กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิหคเพลิงผู้เหมันต์•ตอนที่ 19

รอยร้าวแห่งมิตรภาพ

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
"วาจาของผู้อาวุโส... เปรียบดั่งโซ่ตรวนที่หลอมขึ้นจากความกตัญญู มิใช่หรือ?" เสียงทุ้มต่ำกังวานดั่งระฆังสำริดในหุบเขาไร้คลื่น สะท้อนก้องกังวานอยู่ภายในตำหนักเหมันต์นิรันดร์ เม็ดฝนฤดูสารทโปรยปรายลงมากระทบหลังคากระเบื้องเคลือบสีชาด เกิดเสียงซัดส่ายราวกับเสียงถอนหายใจของผืนแผ่นดิน มู่หลานฮวายืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหน้าเสาหยกสลักลายวิหคเพลิง ร่างระหงของนางห่อหุ้มด้วยอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ ทว่ากลับให้ความรู้สึกหนתเหน็บจนแทบหยุดหายใจ ไอน้ำแข็งสีครามแผ่ซ่านออกมาจากปลายนิ้วที่กำลังกำด้ามกระบี่ประจำกายแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด เบื้องหน้าของนางคือผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักเหมันต์ "ไป๋จ้านเทียน" ผู้มีหนวดเคราขาวโพลนดั่งหิมะ และดวงตาที่ทอประกายคมกริบดั่งคมดาบที่ผ่านการลับคมมานับร้อยปี "หลานฮวา... เจ้าเติบโตมาใต้ร่มเงาของสำนักเหมันต์ เลือดเนื้อและลมปราณวิหคเพลิงในกายเจ้า ล้วนหล่อหลอมขึ้นจากทรัพยากรของบรรพจารย์" เสียงของไป๋จ้านเทียนแหบพร่าทว่าเต็มไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิญญาณระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณ "บัดนี้ เถี่ยซานแห่งสำนักมังกรทมิฬได้ยื่นข้อเสนอผูกพันไมตรี หากเจ้าแต่งงานกับบุตรชายของเขา พันธนาการระหว่างสองสำนักจะแน่นแฟ้น ไร้ผู้ใดต่อกร แต่เจ้า... กลับเอาแต่วิ่งตามบุรุษเร่ร่อนผู้นั้น ฉินจื่อเหยียนผู้มีเพียงกระบี่ไร้ลักษณ์ไร้รากเหง้า เจ้าเอาสำนักไว้ที่ใด เอาบรรพชนไว้ที่ใด!" คำพูดแต่ละคำเปรียบดั่งกระบี่นับพันเล่มที่พุ่งเข้าทิ่มแทงหัวใจของมู่หลานฮวา นางหลับตาลงช้าๆ ภาพเหตุการณ์เมื่อหลายเดือนก่อนย้อนกลับมาในห้วงนึก วันนั้น... วันที่นางเกือบเอาชีวิตไม่รอดจากพิษโลหิตอัคคี บุรุษผู้ถือกระบี่ไร้ลักษณ์ได้ใช้ปราณแท้จริงของตนเองถ่ายเทเข้าสู่ร่างนาง ยอมรับบาดแผลสะท้านฟ้าแทน นางจดจำแผ่นหลังที่องอาจและสายตาที่เด็ดเดี่ยวแต่ว้าเหว่นั้นได้ขึ้นใจ ความรู้สึกที่เรียกว่า "ความรัก" ได้หยั่งรากลึกดั่งต้นสนโบราณบนหน้าผาสูงชัน แม้ลมพายุจะโหมกระหน่ำเพียงใดก็มิอาจสั่นคลอน "ผู้อาวุโส... ศิษย์มีความกตัญญูต่อสำนักเสมอมา..." มู่หลานฮวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางราบเรียบทว่าสั่นเครือเล็กน้อยที่ปลายประโยค "ศิษย์ยินดีอุทิศชีวิตเพื่อปกป้องสำนักเหมันต์ ยินดีเอาเลือดเนื้อหยดสุดท้ายเข้าแลกหากมีภัยมาเยือน... แต่ทว่า เรื่องคู่ครอง... หัวใจของศิษย์ได้มอบให้แก่ผู้ใดไปแล้ว ย่อมมิอาจแบ่งปันหรือฝืนใจตนเองได้อีก" *เปรี้ยง!* คลื่นปราณสีขาวโพลนระเบิดออกมาจากร่างของไป๋จ้านเทียนทันที แรงกดดันมหาศาลทำให้พื้นศิลาใต้เท้าของมู่หลานฮวาร้าวรานเป็นทางยาว นางต้องใช้เคล็ดวิชาปราณวิหคเพลิงต้านทานไว้ ร่างกายสะท้านจนกระอักโลหิตสีแดงสดหยดลงบนพื้นหินสีขาวบริสุทธิ์ ตัดกับสีขาวของอาภรณ์อย่างน่าเวทนา "บังเกิดความมืดบอดถึงเพียงนี้เชียวหรือ!" ไป๋จ้านเทียนคำรามลั่น "เจ้าต้องเลือกระหว่างสองทาง! ทางแรก... ตัดขาดจากฉินจื่อเหยียนสิ้นเชิง ดื่มน้ำแกงลืมอดีต และเข้าสู่การปิดด่านร้อยปีเพื่อบรรลุวิชาขั้นสูงสุดของสำนัก ทางที่สอง... ขับไล่เจ้าออกจากสำนัก ถอดถอนวิชาปราณวิหคเพลิง คืนพลังทั้งหมดกลับสู่บรรพจารย์ และนับแต่วันนี้ เจ้าไม่ใช่ศิษย์สำนักเหมันต์อีกต่อไป!" ทางเลือกสองทาง... ทางหนึ่งคือการตายทั้งเป็นด้วยการไร้ซึ่งหัวใจและความทรงจำ อีกทางหนึ่งคือการถูกริบพลังที่ฝึกฝนมาค่อนชีวิต กลายเป็นเพียงคนธรรมดาที่ไม่อาจปกป้องใครได้ แม้กระทั่ง... บุรุษที่นางรัก ในขณะเดียวกัน ณ โรงเตี๊ยมรกร้างห่างจากตำหนักเหมันต์สามร้อยลี้ ฉินจื่อเหยียนนั่งอยู่ริมหน้าต่างที่ผุพัง สายฝนสาดซัดเข้ามาโดนใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งการผ่านศึก เขากำลังใช้ผ้าขาวเช็ดทำความสะอาดตัวกระบี่ไร้ลักษณ์ที่พาดอยู่บนตัก แม้ตัวกระบี่จะมองไม่เห็นรูปร่างที่แท้จริง ทว่าไอปราณรอบตัวกลับหมุนวนเป็นเกลียวคลื่น บ่งบอกถึงจิตวิญญาณอันร้อนรุ่มที่สอดรับกับความกระวนกระวายใจในอก *แปลก...* ฉินจื่อเหยียนขมวดคิ้วมุ่น สัญชาตญาณของจอมยุทธ์ผู้ผ่านความตายมานับครั้งไม่ถ้วนบอกเขาว่า กำลังมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นกับมู่หลานฮวา หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะ ดั่งกลองศึกที่ตีระรัวยามวิกาล "หลานฮวา... เจ้ากำลังเผชิญกับสิ่งใดอยู่กันแน่?" เขาพึมพำกับตัวเอง ทันใดนั้นเอง บรรยากาศรอบกายก็พลันเปลี่ยนเป็นหนาวเหน็บอย่างฉับพลัน เปลวเพลิงสีฟ้าอ่อนลอยล่องเข้ามาทางหน้าต่าง ก่อนจะสลายกลายเป็นละอองจดหมายเพลิงสีแดงชาด ซึ่งเป็นวิชาส่งสารลับขั้นสูงของสำนักเหมันต์! ฉินจื่อเหยียนคว้าละอองเพลิงนั้นด้วยสองนิ้ว พลังปราณในร่างถูกขับออกมาเพื่ออ่านข้อความที่ซ่อนอยู่ เมื่ออักษรปราณสว่างวาบขึ้นในอากาศ ดวงตาคมกริบของเขาก็หรี่แคบลง รังสีอำมหิตพวยพุ่งออกจากร่างจนโต๊ะไม้สนรอบตัวแตกละเอียดเป็นผุยผง ข้อความสั้นๆ เพียงบรรทัดเดียวปรากฏชัดเจน: *'หากรักนาง... จงมาเอาตัวนางคืนที่ยอดเขาเหมันต์ทมิฬ ภายในสามั่วยาม มิเช่นนั้น เจ้าจะได้พบเพียงร่างไร้วิญญาณของนาง!'* ฉินจื่อเหยียนลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายของเขาสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ใต้ความสุขุม กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือสั่นสะท้านส่งเสียงร้องคำรามราวกับกระหายเลือด เขาก้าวเท้าเดินไปที่ขอบหน้าต่าง มองออกไปยังทิศทางของยอดเขาเหมันต์ที่ปกคลุมด้วยพายุหิมะ "เถี่ยซาน... เจ้ากล้าใช้แผนการสกปรกเช่นนี้เพื่อบีบบังคับนาง..." เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมา แววตาของฉินจื่อเหยียนเปลี่ยนเป็นสีทองประกายดั่งพญาอินทรีย์เพลิง เขาก้าวเท้าออกไปจากหน้าต่าง ร่างกายพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ายามราตรีดั่งลูกศรที่หลุดจากแหล่ง ทิ้งไว้เพียงรอยแยกของอากาศที่สะท้านสะเทือนตามวิถีแห่งกระบี่ ทว่า ในวินาทีที่เขาพุ่งทะยานผ่านม่านหมอกหนาทึบขึ้นสู่เขตแดนรอยต่อระหว่างสำนักเหมันต์และสำนักมังกรทมิฬนั้นเอง เงาร่างสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นขวางทางเขาไว้กลางอากาศอย่างกะทันหัน! "ช้าก่อน... ฉินจื่อเหยียน" เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังขึ้น พร้อมกับประกายกระบี่สีดำสนิทที่พุ่งเข้าใส่ลำคอของเขาด้วยความเร็วระดับสายฟ้าแลบ ฉินจื่อเหยียนเบิกตากว้างเมื่อพบว่าผู้ที่ขวางทางมิใช่ใครอื่น แต่เป็นมือขวาคนสนิทของเถี่ยซานผู้ตายไปแล้ว... หรือนี่คือกับดักที่ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ? ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านมิติอักษรและคมกระบี่ด้วยกันมาจนถึงตอนนี้ พบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิหคเพลิงผู้เหมันต์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%