เสียงหัวเราะในลำคอของธน์ดังขึ้นเบาๆ ทว่าบาดลึกราวกับใบมีดที่กรีดลงบนบรรยากาศตึงเครียดภายในห้องประชุมใหญ่ของค่ายเพลง 'Blackout Entertainment' แววตาของรองประธานหนุ่มพราวระยับด้วยความสนุกสนานยามที่มองร่างบางของเรย์ ซึ่งกำลังยืนกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความโกรธขدขืนในดวงตากลมโตคู่นั้นเด่นชัดเสียจนแทบจะแผดเผาทุกอย่างรอบตัวให้เป็นจุล
"ว่ายังไงล่ะครับ ท่านประธาน?" ธน์ลากเสียงยาวอย่างจงใจ สายตาเจ้าเล่ห์กวาดมองสำรวจเรือนร่างโปร่งบางของไอดอลหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความโลภโมโทสันที่ปิดไม่มิด "เด็กนี่มันมีของ... ถ้าเอามาขัดเกลาดีๆ ในแบบที่ผมชอบ รับรองว่าทำเงินให้ค่ายได้อีกโข ดีกว่าปล่อยให้เน่าคาห้องซ้อมแบบนี้ตั้งเยอะ"
"หุบปากซะ ธน์"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เย็นเยียบจนติดลบหลุดออกมาจากริมฝีปากของคีย์ โปรดิวเซอร์หนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและไร้ความปรานี ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาโลหะหรี่ลงเล็กน้อย รังสีความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับคลื่นความร้อนที่พร้อมจะแผดเผาใครก็ตามที่กล้าล้ำเส้น
คีย์ไม่ได้ขยับตัวไปไหน เขาเพียงแต่ก้าวเท้าสั้นๆ ออกมาบังร่างของเรย์เอาไว้ครึ่งหนึ่ง สายตาคมกวาดมองธน์ด้วยความรังเกียจอย่างไม่คิดจะปิดบัง "อย่าเอาความคิดสกปรกของคุณมาใช้กับศิลปินในความดูแลของผม เด็กนี่จะเป็นยังไง หรือจะแต่งเพลงห่วยแตกแค่ไหน มันก็เรื่องของผม ไม่ใช่ธุระกงการอะไรที่คุณจะมาเสนอหน้าสอดมือเข้ามายุ่ง"
เรย์ที่ยืนอยู่ด้านหลังแผ่นหลังกว้างของโปรดิวเซอร์หนุ่ม ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนประหลาดใจ เขาไม่คิดว่าคนที่เพิ่งจะสาดคำพูดเชือดเฉือนและดูถูกผลงานของเขาอย่างไม่ไว้หน้าเมื่อนาทีที่แล้ว จะลุกขึ้นมาปกป้องเขาจากเงื้อมมือของรองประธานจอมเจ้าเล่ห์คนนี้อย่างดุเดือดขนาดนี้
ธน์หุบยิ้มลงทันที สีหน้าเปลี่ยนเป็นความบึ้งตึง ดวงตาคมปลาบจ้องมองคีย์กลับด้วยความไม่พอใจ "คุณคีย์... อย่าลืมนะครับว่านี่คือบริษัท ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่คุณจะมาทำตัวเป็นฮีโร่ปกป้องเด็กเส้นคนโปรด เด็กนี่มันหมดคุณค่าที่จะปั้นแล้ว ท่านประธานเองก็คงเห็นด้วย—"
"ผมยังไม่ได้พูดสักคำว่าเด็กคนนี้หมดคุณค่า"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของประธานค่ายที่นั่งเงียบมานานดังขัดขึ้น ร่างสูงใหญ่ขยับตัวพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาทรงอำนาจมองกราดไปยังผู้บริหารทั้งสองคนด้วยแววตาอ่านยาก "โปรดิวเซอร์คีย์เป็นคนรับเด็กคนนี้เข้ามาตั้งแต่แรก ดังนั้น สิทธิ์ขาดในการตัดสินใจ ย่อมอยู่ที่คีย์คนเดียว... ธน์ นายไม่มีสิทธิ์ยุ่งเรื่องนี้"
ธน์ขบกรามแน่นจนสันกล้ามขึ้นเป็นริ้ว ความอับอายและVความแค้นเคืองแล่นริ้วขึ้นมาในดวงตา เขาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ "หึ... งั้นก็รอดูผลงานชิ้นเอกของ 'โปรดิวเซอร์มือทอง' ก็แล้วกันครับ ว่าจะรอดพ้นจากความอับอายครั้งก่อน หรือจะพากันดิ่งลงเหอตายคู่ไปพร้อมกับเด็กนี่"
