กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิหคเพลิงผู้เหมันต์•ตอนที่ 21

ศึกกลางหุบเขาหมื่นพิษ

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โลหิตหนึ่งหยดหยดลงบนพื้นหินผาที่แตกระแหง เสียงนั้นราวกับเสียงระฆังสำริดในวัดร้างที่สะท้อนก้องกังวานอยู่ในหุบเขาหมื่นพิษ ม่านหมอกสีม่วงเข้มปกคลุมผืนป่าเบื้องล่างจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง ทว่าไอสังหารที่พวยพุ่งขึ้นมาราวกับคลื่นสมุทรคลั่งกลับชัดเจนจนผิวหนังรู้สึกชาหนึบ ฉินจื่อเหยียนยืนหยัดอยู่บนชะง่อนผาสูงชัน ร่างกายของเขายังคงตั้งมั่นดั่งขุนเขา แม้ลมปราณภายในจะปั่นป่วนจากการปะทะกับค่ายกลพิษเมื่อยามสนธยา แววตาคมกราบดั่งคมกระบี่ทระนงไม่ได้บ่งบอกถึงความหวาดกลัว มีเพียงความเยือกเย็นดั่งห้วงน้ำลึกที่สะท้อนภาพเงาของฝูงสัตว์อสูรนับพันที่กำลังปีนป่ายขึ้นมาตามหน้าผาชัน "พวกมันมากันเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้..." เสียงทุ้มต่ำหลุดจากริมฝีปากของฉินจื่อเหยียน เขากวาดสายตามองฝูงอสูรเงาโลหิตที่มีรูปร่างคล้ายสุนัขป่าผสมพยัคฆ์ ดวงตาสสีแดงฉานจ้องมองมายังพวกเขาด้วยความหิวกระหาย กล้ามเนื้อที่ปูดโปนเต็มไปด้วยพิษร้ายสามารถกัดกร่อนแม้กระทั่งแผ่นศิลาให้หลอมละลายได้ในพริบตา เบื้องหลังของเขาคือมู่หลานฮวา นางเซียนผู้เยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี เรือนร่างระหงสะท้อนแสงจันทร์สีครามในชุดขาวบริสุทธิ์ แม้เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากมนเนื่องจากต้องใช้พลังปราณเพลิงพิสุทธิ์ต้านทานกลิ่นไอพิษรอบด้าน ทว่าแววตาของนางกลับมั่นคงและเด็ดเดี่ยวอย่างไร้ที่ติ "สติของพวกมันถูกควบคุมด้วยจิตมารของเถี่ยซาน" มู่หลานฮวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางราบเรียบดั่งธารน้ำแข็ง แต่แฝงไว้ด้วยประกายเพลิงที่พร้อมแผดเผาผืนฟ้า "คัมภีร์วิญญาณคงอยู่ไม่ไกลจากใจกลางหุบเขานี้... จื่อเหยียน ท่านยังไหวอยู่หรือไม่?" ฉินจื่อเหยียนเหลือบมองนางเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความเชื่อมั่นอันไร้ขีดจำกัด "สำหรับข้าพเจ้าแล้ว การปกป้องท่านใต้หล้านี้ไม่มีคำว่าไม่ไหว แม้เบื้องหน้าคือปรภพ ข้าพเจ้าก็จะใช้คมกระบี่นี้แหละเปิดทางให้ท่านก้าวเดิน" สิ้นคำพูดของเขา คมกระบี่ไร้ลักษณ์ในฝักก็ส่งเสียงสั่นพานคำรามก้อง ปราณกระบี่ไร้รูปไร้ร่างแผ่ขยายออกไปรอบกายรัศมีสามสิบจั้ง กดดันให้ฝูงสัตว์อสูรแถวหน้าที่พุ่งเข้ามาต้องชะงักงันด้วยความหวาดกลัวสัญชาตญาณ ทว่าด้วยสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ถูกครอบงำ พวกมันคำรามก้องจนผืนป่าสะเทือนเลื่อนลั่น ก่อนจะกระโจนเข้าใส่พร้อมเพรียงกันราวกับคลื่นมหาสมุทรสีเลือดที่พร้อมกลืนกินทุกสรรพชีวิต "รับมือ!" ฉินจื่อเหยียนสะบัดข้อมือเบาๆ ร่างของเขายาวพุ่งออกไปดั่งสายฟ้าฟาด กระบี่ไร้ลักษณ์ถูกชักออกจากฝักเพียงครึ่งนิ้ว ประกายแสงเจิดจ้าบาดตาตัดผ่านความมืดมิดในพริบตาเดียว ปราณกระบี่อันคมก్రిบพุ่งทะยานออกไปเป็นรูปจันทร์เสี้ยว ตัดผ่านฝูงอสูรเงาโลหิตนับร้อยตัวในคราเดียว ร่างของพวกมันขาดสะบั้นร่วงหล่นลงสู่เหวเบื้องล่าง ทว่าจำนวนของพวกมันกลับไม่ลดน้อยลงเลย ยิ่งกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งมากเท่าไหร่ ฝูงอสูรเบื้องหลังก็ยิ่งคลุ้มคลั่งและพุ่งทะยานเข้ามาหนาแน่นยิ่งขึ้น "ระวังเบื้องบน!" มู่หลานฮวาตะโกนเตือน พร้อมกับสะบัดฝ่ามือเรียวงามออกไปเบื้องหน้า