เซฟโซนที่ไม่มีจริงในค่ายเพลงนรก•ตอนที่ 9

กับดักของค่ายเพลง

ผลงานโดย ดาร์กไนท์
“คุณกำลังฆ่าเพลงนี้ด้วยมือของตัวเอง” น้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เฉียบคมราटिใบมีดโกนของคีย์ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่ชั้นสิบห้า กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มลอยอวลปะปนกับบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบจะหยิบจับเป็นรูปธรรมได้ แสงไฟนีออนสีขาวนวลจากเพดานสาดส่องลงมาสะท้อนกรอบแว่นสายตาโลหะสีเงินของโปรดิวเซอร์หนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและไร้ความปรานี เรย์นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม ใบหน้าคมคายฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก ดวงตากลมโตคู่สวยพราวระยับด้วยความท้าทาย ไม่มีความหวาดหวั่นเจือปนอยู่ในแววคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าบุคคลที่นั่งหัวโต๊ะจะเป็นถึง “ท่านประธานภาคิน” ผู้มีอำนาจชี้เป็นชี้ตายศิลปินทุกคนในค่ายเพลงนรกแห่งนี้ก็ตาม “ผมไม่ได้ฆ่ามันครับคุณโปรดิวเซอร์” เรย์เอ่ยตอบ น้ำเสียงยียวนจนน่าหมั่นไส้ “ผมแค่กำลังทำให้มันขายได้” “ขายได้? ด้วยการเปลี่ยนท่อนฮุกร็อกดิบๆ ที่มีความหมายลึกซึ้ง ให้กลายเป็นเพลงแดนซ์อิเล็กทรอนิกส์ตลาดๆ ที่มีแต่เสียงสังเคราะห์กลวงๆ งั้นเหรอ?” คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ สีหน้าเย็นชาขึ้นอีกหลายระดับ “ถ้าคุณอยากเป็นแค่หุ่นยนต์โยกย้ายตามผับชั้นต่ำ เชิญไปเซ็นสัญญาค่ายอื่นเถอะครับ ที่นี่เราทำเพลง ไม่ได้ทำขยะแจกตลาดล่าง” “ปากคอเราะร้ายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะครับ” เรย์โน้มตัวไปข้างหน้า ข้อศอกทั้งสองข้างท้าวลงบนโต๊ะกระจกใส ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนน่าอึดอัด “กลัวเหรอครับ... กลัวว่าเพลงที่ผมแต่งมันจะทะยานขึ้นชาร์ตอันดับหนึ่ง โดยที่คุณไม่มีส่วนร่วมในฐานะคนคุมบังเหียนน่ะสิ” “พอได้แล้วทั้งคู่!” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของประธานภาคินดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับฝ่ามือหนาที่ตบลงบนโต๊ะเบาๆ ภาคินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ สายตากวาดมองคนทั้งสองสลับไปมาด้วยความเหนื่อยหน่าย “เรย์พูดถูกส่วนหนึ่ง ค่ายเรากำลังประสบปัญหาขาดทุน อัลบั้มนี้ของนาย เรย์... มันต้อง ‘ขายได้’ ในวงกว้าง ไม่ใช่แค่กลุ่มคนฟังเฉพาะกลุ่มที่เสพศิลปะจนกินไม่ได้อย่างที่คีย์ต้องการ” คีย์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ออกจากร่างโปรดิวเซอร์หนุ่มจนเรย์ยังต้องชะงัก “ผมจะไม่ยอมให้เพลงที่ผมใช้เวลาปลุกปั้นร่วมกับเขามาหลายเดือน ต้องพังทลายลงเพราะคำสั่งงี่เง่าเพื่อกอบโกยเรตติ้งชั่วคราว” คีย์พูดทีละคำ ชัดเจนและเด็ดขาด “ถ้าทางค่ายยืนยันจะเปลี่ยนแนวเพลง ผมในฐานะโปรดิวเซอร์หลัก... ขอถอนตัวครับ” ห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบกริบชั่วขณะ ภาคินหรี่ตามองคีย์ด้วยแววตาคาดไม่ถึง ส่วนเรย์... รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่หายวับไปกับตา ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความตื่นตระหนกฉายชัดในความมืดลึกของนัยน์ตาคู่นั้น ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธขึงที่พุ่งพล่านขึ้นมาแทน เรย์ลุกขึ้นยืนพรวดจนเก้าอี้ไถลครูดกับพื้นเสียงดังสนั่น เขาย่างสามขุมเข้าไปประชิดตัวคีย์ที่สูงกว่าเล็กน้อย มือเรียวคว้าหมับเข้าที่ปกเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนของโปรดิวเซอร์หนุ่ม