พูดจบ ธน์ก็สะบัดหน้าพรืดเดินกระแทกไหล่คีย์ออกไปจากห้องประชุม บรรยากาศอึมครึมค่อยๆ เจือจางลง เหลือเพียงความเงียบงันที่กดดันไม่แพ้กัน
"ออกไปรอข้างนอกก่อน เรย์" คีย์เอ่ยปากสั่งเสียงเรียบโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเด็กหนุ่มด้านหลัง
เรย์เม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกแปลกประหลาดตีรวนอยู่ในอก ทั้งโกรธ ทั้งฉุน แต่ในขณะเดียวกัน... หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะอย่างน่าโมโหเมื่อนึกถึงแผ่นหลังกว้างที่ก้าวออกมารับหน้าแทนเขาเมื่อครู่ มือเรียวทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นก่อนจะตัดสินใจหมุนตัวเดินเลี่ยงออกไปจากห้องด้วยความเงียบ
ประตูห้องประชุมปิดลง ปล่อยให้คีย์ยืนอยู่กับท่านประธานตามลำพัง
"นายแน่ใจนะคีย์?" ประธานหนุ่มถอนหายใจยาว ยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ "เด็กนั่นดื้อรั้น พยศ และสร้างปัญหาไม่เว้นแต่ละวัน นายรู้ตัวใช่ไหมว่ากำลังเอาชื่อเสียงและอนาคตโปรดิวเซอร์มือหนึ่งของตัวเองไปแขวนไว้บนเส้นด้าย"
คีย์ถอดแว่นสายตาออกช้าๆ ใช้ปลายนิ้วเรียวบีบดั้งจมูกก่อนจะสวมมันกลับเข้าไป ดวงตาหลังเลนส์แว่นฉายแววแน่วแน่อย่างที่ไม่มีใครเคยได้เห็นมาก่อน
"ผมไม่ได้ปกป้องมันเพราะสงสารหรอกครับท่าน..." คีย์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ลมหายใจอุ่นพ่นออกมาเบาๆ "แต่ท่วงทำนองในสมุดโน้ตเล่มนั้น... มันทำให้ผมหงุดหงิดเกินกว่าจะยอมให้ใครหน้าไหนเอาไปทำลายทิ้งง่ายๆ"
ท่านประธานเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มบางๆ อย่างรู้ทัน "หึ... ปากแข็งไม่เปลี่ยนเลยนะคีย์ ถ้างั้นก็จัดการให้เรียบร้อย ฉันให้เวลาพวกนายพิสูจน์ตัวเองแค่ 'สามสัปดาห์' ถ้าเพลงนี้ไม่สามารถติดชาร์ตท็อปเท็นได้ เตรียมเก็บกระเป๋าออกจากที่นี่ทั้งคู่"
"รับทราบครับ" คีย์โค้งศีรษะรับคำสั้นๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องประชุมด้วยฝีก้าวที่มั่นคง
ร่างสูงก้าวออกมาตามทางเดินยาวของตึกค่ายเพลง ก่อนจะชะงักฝีเท้าลงเมื่อเห็นร่างโปร่งของเรย์กำลังยืนพิงผนังกระจกใส มองออกไปด้านนอกตึก แผ่นหลังบางนั้นดูโดดเดี่ยวและเปราะบางเสียจนเขารู้สึกแปลบปalamในอกอย่างประหลาด
คีย์สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงมาซึ่งความเยือกเย็นที่เป็นเกราะกำบัง ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปใกล้แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยตามสไตล์
"ยืนทำหน้าเป็นหมาหงอยอะไรอยู่ตรงนี้? กลับเข้าห้องซ้อมได้แล้ว งานของเราเพิ่งจะเริ่มต้นต่างหาก"
เรย์สะดุ้งเล็กน้อย หันขวับมามองหน้าโปรดิวเซอร์หนุ่มด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน ทั้งดื้อรั้น ทั้งไม่ยอมคน และบางสิ่งที่เจืออยู่ในนั้น... เป็นประกายความซาบซึ้งที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้สุดชีวิต
"ใครหมาหงอยกันวะไอ้พี่คีย์!" เรย์สวนกลับทันควัน เสียงใสเริ่มกลับมามีพลังและฤทธิ์เดชเหมือนเดิม "แล้วก็เลิกสั่งผมสักที ผมไม่ใช่ลูกน้องคุณนะ!"
