"เศษสะเก็ดโลหิตที่หลงเหลือบนคมกระบี่... สมควรเป็นของตระกูลใดเล่า?"
น้ำเสียงแหบพร่าดั่งเสียงบดขยี้ของหินผา ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงลับใต้ดิน กลิ่นอายอับชื้นของกาลเวลาและคาวเลือดลอยอวลปะปนกับกลิ่นธูปที่มอดไหม้จนเหลือเพียงควันจางๆ ฉินจื่อเหยียนยืนนิ่งดั่งรูปสลัก มือที่กุมด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์สั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะคลื่นลมในจิตใจที่ถูกกระชากให้โหมกระหน่ำจนยากจะควบคุม
เบื้องหน้าของเขาคือม้วนคัมภีร์หนังมนุษย์ที่เก่าจนเหลืองกรอบ อักขระโบราณที่จารด้วยโลหิตปรากฏเด่นชัดยามต้องแสงคบเพลิง และตราประจักษ์ประจำตระกูล... ตราสัญลักษณ์รูปวิหคเพลิงกางปีกท่ามกลางสายอัสนี ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เดียวกับรอยแผลเป็นบนแผ่นหลังของอาจารย์ผู้ล่วงลับ และ... รอยประทับบนข้อมือของมู่หลานฮวา
"เจ้า... รู้ที่มาของรักษานี้ตั้งแต่เมื่อใด?" ฉินจื่อเหยียนเอ่ยถาม ลมหายใจของเขาติดขัด ดวงตาคมกริบจับจ้องไปยังเงาร่างของเถี่ยซานที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านไหมสีชาด
เถี่ยซานหัวร่อในลำคอ เสียงนั้นแหบแห้งและเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา "เด็กน้อย... เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นเพียงจอมยุทธ์พเนจรผู้ไร้รากเหง้า ไร้ญาติขาดมิตรอย่างนั้นรึ? ช่างน่าขันสิ้นดี ปรมาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้เจ้า แท้จริงแล้วคือผู้ทรยศกบฏต่อแดนสวรรค์ และมารดาแท้ๆ ของเจ้า... ก็คือสตรีที่ถือครองเพลิงพิสุทธิ์บรรพกาลคนก่อน ผู้ซึ่งถูกสำนักเหมันต์ผนึกวิญญาณไว้ใต้หุบเขาหมื่นปี!"
ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจ ฉินจื่อเหยียนรู้สึกราวกับโลกทั้งใบพังทลายลงในชั่วพริบตา ภาพความทรงจำในวัยเยาว์ ภาพรอยยิ้มอันอบอุ่นของอาจารย์ยามถ่ายทอดเคล็ดกระบี่ไร้ลักษณ์ให้ ล้วนซ้อนทับกับความจริงอันโหดร้ายที่ถูกเปิดเผยออกมาทีละน้อย ความกตัญญูที่เขายึดมั่นมาตลอดชีวิต กำลังถูกสั่นคลอนด้วยความแค้นและคำลวง
"โกหก!"
เสียงตะโกนดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องโถง ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกจากร่างของฉินจื่อเหยียนโดยไม่รู้ตัว แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณแผ่ซ่านจนผนังศิลาปรากฏรอยร้าวลึก พื้นหินใต้ฝ่าเท้าแตกละเอียดเป็นผุยผง จิตสังหารอันเข้มข้นพุ่งตรงไปยังเถี่ยซานดั่งพายุหมุน
ทว่า เถี่ยซานกลับมิได้หลบหนี เขายกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย มือหยาบกร้านหยิบป้ายหยกสีเลือดขึ้นมาโยนเล่นอย่างไม่สะทกสะท้าน
"เจ้าจะเชื่อหรือไม่ก็ตามที... แต่จงดูนี่เสียก่อน" เถี่ยซานดีดนิ้ว ป้ายหยกพลันเรืองแสงสีชาด ฉายภาพเหตุการณ์ในอดีตขึ้นกลางอากาศ ภาพของสตรีในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ถูกล่ามด้วยโซ่อัสนีบาต นางกำลังอุาร่างทารกน้อยไว้แนบอก และสตรีผู้นั้น... มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับมู่หลานฮวาอย่างยิ่งยวด ราวกับเป็นเงาสะท้อนจากกระจกเงา
"หลานฮวา..." ฉินจื่อเหยียนพึมพำชื่อนี้ออกมาแผ่วเบา หัวใจเจ็บปวดแปลบราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง หากมารดาของเขาคือสตรีที่สำนักเหมันต์กักขัง และมู่หลานฮวาคือทายาทสายตรงผู้สืบทอดเพลิงพิสุทธิ์ เช่นนั้นความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนางเล่า คืออะไร? พันธนาการแห่งความแค้น หรือโชคชะตาอันตลบแลงที่ฟ้าดินจงใจกลั่นแกล้งกันแน่?
ในขณะนั้นเอง ประตูศิลาหนักอึ้งด้านหลังห้องโถงก็พลันเปิดออก เสียงฝีเท้าแผ่วเบาราวกับขนนกแต่กลับทรงพลังกดดันจนน่าประหลาดดังขึ้น
*ตึง... ตึง... ตึง...*
ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านเข้ามาแทนที่กลิ่นอายคาวเลือดในทันที อุณหภูมิภายในห้องลดฮวบลงจนหยาดน้ำกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามผนัง เงามืดทอดandยาวเผยให้เห็นสตรีร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวตามแรงลมปราณที่นางควบคุม ดวงตางามลึกล้ำดั่งห้วงสมุทรน้ำแข็งคู่นั้น... เย็นชาไร้ความรู้สึก ทว่ากลับสั่นไหวเล็กน้อยยามกวาดสายตามามองฉินจื่อเหยียน
"หลานฮวา?" ฉินจื่อเหยียนเบิกตากว้าง นางตามมาถึงที่นี่ตั้งแต่เมื่อใด? หรือว่า... นางรู้ความจริงทั้งหมดนี้อยู่ก่อนแล้ว?
