กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิหคเพลิงผู้เหมันต์•ตอนที่ 3

ปริศนาอักษรวิญญาณ

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
"น้ำหมึกสวรรค์มิได้ถูกเขียนขึ้นด้วยพู่กัน แต่รจนาด้วยโลหิตและเวลา..." เงาอักษรโบราณสีครามเข้มบนแผ่นศิลาศิวะสลักลึกจนแทบกลืนกินแสงสว่างรอบกาย ฉินจื่อเหยียนหรี่ตาลงเล็กน้อย คมกระบี่ไร้ลักษณ์ที่เหน็บอยู่ข้างกายส่งเสียงสั่นพริ้วเบาๆ คล้ายรับรู้ถึงแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่แฝงอยู่เบื้องหลังอักษรแต่ละตัวบนซากปรักหักพังแห่งนี้ เบื้องหน้าเขา มู่หลานฮวายืนนิ่งสงบดั่งรูปสลักหยกน้ำแข็ง ปราณเพลิงพิสุทธิ์ในร่างนางหมุนวนอย่างเชื่องช้า ทว่าแผ่ไอความร้อนระอุออกมาตัดกับความหน็บหนาวรอบกายจนเกิดละอองไอน้ำจางๆ ลอยคลุ้ง นางปรายตามองแผนที่หนังอสูรในมือสลับกับร่องรอยบนแผ่นศิลา ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบดั่งธารน้ำแข็งไร้ก้นบึ้ง "อักษรเหล่านี้ไม่ใช่ภาษามนุษย์... มันคือค่ายกลกักวิญญาณที่บรรพชนสำนักมังกรทมิฬใช้ผนึกเส้นทางสู่คัมภีร์วิญญาณ หากถอดรหัสผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว ปราณกระบี่ที่สะสมอยู่ใต้พื้นดินจะย้อนกลับมาฉีกกระชากชีพจรของเราจนแหลละเอียด" ฉินจื่อเหยียนมิได้ตอบคำถามทันที เขากวาดสายตามองร่องรอยการต่อสู้เก่าแก่ที่หลงเหลืออยู่บนซากเสาหิน รอยดาบและรอยกระบี่เหล่านี้บอกเล่าเรื่องราวความล่มสลายของสำนักโบราณเมื่อหลายร้อยปีก่อน ปมในใจเกี่ยวกับการสูญเสียอาจารย์จากวิชาต้องห้ามยังคงตามหลอกหลอนเขาทุกคราที่เผชิญหน้ากับวิชาสายมาร ทว่าแววตาของจอมยุทธ์หนุ่มกลับยิ่งฉายประกายความเด็ดเดี่ยวทระนง "ความผิดพลาดคือสัจธรรมของการมีชีวิตอยู่" ฉินจื่อเหยียนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มนุ่มทว่าเต็มไปด้วยพลังอำนาจที่ทำให้หัวใจของหญิงสาวสั่นไหว "หากมัวแต่หวาดกลัวเงาของความตาย เราคงเป็นได้เพียงหุ่นเชิดที่ยอมจำนนต่อลิขิตฟ้า... หลานฮวา เจ้าเชื่อใจกระบี่ในมือข้าหรือไม่?" มู่หลานฮวาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตางดงามคู่นั้นสะท้อนภาพใบหน้าคมคายและแววตาที่มั่นคงของชายหนุ่ม นางมิได้เอวาจาใดตอบกลับ แต่นัยน์ตาสีรัตติกาลที่มักเย็นชาคู่นั้นกลับทอประกายความอ่อนโยนล้ำลึกที่มอบให้แก่เขาเพียงผู้เดียว นางก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด ไอเย็นจากร่างนางผสานเข้ากับไออุ่นจากตัวเขาอย่างกลมกลืน "ต่อให้ฟ้าดินพังทลาย หากท่านเลือกเดินเส้นทางนี้ ข้า... จะเป็นเงาที่คอยปกป้องแผ่นหลังให้ท่านเอง" นางกล่าวเบาๆ แต่หนักแน่นดั่งคำสัตย์ปฏิญาณ ฉินจื่อเหยียนยิ้มรับบางๆ รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง จากนั้นเขาก็สะบัดปลายนิ้วเข้าใส่แผ่นศิลาเบื้องหน้า ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์พุ่งทะยานออกไปดั่งสายฟ้าแลบ มันมิได้ทำลายล้าง ทว่ากลับทำหน้าที่ราวกับพู่กันวิเศษที่เข้าไปแต้มแต่งและกระตุ้นอักษรโบราณเหล่านั้นให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหล ครืนนน! พื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ซากปรักหักพังที่เคยสงบนิ่งมาหลายร้อยปีพลันเปล่งแสงสีทองสว่างวาบขึ้นสู่ท้องนภา อักษรวิญญาณนับพันลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ เรียงร้อยต่อกันกลายเป็นแผนที่สามมิติที่เผยให้เห็นเส้นทางลับสู่ใจกลางหุบเขาอสูรทมิฬ ทว่า ในวินาทีที่ความจริงของแผนที่กำลังจะปรากฏชัดเจนนั้นเอง สายลมรอบกายก็แปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบจนน่าขนลุก เสียงหัวเราะแหบพร่าอันคุ้นเคยและเต็มไปด้วยจิตสังหารก็ดังสะท้อนก้องมาจากความมืดมิดเบื้องหลัง "ฮ่าๆๆ... ช่างเป็นการร่วมมือที่น่าประทับใจเสียจริง จอมยุทธ์ฉินผู้ทระนงกับธิดาเหมันต์ผู้ทรยศสำนัก!" เงาร่างมหึมาปรากฏขึ้นพร้อมกับแรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณ เถี่ยซาน เจ้าสำนักมังกรทมิฬก้าวออกมาจากม่านหมอกด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ในมือของมันถือกระบี่โลหิตที่หยาดหยดด้วยกลิ่นอายความตาย พร้อมกับกองกำลังมือสังหารนับร้อยที่ปิดล้อมเส้นทางถอยร่นไว้จนหมดสิ้น! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่ากระบี่และสายลมไปด้วยกัน ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิหคเพลิงผู้เหมันต์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%