"ปากดีแบบนี้ ค่อยสมเป็นไอดอลตกอับหน่อย" คีย์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ ดวงตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเด็กหนุ่ม "จำคำพูดของฉันไว้ให้ดี... จากนี้ไป ชีวิตบนเส้นทางสายดนตรีของนาย อยู่ในกำมือฉันแล้ว เรย์"
หัวใจของเรย์กระตุกวูบอย่างแรง ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่ใกล้ชิดทำให้สติสัมปชัญญะที่เคยมีกระเจิงหายไปหมดสิ้น กลิ่นน้ำหอมบุรุษเจือจางผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวของคีย์ยิ่งทำให้เขารู้สึกปั่นป่วนจนแทบยืนไม่อยู่
ในจังหวะที่เรย์กำลังจะอ้าปากเถียงเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอกนั้นเอง—
*กริ๊งงงงงง!*
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคีย์แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศชวนใจเต้นระทึก โปรดิวเซอร์หนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างขัดใจ เคลื่อนสายตาออกจากใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงเรื่ออย่างไม่รู้ตัว แล้วก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์
เพียงแค่เหลือบไปเห็นชื่อและข้อความแจ้งเตือนที่ปรากฏเด่นหราอยู่บนหน้าจอ... ดวงตาคมกริบของคีย์ก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างสูงชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะเม้มเข้าหากันแน่นเป็นเส้นตรง
เรย์สังเกตเห็นความผิดปกติในแววตาของอีกฝ่าย จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามด้วยความสงสัย "ใครโทรมาวะ? หน้าตาถึงได้ดูเหมือนคนเพิ่งเจอผีหลอกแบบนั้น"
คีย์เงยหน้าขึ้นช้าๆ ปิดหน้าจอโทรศัพท์มือถือลงด้วยความเร็ว แววตาที่เคยเย็นชาและมั่นอกมั่นใจเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดและหวาดระแวงอย่างที่เรย์ไม่เคยเห็นมาก่อน
"ไม่ใช่เรื่องของนาย..." คีย์เอ่ยเสียงแหบพร่า ก่อนจะคว้าแขนเรียวของเรย์เอาไว้แน่นแล้วออกแรงดึงให้เดินตามทันที "เลิกถาม แล้วตามฉันมานี่... เกิดเรื่องใหญ่แล้ว"
เรย์ขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ แต่ยังไม่ทันจะได้เอ้งกี่คำ ประตูลิฟต์ตรงหน้าก็เปิดออกเผยให้เห็นร่างของใครบางคนที่เพิ่งก้าวออกมาจากด้านใน... บุคคลที่ทำให้ทุกลมหายใจของคีย์แทบจะหยุดชะงักลงในทันที!
---
*(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ดาร์กไนท์" เสมอมานะครับ)*
เซฟโซนที่ไม่มีจริงในค่ายเพลงนรก•ตอนที่ 10
การตัดสินใจครั้งแรก
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ไม่มีจริงในค่ายเพลงนรก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!