เซฟโซนที่ไม่มีจริงในค่ายเพลงนรก•ตอนที่ 3

กฎเหล็กในห้องอัด

ผลงานโดย ดาร์กไนท์
เสียงกระแทกของแฟ้มกระดาษสันห่วงที่ถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานกระจกใส ดังสนั่นก้องห้องอัดเสียงสตูดิโอเอ มันไม่ใช่เสียงของการทำงานร่วมกัน แต่มันคือการประกาศสงครามขนาดย่อม "โน้ตของคุณมันกรอบเกินไป... โปรดิวเซอร์คีย์ครับ ฟังเสียงหัวใจของผมให้ดี ๆ สิครับว่ามันอยากร้องว่าอะไรกันแน่" ประโยคท้าทายที่ผมเพิ่งพ่นใส่หน้าเขาไปเมื่อตอนท้ายของการบันทึกเสียงเมื่อวาน ยังคงแขวนลอยอยู่ในอากาศ สร้างความอึดอัดจนพนักงานควบคุมเสียงด้านนอกแทบไม่กล้าหายใจแรง แต่ดูเหมือนว่าเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังแผงควบคุมเสียง จะไม่ได้สะท้านสะเทือนกับสายตาคมกริบของผมเลยแม้แต่น้อย คีย์ปรายตามองแฟ้มกระดาษที่ถูกผมเหวี่ยงลงมากระทบโต๊ะด้วยความหงุดหงิด เขากดริมฝีปากบางเฉียบเป็นเส้นตรง รอยยิ้มหยันที่มุมปากนั้นทรงพลังพอจะทำให้ต่อมความอดทนของผมระเบิดได้ในเวลาไม่ถึงสามวินาที "เด็กน้อย... เสียงหัวใจนายมันเป็นแค่เสียงเต้นของคนตื่นตูมที่ยังไม่เข้าใจว่าคำว่า 'มืออาชีพ' เขาทำกันยังไง" คีย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เย็นชา และราบเรียบเสียจนน่าหมั่นไส้ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่สูงโปร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงและเส้นเลือดปูดโปนเล็กน้อยยามที่เขาขยับตัว "แล้วก็นะเรย์ เลิกใช้วิธีเด็กๆ แบบนี้ในการเรียกร้องความสนใจจากฉันเสียที มันน่ารำคาญ" ผมแค่นเสียง 'หึ' ในลำคอ ก้าวเท้าเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานของเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว ระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงไม่กี่คืบ จนผมได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟเข้มๆ จากตัวเขา "เรียกร้องความสนใจ? คุณเอาสมองส่วนไหนคิดครับโปรดิวเซอร์คีย์ หรือว่าปมด้อยในอดีตที่เคยปั้นใครไม่ขึ้น มันทำให้คุณมองโลกบิดเบี้ยวไปหมด จนแยกไม่ออกว่าอันไหนคือ 'ความจริงใจ' ในงานเพลง กับอันไหนคือ 'อีโก้' ของโปรดิวเซอร์ตกอับกันแน่!" ดวงตาสีนิลของคีย์ไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—เพียงเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น—ก่อนที่มันจะกลับมาเย็นชาและคมกริบดั่งใบมีดโกน บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดฮวบลงอย่างรวดเร็วราวกับติดลบ คีย์โน้มใบหน้าลงมาหาผมช้าๆ จนหน้าผากเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มของผม แต่นั่นไม่ได้ทำให้ผมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว "ปากเก่งขึ้นนี่เรย์ สงสัยตารางฝึกซ้อมนรกแตกของค่ายเรายังโหดไม่พอสินะ" คีย์กระซิบชิดริมฝีปาก เสียงของเขาต่ำพร่าจนสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ "ถ้านายมั่นใจในเสียงหัวใจของตัวเองนัก งั้นก็ฟังให้ดี... นี่คือกฎเหล็กข้อใหม่ในห้องอัดของฉัน" เขายื่นมือไปหยิบแท็บเล็ตบนโต๊ะขึ้นมา เปิดหน้าจอบันทึกข้อความแล้วเลื่อนมาตรงหน้าผม กฎเหล็ก 3 ข้อที่ถูกพิมพ์ตัวหนาตัวโตปรากฏแก่สายตา: 1. ห้ามเถียง ห้ามออกความเห็นนอกเหนือจากสิ่งที่โปรดิวเซอร์สั่ง 2. ร้องตามโน้ตที่กำหนดแบบเป๊ะๆ ห้ามใส่ลูกเล่นดัดแปลงเองเด็ดขาด 3. หากทำไม่ได้ตามข้อ 1 และ 2 เตรียมตัวถูกดองยาวจนหมดสัญญา ผมอ่านมันแล้วอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วง คุณสมบัติตingต๊องแบบนี้มันคือการกักขังทางศิลปะชัดๆ! "คุณบ้าไปแล้วหรือไง!" ผมตบโต๊ะเสียงดังลั่น "นี่มันห้องอัดเสียงหรือค่ายกักกันนาซีกันแน่ครับ! ถ้าผมทำตามกฎประสาทนี่ งานเพลงโซโล่เดี่ยวของผมมันก็ไม่ต่างอะไรจากหุ่นยนต์ร้องเพลงที่ไร้จิตวิญญาณน่ะสิ!" "ใช่... มันคือหุ่นยนต์ที่ควบคุมได้ และนั่นแหละคือสิ่งที่ตลาดต้องการ" คีย์ตอบกลับอย่างไร้เยื่อใย เขายืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูงอีกครั้ง ปัดมือบนเสื้อเชิ้ตราวกับรังเกียจฝุ่นละอองที่มองไม่เห็น "นายมีหน้าที่ทำตาม ไม่ใช่มีหน้าที่มานั่งเถียงฉอดๆ เหมือนเด็กเก็บกด" คำพูดนั้นจี้จุดความทะเยอทะยานและทิฐิในตัวผมจนเดือดพล่าน ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาจนใบหน้าร้อนผ่าว แต่ในขณะเดียวกัน ลึกๆ ในอกด้านซ้ายกลับรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างประหลาด ทำไมกันนะ... ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงมองไม่เห็นความพยายามของผมเลยสักครั้ง ทั้งที่ผมยอมแลกทุกอย่างเพื่อก้าวขึ้นมายืนตรงจุดนี้ ผมกำมือแน่น เล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนเจ็บ แต่รอยยิ้มท้าทายกลับผุดขึ้นที่มุมปากของผมแทนที่จะเป็นน้ำตา "งั้นเหรอครับ..." ผมทวนคำ เสียงกระซิบของผมเปลี่ยนเป็นความเย้ายวนและดุดันในคราวเดียวกัน ผมก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิดจนแผ่นอกแทบจะแนบชิดกับอกของเขา "ถ้าผมพิสูจน์ให้เห็นว่า 'เสียงหัวใจ' ของผมมันทำเงินและสั่นประสาทคนฟังได้มากกว่ากฎงี่เง่าพวกนี้ล่ะ... โปรดิวเซอร์คีย์ จะยอมกราบขอโทษผมกลางห้องประชุมใหญ่ไหมล่ะครับ?" คีย์ชะงักไป ดวงตาคมกริมจ้องมองผมเขม็ง รังสีความกดดันแผ่ออกมาจากตัวเขารุนแรงเสียจนผมเกือบจะหายใจไม่ออก ทว่าแววตาคู่นั้นกลับมีความไหววูบแปลกประหลาดที่ผมอ่านไม่ออกซ่อนอยู่ เขายื่นมือหนามาคว้าคางของผมไว้ด้วยแรงที่พอเหมาะ นิ้วโป้งของเขาเกลี่ยเบาๆ ที่ริมฝีปากล่างของผมอย่างถือวิสาสะ สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้ผมเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "มั่นใจนักนะเรย์..." เสียงทุ้มต่ำของคีย์กระซิบอยู่ชิดริมฝีปากของผม ลมหายใจร้อนผ่ารินรดอยู่บนผิวแก้ม "ถ้านายทำไม่ได้อย่างที่ปากพูด... ฉันนี่แหละ จะเป็นคน 'ลงโทษ' นายด้วยวิธีที่ทำให้ลุกไม่ขึ้นไปทั้งเดือนเลย..." หัวใจผมกระตุกวูบ จังหวะการเต้นรัวเร็วจนน่ากลัว ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะประกายไฟบางอย่างที่ลุกโชนอยู่ในแววตาของโปรดิวเซอร์หนุ่ม—ประกายไฟที่พร้อมจะแผดเผาเราทั้งคู่ให้มอดไหม้ไปพร้อมกัน ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดที่กำลังพุ่งถึงขีดสุด ทำให้คีย์จำต้องยอมปล่อยมือออกจากคางของผมอย่างไม่เต็มใจนัก เขาสบถเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหันไปตวัดสายตาคมกริบใส่บานประตู "เข้ามา!" คีย์เอ่ยเสียงห้วน ประตูกระจกเปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างโปร่งบางในชุดสูทเข้ารูปและรอยยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษ—ผู้บริหารฝ่ายศิลป์คนใหม่ที่ทุกคนต่างรู้ดีว่าจ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้ของคีย์มาโดยตลอดก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ "อุ๊ย... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของ 'คู่หูตัวแสบ' หรือเปล่าคะเนี่ย?" เสียงหวานหยดย้อยเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มพราวระยับ แต่ดวงตากลับจ้องมองผมกับคีย์สลับกันไปมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนที่เธอจะวางเอกสารแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะกลางห้อง "พอดีท่านประธานเพิ่งเซ็นอนุมัติคำสั่งด่วน... โปรดิวเซอร์คีย์คะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เรย์ไม่ได้เป็นศิลปินในความดูแลของคุณคนเดียวอีกแล้วค่ะ" คีย์หรี่ตาลงทัน (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความฟินและเดือดดาลไป1บรรทัดจากใจดาร์กไนท์ครับ!)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ไม่มีจริงในค่ายเพลงนรก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%