ตรงนี้—คือสุสานเซียนบรรพกาล สถานที่ซึ่งกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดิน ใบไม้ร่วงหล่น หรือแม้แต่การไหลเวียนของห้วงเวลา ล้วนใช้การไม่ได้ทั้งสิ้น
มู่หลานฮวากัดริมฝีปากแน่นจนหลั่งรินด้วยหยาดโลหิตสีแดงฉาน นางยื่นมือที่สวมถุงมือไหมเหมันต์ออกไปสัมผัสกับม่านพลังใสเบื้องหน้า ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส ปราณเพลิงพิสุทธิ์ในกายของนางกลับถูกดูดกลืนหายไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับหยดน้ำที่หยดลงบนทะเลทรายอันแห้งผาก
"ปราณวิญญาณ... ถูกผนึกจนหมดสิ้นแล้ว"
นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาเช่นเคย แต่หากสังเกตให้ดี จะเห็นความหวั่นไหวระลอกเล็กๆ ไหววับอยู่ในดวงตาคู่นั้น สำหรับผู้ฝึกตนที่ใช้พลังปราณเป็นลมหายใจ การถูกตัดขาดจากพลังฟ้าดิน ย่อมไม่ต่างอะไรกับการถูกโยนลงสู่ขุมนรกที่ไร้ก้นบึ้ง
ฉินจื่อเหยียนไม่ตอบคำ เขาเพียงแต่หรี่ตาลงมองฝ่ามือของตนเอง แม้จะไร้ซึ่งปราณวิญญาณหล่อเลี้ยง แต่นัยน์ตาของเขากลับประกายแสงคมกริบดั่งคมกระบี่ที่ซ่อนเร้นอยู่ในฝักมานานนับปี กระบี่ไร้ลักษณ์ข้างกายยังคงส่งเสียง "ฮัม" แผ่วเบาออกมาเป็นระยะ ราวกับมันกำลังตื่นเต้นที่ได้เผชิญหน้ากับสถานที่ซึ่งแม้แต่วิถีฟ้าก็เอื้อมไม่ถึง
"กฎฟ้าดินใช้ไม่ได้ผล... นั่นหมายความว่า ที่นี่ไม่มีความเป็นและความตาย ไม่มีหยินและหยาง ทุกสิ่งล้วนเป็นความว่างเปล่า" ฉินจื่อเหยียนเอ่ยขึ้นอย่างลึกซึ้ง พลางก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว "และผู้ที่จะก้าวข้ามผ่านทวารสุสานแห่งนี้ไปได้... ไม่ได้วัดกันที่ระดับพลังบำเพ็ญ แต่1วัดกันที่ 'เจตจำนง' ต่างหาก"
ตูม!
ราวกับคำพูดของเขาไปกระตุ้นกลไกบางอย่าง ประตูหินยักษ์เบื้องหน้าสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น กลิ่นอายโบราณกาลที่หนักอึ้งดั่งขุนเขาไท่ซานกดทับลงมาบนบ่าของทั้งสองทันที แรงกดดันนี้รุนแรงเสียจนกระดูกทั่วร่างของมู่หลานฮวาส่งเสียงลั่นกรอบ นางทรุดกายลงคุกเข่าข้างหนึ่งอย่างไม่ยินยอม หยาดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มแผ่นหลังขาวเนียน ปราณเพลิงพิสุทธิ์ในตันเถียนพยายามต่อต้านสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ทว่ายิ่งต้านทาน แรงกดดันก็ยิ่งทวีคูณราวกับจะบดขยี้วิญญาณให้แหลกสลายเป็นจุล
"หลานฮวา!"