ไอเย็นยะเยือกพวยพุ่งกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งนับพันที่หมุนวนดั่งพายุหิมะ พุ่งเข้าปะทะกับเงาสัตว์อสูรติดปีกที่บินโฉบลงมาจากยอดผา เกล็ดน้ำแข็งเหล่านั้นคมกริบราวกับใบมีดนับหมื่นเล่ม เสียบทะลุร่างของอสูรบินจนร่วงหล่นลงมากลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งสีเลือดที่แตกสลายเป็นผุยผง การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดและกินเวลาเนิ่นนาน ปราณฟ้าดินรอบหุบเขาหมื่นพิษปั่นป่วนจนเกิดเป็นพายุหมุนขนาดย่อม ฉินจื่อเหยียนและมู่หลานฮวาต่างต้านทานการโจมตีระลอกแล้วระลอกเล่า เนื้อตัวของทั้งสองเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเขม่าและหยาดโลหิต ทว่าจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้กลับยิ่งโชติช่วงชัชวาล ฉินจื่อเหยียนหอบหายใจเล็กน้อย เม็ดเหงื่อไหลย้อยตามกรอบหน้าคมคาย เขายืนขวางหน้ามู่หลานฮวาไว้ ขณะที่ฝูงสัตว์อสูรระลอกสุดท้ายซึ่งมีขนาดใหญ่ยักษ์เท่าช้างสารและมีเขาคู่อันเรืองแสงสีม่วงกำลังย่างสามขุมเข้ามา มันคือ "ราชสีห์อัคคีพิษ" อสูรบรรพกาลที่หลับใหลอยู่ก้นบึ้งหุบเขา ลมหายใจของมันพ่นไอพิษสีเขียวเข้มที่สามารถหลอมละลายเหล็กกล้าให้กลายเป็นของเหลวได้ในพริบตา "เจ้าตัวนี้ไม่ง่ายเลย..." ฉินจื่อเหยียนพึมพำเบาๆ สายตาจับจ้องไปที่จุดอ่อนบริเวณลำคอของมัน มู่หลานฮวาก้าวขึ้นมาเคียงข้าง ร่างของนางเปล่งประกายแสงสีขาวบริสุทธิ์ตัดกับความมืดมิด นางยื่นมือเรียวมาสัมผัสที่แขนเสื้อของเขาเบาๆ ไออุ่นจากพลังปราณเพลิงพิสุทธิ์ถ่ายเทเข้าสู่ร่างกายของฉินจื่อเหยียน ช่วยชำระล้างพิษร้ายที่ตกค้างในเส้นชีพจรให้มลายหายไปในชั่วพริบตา "ข้าพเจ้าจะตรึงมันไว้ด้วยเขตอาคมเหมันต์... ท่านจงใช้กระบวนท่าสุดท้ายปลิดชีพมันเสีย" ฉินจื่อเหยียนพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น แววตาทระนงทอประกายเจิดจ้าดั่งดวงดาราในยามวิกาล เขาหลับตาลงชั่วขณะเพื่อรวมรวมจิตใจให้เป็นหนึ่งเดียวกับกระบี่ในมือ ปราณวิญญาณรอบตัวเริ่มสงบนิ่งอย่างน่าประหลาด ราวกับห้วงสมุทรที่สงบเงียบก่อนเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ ทว่า... ในวินาทีที่มู่หลานฮวากำลังจะผนึกเขตอาคมน้ำแข็ง จู่ๆ บรรยากาศรอบกายก็เย็นเยียบลงอย่างฉับพลัน ไม่ใช่ความเย็นจากพลังของนาง แต่เป็นความหนาวเหน็บที่เสียดแทงลึกลงไปถึงไขกระดูกและจิตวิญญาณ เสียงหัวเราะเยือกเย็นก้องกังวานมาจากความมืดเบื้องบน ชายในชุดคลุมสีดำสนิทผู้ใบหน้าสวมหน้ากากอสูรทองคำปรากฏกายขึ้นบนยอดชะง่อนผาเหนือหัวของพวกเขา รัศมีพลังปราณระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่ขยายกดทับลงมาราวกับภูเขาทั้งลูกถล่มทับ "ช่างเป็นภาพคู่รักที่น่าเวทนายิ่งนัก... ฉินจื่อเหยียน เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการเดินทางครั้งนี้จะจบลงที่ชัยชนะของเจ้า?" เสียงของเถี่ยซานดังก้อง พร้อมกับที่เงาดาบสีดำสนิทพุ่งแหวกอากาศลงมาดั่งสายฟ้าฟาด โดยมีเป้าหมายคือหัวใจของมู่หลานฮวาที่กำลังรวบรวมพลัง! "หลานฮวา ระวัง!" ฉินจื่อเหยียนเบิกตากว้าง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่น ร่างของเขาพุ่งทะยานออกไปราวกับลูกศรหลุดจากแหล่ง โดยไม่ลังเลที่จะเอาแผ่นหลังของตนเองเข้าขวางกั้นคมดาบมรณะนั้น! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านมิติอักษรและคมกระบี่ด้วยกันมาจนถึงตอนนี้ พบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิหคเพลิงผู้เหมันต์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%