บังคับให้คีย์ต้องก้มลงมาสบตา “คุณบ้ารึเปล่าคีย์!” เรย์กระซิบเสียงลอดไรฟัน ความสั่นเครือเจือปนอยู่ในน้ำเสียงนั้นอย่างปิดไม่มิด “ถอนตัวงั้นเหรอ? คุณทิ้งผมไว้กลางทางแบบนี้เนี่ยนะ!” คีย์ไม่สะท้านเลยสักนิด เขาก้มมองมือที่กำปกเสื้อของตัวเองอยู่ ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาประสานกับดวงตาที่กำลังลุกเป็นไฟของไอดอลหนุ่ม แววตาของคีย์อ่อนลงชั่วเสี้ยววินาที—ชั่ววินาทีเดียวเท่านั้น—ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวตามเดิม “ผมไม่ได้ทิ้งคุณเรย์... ผมกำลังปกป้องผลงานชิ้นเอกของคุณต่างหาก” คีย์เอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบา ชิดริมหูของอีกฝ่ายจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน “หรือคุณยอมขายวิญญาณให้พวกเขากดหัว เพื่อแลกกับความดังชั่วข้ามคืนกันล่ะ?” เรย์ชะงัก นัยน์ตาสั่นไหวอย่างรุนแรง ประโยคแทงใจดำนั้นกระแทกเข้ากลางใจของเขาเต็มแรง ความทะเยอทะยานที่เคยมีพลันหนักอึ้งขึ้นมาทันทีเมื่อต้องแลกมาด้วยการสูญเสียตัวตน และ... การสูญเสียสายตาผิดหวังจากผู้ชายตรงหน้า บรรยากาศระหว่างเขาสองคนเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่สถิตอยู่บนผิวหนัง แรงดึงดูดประหลาดที่คอยดึงรั้งพวกเขาเข้าหากันในยามวิกฤตทำงานอย่างเงียบเชียบ แม้จะยืนอยู่ท่ามกลางสงครามประสาทของค่ายเพลงนรกแห่งนี้ แต่โลกทั้งใบราวกับเหลือเพียงแค่ลมหายใจของกันและกัน “ถ้าผมไม่ยอมล่ะ...” เรย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เสียงกระซิบแหบพร่าลงจนแทบไม่ได้ยิน “ถ้าผมบอกว่า... ผมยอมทำตามที่คุณต้องการทุกอย่าง ขอแค่คุณ... อย่าเดินออกไปจากห้องนี้” คีย์นิ่งงัด สันกรามคมขยับเล็กน้อยขณะที่เขากำลังชั่งน้ำหนักคำพูดนั้น หัวใจที่เคยด้านชาต่อระบบเน่าเฟะของวงการบันเทิงกลับไหววูบอย่างรุนแรง เพียงเพราะประโยคอ้อนวอนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีพยศของเด็กดื้อคนนี้ ทว่า ก่อนที่คีย์จะได้เอ่ยปากตอบอะไร เสียงปรบมือดังแปะๆๆ ก็ทำลายบรรยากาศสีชมพูแกมดราม่าลงเสียก่อน “โอ้โห... ภาพยนตร์รักโรแมนติกกลางห้องประชุมนี่มันช่างน่าประทับใจเสียจริงนะครับ” เสียงทุ้มหวานอันคุ้นเคยเอ่ยขึ้นจากทางประตูกระจกบานใหญ่ที่เปิดอ้าไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่มีใครรู้ คีย์และเรย์ผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟช็อต ทั้งคู่หันไปมองผู้มาใหม่พร้อมกันด้วยความตกใจ ร่างสูงโปรดของ “ธน ์” ศิลปินเบอร์หนึ่งผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของค่ายก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสบายๆ รอยยิ้มพราวเสน่ห์ประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาที่แฟนคลับทั่วประเทศคลั่งไคล้ แต่ในแววตาคู่นั้นกลับซ่อนความเย็นเยียบและรอยยิ้มของนักล่าไว้อย่างมิดชิด ธน์เดินตรงเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างเรย์ ใช้มือหนาแตะลงบนไหล่บางของไอดอลหนุ่มเบาๆ อย่างถือวิสาสะ ก่อนจะช้อนสายตาคมกริบมองตรงไปที่คีย์ “บังเอิญผมผ่านมาได้ยินพอดี...” ธน์ยิ้มมุมปาก เอ่ยประโยคที่ทำให้อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงจนติดลบ “ในเมื่อเด็กนี่มันดื้อนัก และคุณคีย์ก็ไม่อยากปั้น... งั้นผมขอรับหน้าที่ ‘เทรンド’ น้องเรย์คนนี้ต่อเอง ดีไหมครับ ท่านประธาน?” ________________________________________ ขอบคุณที่ติดตามและอยู่เคียงข้าง "ดาร์กไนท์" มาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ไม่มีจริงในค่ายเพลงนรก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%