ฉินจื่อเหยียนพุ่งเข้ามาประคองร่างของนางไว้ในอ้อมแขนอย่างรวดเร็ว ความเย็นยะเยือกจากกายของนางปะทะเข้ากับไออุ่นจากร่างของเขา เคมีที่ผสานระหว่างความหนาวเหน็บแห่งเหมันต์และความร้อนรุ่มแห่งวิชากระบี่สร้างแรงกระเพื่อมในอากาศจนเกิดเป็นประกายไฟสีครามจางๆ
"ข้า... ข้ายังไหว..." นางฝืนดันอกเสื้อของเขาเบาๆ ใบหน้างามซีดเผือดแต่แววตายังคงดื้อรั้นดั่งเช่นเคย "ข้าไม่ได้อ่อนแอถึงเพียงนั้น... จื่อเหยียน อย่าห่วงข้า"
ฉินจื่อเหยียนมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยนั้น หัวใจของจอมยุทธ์ผู้พเนจรมาครึ่งค่อนชีวิตกระตุกวูบ ความรู้สึกผิดบาปจากการสูญเสียอาจารย์ในอดีตเคยทำให้เขาปิดตายหัวใจ ไม่กล้าผูกพันกับผู้ใด ทว่ายามนี้ หญิงสาวผู้เย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปีผู้นี้ กลับยอมสละแม้กระทั่งลมหายใจเพื่อเคียงข้างเขาฝ่าฟันอุปสรรค
เขายกมือขึ้นลูบเรือนผมสีดำสนิทของนางอย่างแผ่วเบา เป็นสัมผัสที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่บุรุษผู้นี้เคยมีมา "ข้ารู้... เจ้าแข็งแกร่งเสมอ หลานฮวา แต่จจำไว้ ไม่ว่ายามนี้กฎฟ้าดินจะใช้ไม่ได้ผลเพียงใด เจ้ายังมีข้า... และข้าก็มีเจ้า"
สิ้นคำพูดนั้น ฉินจื่อเหยียนก็แผดเสียงคำรามก้องกังวาน ทะยานร่างขึ้นสู่เบื้องบน ฝ่ามือข้างหนึ่งกุมด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์แน่น แม้จะไม่มีปราณวิญญาณ แต่ 'เจตจำนงแห่งกระบี่' ที่สั่งสมมาจากการผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน กลับระเบิดออกราวกับสุริยันแผดเผา ความมุ่งมั่นอันไร้เทียมทานนี้แปรเปลี่ยนเป็นคมดาบไร้รูปที่พุ่งทะยานเข้าปะทะกับแรงกดดันของประตูหินสุสานเซียน!
เปรี้ยง!
เสียงระเบิดดังกึกก้องราวกับฟ้าผ่ากลางใจ ม่านพลังโบราณแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ประตูหินยักษ์ค่อยๆ แง้มเปิดออก เผยให้เห็นความมืดมิดอันเป็นนิรันดร์เบื้องหลัง และกลิ่นอายของพลังบางอย่างที่เก่าแก่ยิ่งกว่ายุคสมัยใดๆ กำลังไหลทะลักออกมา
ทว่า ในวินาทีที่ทั้งสองกำลังจะก้าวข้ามผ่านธรณีประตูแห่งความตายนั้นเอง...
แผ่นดินเบื้องล่างกลับสั่นไหวอย่างรุนแรง เงาร่างสีดำทมิฬสายหนึ่งพุ่งแหวกอากาศเข้ามาด้วยความเร็วราวดั่งสายฟ้าฟาด พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่คุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท
"ฮ่าๆๆๆ... ขอบใจพวกเจ้ามากที่ช่วยเปิดทางให้!"
เถี่ยซาน เจ้าสำนักมังกรทมิฬ ปรากฏกายขึ้นที่เบื้องหลัง พร้อมกับกระบี่มารโลหิตในมือที่อาบย้อมด้วยกลิ่นอายโลหิตเข้มข้น เขายกยิ้มเหี้ยมเกรียม สายตาจ้องมองไปที่ประตูสุสานด้วยความโลภโมโทสันที่ปิดไม่มิด ก่อนจะฟันกระบี่เข้าใส่แผ่นหลังของฉินจื่อเหยียนในระยะประชิดอย่างอำมหิต!
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและเดินทางฝ่าฟันอุปสรรคอันตรายไปกับตัวละครทุกท่านนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิหคเพลิงผู้เหมันต์•ตอนที่ 27
ก้าวข้ามทวารสุสาน
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิหคเพลิงผู้เหมันต์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!