กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิหคเพลิงผู้เหมันต์•ตอนที่ 23

คำสารภาพท่ามกลางกองไฟ

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
"หากเจ้ายังคงกอดกุมความแค้นไว้ดั่งคมมีดที่ซ่อนอยู่ในอกเช่นนี้ ข้าเกรงว่าวันหนึ่งคมมีดนั้นจะบาดลึกจนหัวใจของเจ้าแหลกสลายไปเสียก่อน" ฉินจื่อเหยียนเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน มีเพียงเสียงไม้ฟืนที่แตกเปรี๊ยะภายในกองไฟที่ใกล้มอดดับ แสงสีส้มสลัวสาดกระทบใบหน้างามสง่าของมู่หลานฮวายามต้องเปลวเพลิง ทำให้ความเย็นชาที่เคยประดับอยู่บนดวงหน้าดูสั่นคลอนลงอย่างน่าประหลาด มู่หลานฮวาไม่ได้หันมามอง เขาเห็นเพียงแผ่นหลังที่ตั้งตรงดั่งต้นสนกลางหิมะของนาง นางนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแค่นหัวเราะเสียงแผ่ว เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นเริง แต่มันกลับกรีดลึกเข้าไปในจิตใจของผู้ฟังยิ่งกว่าเสียงกระบี่กระทบกัน "เจ้าเข้าใจคำว่าสูญเสียจริงหรือ ฉินจื่อเหยียน?" นางถามกลับโดยไม่หันมามอง "เจ้ามีกระบี่ที่ไร้ลักษณ์ มีวิถีที่ไร้พันธนาการ แต่ข้า... ข้าแบกรับชื่อเสียงของสำนักเหมันต์ แบกรับความคาดหวังที่ถูกยัดเยียดให้ว่าเป็น 'ผู้กอบกู้' ทั้งที่ในความเป็นจริง ข้าเป็นเพียงเครื่องมือที่รอวันถูกหลอมละลายในกองเพลิงแห่งความทะเยอทะยานของคนเหล่านั้น" มือที่หยาบกร้านจากการจับด้ามกระบี่ของฉินจื่อเหยียนขยับเข้ามาใกล้มากขึ้น เขาไม่ได้สัมผัสนาง เพียงแค่เว้นระยะห่างที่พอให้ความอบอุ่นจากไออุ่นของปราณยุทธ์ในกายเขาส่งผ่านไปถึงนาง "ข้าสูญเสียอาจารย์ไปต่อหน้าต่อตา" เขากล่าวเสียงเรียบ ทว่าในดวงตาคมกล้าคู่นั้นกลับสั่นไหวด้วยคลื่นอารมณ์ที่ซัดสาด "ข้าเห็นวิชาต้องห้ามกลืนกินวิญญาณของท่านจนไม่เหลือแม้แต่ธุลี ข้าโกรธแค้นสวรรค์ โกรธแค้นชะตาชีวิต จนเกือบจะกลายเป็นปีศาจที่ไร้หัวใจ แต่ในวันที่ข้าก้าวเข้าสู่ความมืดมิดที่สุด ข้ากลับเห็นเพียงภาพสะท้อนของตัวข้าเองในแววตาของเจ้า... หลานฮวา เจ้าไม่ใช่เครื่องมือของใคร และเจ้าไม่ใช่สมบัติของสำนักใด เจ้าเป็นเพียงสตรีที่มีหัวใจไว้ให้รักและถูกรักเท่านั้น" คำพูดนั้นราวกับคันธนูที่ปล่อยสาย ลมปราณรอบกายของมู่หลานฮวาปั่นป่วนวูบไหว เปลวเพลิงพิสุทธิ์ที่เคยเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งกลับลุกโชนขึ้นชั่วขณะรอบกายของนาง บ่งบอกถึงจิตใจที่กำลังต้านทานกับความจริงที่ถูกเปิดเปลือย นางหันกลับมา ดวงตาคู่งามที่เคยราบเรียบดั่งผิวน้ำในฤดูเหมันต์บัดนี้มีหยาดน้ำใสเอ่อคลอ "ทำไมต้องเป็นเจ้า? ทำไมต้องเป็นบุรุษที่ข้าต้องเผชิญหน้าในฐานะศัตรูตามลิขิตแห่งสวรรค์? หากข้าละทิ้งหน้าที่ หากข้าเลือกจะเดินไปกับเจ้า... หุบเขาเหมันต์จะกลายเป็นเถ้าถ่าน และชื่อของข้าจะถูกจารึกว่าเป็นคนทรยศที่เลวทรามที่สุดในประวัติศาสตร์ยุทธภพ" "แล้วถ้าการทรยศนั้น คือการซื่อสัตย์ต่อหัวใจตัวเองเล่า?" ฉินจื่อเหยียนขยับเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นหอมจางๆ ประดุจดอกเหมยท่ามกลางพายุหิมะจากกายของนาง "ให้เถี่ยซานและพวกลิ่วล้อแห่งมังกรทมิฬมันเผาผลาญโลกยุทธ์ที่จอมปลอมนี้ไปเถิด