มู่หลานฮวายืนอยู่เบื้องหน้าแสงสว่างรำไรจากภายนอก มือเรียวบางข้างหนึ่งกุมด้ามกระบี่วิหคเพลิงไว้แน่น ปลายกระบี่สั่นระริกไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอขึ้นในดวงตาคู่สวย แต่นางสะกดกลั้นมันไว้ด้วยความหยิ่งทะนงแห่งสำนักเหมันต์
"ท่านพี่..." นางเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบายิ่งนัก ราวกับเสียงกระซิบของสายลมฤดูหนาว "ท่านล่วงล้ำเข้ามาในเขตต้องห้าม... และล่วงรู้ความลับที่แม้แต่บูรพจารย์ยังต้องปิดตาย"
ฉินจื่อเหยียนหันกลับไปมองนาง แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยจิตสังหารยามเผชิญหน้ากับเถี่ยซาน บัดนี้กลับอ่อนยวบลงอย่างเห็นได้ชัด เขาก้าวเข้าไปหาingนางทีละก้าว ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "เจ้า... รู้เรื่องนี้มาตลอดใช่หรือไม่? รู้ว่าตระกูลของข้าและเจ้าเกี่ยวพันกันอย่างไร... รู้ว่าอาจารย์ของข้าต้องตายด้วยน้ำมือของใคร?"
มู่หลานฮวาถอยหลังไปหนึ่งก้าวตามสัญชาตญาณ ปราณเพลิงพิสุทธิ์ในร่างนางปั่นป่วนจนเกิดประกายไฟสีฟ้าแล่บแปลบปลาบอยู่รอบกาย นางกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความเย็นชาที่นางใช้ปกป้องตนเองมาตลอดพังทลายลงในวินาทีนี้
"ข้า..." มู่หลานฮวาหลบสายตา "ข้าไม่อาจเลือกชาติกำเนิดได้... เช่นเดียวกับที่ท่านไม่อาจเลือกวิถีกระบี่ที่ท่านฝึกฝน แต่ทว่า..."
นางเว้นจังหวะ ดวงตาสفرกกลับมาสบประสานกับเขาอย่างแน่วแน่ แววตาคู่นั้นฉายชัดถึงความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงผลาญฟ้าดิน
"...ต่อให้ฟ้าดินร่วงหล่น ต่อให้สำนักเหมันต์และยุทธ์ภพทั้งปวงประกาศิตให้เราเป็นศัตรูกัน..." มู่หลานฮวายกกระบี่ขึ้นชี้ตรงมาที่เถี่ยซาน แทนที่จะเป็นฉินจื่อเหยียน นางกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงก้องกังวาน "ข้า... มู่หลานฮวา ขอเอาชีวิตและวิญญาณเป็นเดิมพัน เคียงข้างท่านสะสางหนี้เลือดครั้งนี้ให้สิ้นซาก!"
สิ้นคำพูดของนาง เถี่ยซานก็หัวร่อเสียงดังลั่นจนห้องโถงสั่นสะเทือน "ฮ่าๆๆๆ ช่างเป็นความรักที่น่าซาบซึ้งยิ่งนัก! น่าเสียดาย... ที่พวกเจ้าไม่มีวันได้เห็นรุ่งอรุณของวันพรุ่งนี้!"
ทันใดนั้น พื้นเบื้องล่างใต้เท้าของทั้งสองก็ยุบตัวลง กลายเป็นหลุมลึกสีดำสนิทที่ปรากฏอักขระเวทโบราณนับพันตัวเปล่งแสงสีเลือดสว่างวาบ ร่างของเถี่ยซานสลายกลายเป็นควันทมิฬพุ่งหายไปในอากาศ พร้อมกับเสียงหัวร่อเย้ยหยันที่ยังคงก้องกังวาน
ฉินจื่อเหยียนพุ่งตัวเข้าไปคว้าข้อมือของมู่หลานฮวาไว้ได้ทันก่อนที่ร่างของนางจะร่วงหล่นลงสู่ความมืดเบื้องล่าง ทว่า แรงดึงดูดจากหลุมมิติปริศนากลับทวีความรุนแรงขึ้นเป็นร้อยเท่า อักขระเวทสีเลือดพุ่งขึ้นมารัดพันข้อเท้าของเขาราวกับงูพิษ
และในเสี้ยววินาทีความเป็นความตายนั้นเอง เสียงคำรามกึกก้องราวกับอสุนีบาตแผดเผาจากท้องฟ้าเบื้องบนก็ดังทะลุเพดานศิลาลงมา พร้อมกับเงาร่างของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีทองอร่าม ที่ก้าวเดินออกมาจากรอยแยกมิติด้วยฝ่าเท้าอันหนักหน่วงดั่งภูเขาผา... และบุคคลผู้นั้น กำลังถือกระบี่ที่สลักลวดลายเดียวกับกระบี่ไร้ลักษณ์ของเขาไม่ผิดเพี้ยน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านมิติอักษรและคมกระบี่ด้วยกันมาจนถึงตอนนี้ พบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิหคเพลิงผู้เหมันต์•ตอนที่ 18
เสียงเพรียกจากความมืด
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิหคเพลิงผู้เหมันต์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!