“ถอยไป”
เสียงของเรย์แหบพร่า ขณะที่หลังของเขากระแทกเข้ากับขอบโต๊ะทำงานตัวใหญ่ในห้องอัดที่เงียบเชียบจนได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจที่ติดขัด คีย์ไม่ได้ถอยหนี ซ้ำยังวางมือข้างหนึ่งลงบนโต๊ะ ขวางกั้นทางออกสุดท้ายเอาไว้ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทร์เจือความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องอัดรุกรานพื้นที่ส่วนตัวจนเรย์แทบจะสิ้นสลายความแข็งกร้าวที่มี
“ถ้าผู้จัดการคุณเห็นท่านี้ เขาคงช็อกจนหัวใจวายตายไปแล้ว” คีย์กระซิบ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นประสาทพอๆ กับสายตาคมกริบที่ไล่ต้อน “บอกมาสิว่าเพลงที่เพิ่งแต่งเสร็จน่ะ มันหมายความว่ายังไง... หรือต้องให้ผม ‘เค้น’ เอาคำตอบจากปากคุณถึงจะยอมพูด?”
เรย์จ้องกลับ ดวงตาคู่สวยไหวระริกแต่ยังคงความหยิ่งยโส “เพลงก็คือเพลงครับคุณโปรดิวเซอร์ ถ้าคุณแยกแยะ ‘เนื้อหา’ กับ ‘ตัวตน’ ของคนแต่งไม่ได้ ก็อย่ามาลงกับศิลปินเลย”
คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะนิ่งเฉยดุจรูปปั้นขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเกือบสัมผัสกัน “คนอื่นอาจจะมองว่ามันเป็นแค่เพลงรักทั่วไปที่แต่งตามตลาด แต่ผม... ที่เป็นคนคุมโปรเจกต์นี้มาตั้งแต่วันแรก ผมจำ ‘จังหวะ’ ของคุณได้ดี เรย์ จังหวะที่มันซ่อนความนัยบางอย่างที่สั่นไหวเกินกว่าจะเป็นแค่การแต่งเพลงตามโจทย์”
นิ้วเรียวยาวของคีย์เลื่อนไปแตะที่หน้าจอแท็บเล็ต ซึ่งบรรจุโน้ตเพลงที่เรย์แอบเขียนทิ้งไว้ในเดโมล่าสุด เขาไม่พูดอะไรต่อ แต่กดปุ่ม ‘Play’ เสียงเปียโนบรรเลงขึ้นมาอย่างแผ่วเบา เป็นทำนองที่เหงาจับใจและเจือความอัดอั้นที่ยากจะบรรยาย
คีย์ปล่อยให้เสียงดนตรีนำทาง เขาไม่ได้ละสายตาจากเรย์แม้แต่วินาทีเดียว เหมือนเขากำลังมองทะลุเข้าไปในม่านตาของไอดอลหนุ่มเพื่อหาคำตอบที่ซ่อนอยู่ใต้ความดื้อรั้นนั้น
“โน้ตตัวนี้... ทำไมคุณถึงลากเสียงยาวแบบนั้นในท่อนที่ร้องว่า ‘อยากจะหยุดเวลา’?” คีย์ถามเสียงเบา “คุณอยากหยุดเวลาไว้ตรงไหน? ตรงที่ไม่มีใครรู้จักเรา? หรือตรงที่... เราไม่ต้องเป็นผู้จัดการกับไอดอลที่ต้องทำตามกฎระเบียบเน่าๆ พวกนี้?”
เรย์เม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก เขาเกลียดที่คีย์อ่านเขาขาดเหมือนอ่านหนังสือเล่มโปรด “คุณคิดไปเองทั้งนั้น คุณคีย์”
“งั้นเหรอ?” คีย์ขยับตัวเข้าใกล้จนพื้นที่ระหว่างทั้งสองแทบจะเป็นศูนย์ “ถ้าคิดไปเอง ทำไมมือคุณถึงสั่นล่ะ?”