แต่ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าต้องถูกเผาไหม้ไปกับมันด้วย หากเจ้าจะถูกตราหน้าว่าเป็นคนทรยศ ข้าก็พร้อมที่จะเป็นคมกระบี่ที่เคียงข้างเจ้า ฟาดฟันผู้ใดก็ตามที่กล้ากล่าววาจาดูหมิ่นเจ้า" มู่หลานฮวานิ่งอึ้งไปนานนับชั่วยามก้านธูป นางเอื้อมมือที่สั่นเทาออกไปแตะที่ปลายด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์ของเขา สัมผัสที่เย็นเยียบจากโลหะดูจะอุ่นขึ้นเมื่อเทียบกับอุณหภูมิในใจของนาง "เจ้ามันบ้า..." นางพึมพำ น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนหลังมือของเขา "เจ้ากำลังฝืนลิขิตฟ้าด้วยชีวิตของเจ้าเอง" "ข้าฝืนมาตั้งแต่เริ่มฝึกกระบี่แล้ว มิใช่หรือ?" เขายิ้มบางๆ ความเศร้าหมองจางหายไปแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นที่หนักแน่นดั่งขุนเขา ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอ่อนโยนจนแทบจะกลายเป็นความอบอุ่นเพียงหนึ่งเดียวในค่ำคืนที่โหดร้าย เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับสิบก็ดังก้องขึ้นจากความมืดมิดภายนอกป่าทึบ เสียงโลหะกระทบกันเป็นจังหวะแห่งมรณะที่คุ้นเคย ฉินจื่อเหยียนหยุดรอยยิ้มลงทันที เขาสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่รุนแรงและคุ้นเคยอย่างยิ่ง "ดูเหมือนว่า 'เจ้าของสำนัก' จะไม่ใจดีพอที่จะปล่อยให้เราคุยกันนานนักนะ" เขาชักกระบี่ไร้ลักษณ์ออกจากฝัก เสียงคมกระบี่กรีดอากาศดั่งมังกรคำราม เถี่ยซานก้าวออกมาจากเงามืด รอยยิ้มที่บิดเบี้ยวบนใบหน้าของชายผู้ทะเยอทะยานทำลายล้างทุกสิ่งดูน่ารังเกียจในสายตาของทั้งคู่ ในมือของเขากำวัตถุชิ้นหนึ่งที่เปล่งแสงสีม่วงดำน่าสะพรึงกลัว—คัมภีร์วิญญาณส่วนที่เหลือที่เขารวบรวมมาได้จนครบ! "ข้าคิดไว้แล้วว่าศิษย์ทรยศเช่นเจ้าจะต้องมาอยู่กับบุรุษผู้นี้" เถี่ยซานกล่าวเสียงกร้าว ก่อนจะยกคัมภีร์ขึ้นสูง "ในเมื่อพวกเจ้าอยากจะรักกันนัก ข้าก็จะส่งพวกเจ้าไปรักกันในนรกแห่งวิญญาณที่ไม่มีวันได้ผุดได้เกิด!" เถี่ยซานสะบัดมือออก พลังอำนาจมืดมิดจากคัมภีร์พุ่งเข้าปะทะกับกองไฟที่พวกเขานั่งอยู่ กองไฟมอดดับลงทันทีด้วยพลังที่บิดเบี้ยว ทิ้งให้พวกเขาทั้งสองต้องเผชิญหน้ากับกองทัพเงามืดของสำนักมังกรทมิฬเพียงลำพัง ในวินาทีที่ฉินจื่อเหยียนเตรียมจะทะยานเข้าปะทะ มู่หลานฮวากลับคว้าข้อมือเขาไว้แน่น "ฉินจื่อเหยียน... ระวังข้างหลัง!" เขาสะดุ้งสุดตัวเมื่อสัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่พุ่งทะลุมาจากเงามืดด้านหลังมู่หลานฮวา มันไม่ใช่พลังของเถี่ยซาน แต่เป็นพลังของใครบางคนที่เขาไม่เคยคิดว่าจะทรยศเขา... ศิษย์น้องร่วมสำนักที่เขาเคยไว้วางใจที่สุด บัดนี้กำลังเงื้อกระบี่อาบยาพิษเล็งตรงมาที่หัวใจของเขา! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านมิติอักษรและคมกระบี่ด้วยกันมาจนถึงตอนนี้ พบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ หมื่นกระบี่คืนรัง
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิหคเพลิงผู้เหมันต์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%