คีย์เอื้อมมือไปกุมมือของเรย์ที่วางอยู่ข้างตัว ความเย็นจากนิ้วมือของคีย์ปะทะกับความร้อนที่เห่อขึ้นบนใบหน้าของเรย์ เขาไม่ได้ขัดขืน ไม่ใช่เพราะจำนน แต่เพราะแรงดึงดูดบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ มันเหมือนกับว่าท่วงทำนองในเพลงที่เรย์แต่ง กำลังตอบโต้กับจังหวะหัวใจของคีย์อย่างรุนแรง
เรย์แค่นยิ้มบางๆ ทั้งที่นัยน์ตาเริ่มมีความรื้นน้ำ “ถ้าอยากรู้นัก... ก็ฟังให้จบสิครับ”
คีย์เงียบไป สายตาของเขาเปลี่ยนจากความดุดันเป็นความลุ่มหลงที่ฉายชัดอย่างปิดไม่มิด เขาไม่ได้เป็นคนพูดเก่งเรื่องความรัก แต่ในจังหวะนี้ ดนตรีกลับทำหน้าที่สื่อสารทุกอย่างที่พวกเขาไม่อาจเอ่ยปาก ความปรารถนา ความอิจฉา ความหวาดกลัวต่อโลกภายนอก และความโหยหาที่ถูกกักขังไว้ในห้องอัดแห่งนี้
ขณะที่ดนตรีเดินทางมาถึงจุดพีค เรย์ก็ตัดสินใจทำในสิ่งที่ตัวเองก็คาดไม่ถึง เขาเอื้อมมือไปที่เครื่องปรับระดับเสียง แล้วค่อยๆ หมุนขึ้นจนเสียงดนตรีดังกระหึ่มกลบความเงียบรอบตัว เขาสบตาคีย์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการยอมจำนนในคราวเดียวกัน
“เพลงนี้... ผมไม่ได้แต่งให้ใครในค่ายเพลงนรกนี่หรอกครับ” เรย์กระซิบผ่านเสียงดนตรีที่เร้าอารมณ์ “ผมแต่งให้ ‘คนที่ผมเกลียด’ ที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นคนเดียวที่ทำให้ผมรู้สึกว่า... มีตัวตนอยู่จริงๆ”
คีย์ชะงัก ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปจังหวะหนึ่ง เขารู้สึกเหมือนถูกกระชากลงสู่ห้วงเหวที่สวยงามที่สุดเท่าที่เคยเจอมา เขาโน้มใบหน้าลงไปจนริมฝีปากเกือบชิดใบหูของเรย์ “งั้นลองดูสิว่า... คนที่เกลียดที่สุดคนนี้ จะให้รางวัลคุณยังไงถ้าเพลงนี้มันออกมาดีกว่าที่ผมคาดไว้”
ทันใดนั้นเอง ประตูห้องอัดก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของ 'ผู้จัดการค่าย' ที่ยืนหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นภาพที่คนสองคนกำลังแทบจะรวมร่างกันอยู่บนโต๊ะทำงาน
“พวกคุณทำบ้าอะไรกัน! กราฟฟิกด้านนอกกำลังรอดูไฟล์เพลงอยู่ แต่พวกคุณมาทำอะไรในห้องอัดเนี่ย!”
คีย์ผละออกจากเรย์อย่างรวดเร็ว แต่ทว่ามือของเขากลับยังคงกำมือเรย์ไว้แน่นจนกระดูกนิ้วขาวซีด เขาหันไปเผชิญหน้ากับผู้จัดการด้วยสายตาที่เย็นเยียบและดุดันกว่าครั้งไหนๆ ราวกับราชสีห์ที่ถูกรบกวนเวลาอันมีค่า
“ออกไปก่อนครับ” คีย์เอ่ยเสียงเรียบ แต่เต็มไปด้วยอำนาจที่ทำให้ผู้จัดการถึงกับชะงัก “เรายังไม่เสร็จ... งานชิ้นนี้สำคัญเกินกว่าจะให้ใครมาขัดจังหวะ”
เรย์ยืนนิ่ง หัวใจของเขาเต้นโครมครามอยู่ในอกเมื่อเห็นท่าทีที่ดูเหมือนจะประกาศตัวของคีย์ ในจังหวะที่ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง คีย์ก็หันกลับมาหาเขา สายตาที่จ้องมองมานั้นไม่ใช่สายตาของโปรดิวเซอร์ที่มองศิลปิน แต่มันคือสายตาของคนที่เพิ่งตัดสินใจเลือกทางเดินที่เดิมพันด้วยทุกอย่างในชีวิต
“เรามาเริ่มบันทึกเสียงท่อนสุดท้ายกันเถอะ” คีย์พูดทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก “ท่อนที่ผมเพิ่งรู้ว่าคุณตั้งใจจะบอกอะไรผมกันแน่”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงบทนี้นะครับ ดาร์กไนท์จะเร่งปั่นตอนถัดไปให้สะใจแฟนๆ แน่นอนครับ
เซฟโซนที่ไม่มีจริงในค่ายเพลงนรก•ตอนที่ 8
ทฤษฎีบทความรัก
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ไม่มีจริงในค่ายเพลงนรก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!