เซฟโซนที่ไม่มีจริงในค่ายเพลงนรก•ตอนที่ 2

กำแพงเสียง

ผลงานโดย ดาร์กไนท์
เสียงบิดลูกบิดประตูดังแกร็ก... ก่อนที่บานไม้เนื้อหนาจะถูกผลักเปิดออกโดยปราศจากมารยาทในการเคาะขออนุญาต คีย์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองผู้ที่ถือวิสาสะก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขตห้องทำงานส่วนตัวของโปรดิวเซอร์มือหนึ่ง เขายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้สีดำสนิท แสงไฟนีออนสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะทอดเงาคมกริบลงบนสันจมูกโด่งเป็นคมและริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง มือเรียวยาวข้างหนึ่งเคาะนิ้วเป็นจังหวะบนโต๊ะทำงานกระจกใส สะท้อนความหงุดหงิดที่กำลังถูกจุดชนวนขึ้นทีละน้อย "ผมจำได้ว่าไม่ได้กดปุ่มอนุญาตให้ใครเข้ามา" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ ไร้ซึ่งอุณหภูมิความอบอุ่นใด ๆ แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา "ขอโทษทีครับ พอดีผมมือซุกซนไปหน่อย... อีกอย่าง ประตูห้องนี้ไม่ได้ล็อกไม่ใช่เหรอครับ หรือโปรดิวเซอร์คีย์กลัวว่าใครจะเข้ามาเห็นความลับอะไรเข้ารับ?" น้ำเสียงกวนประสาทที่คุ้นหูดังขึ้นพร้อมกับร่างโปร่งของเรย์ที่ก้าวเข้ามาอย่างถือดี ไอดอลหนุ่มในสังกัดที่เพิ่งสร้างเรื่องน่าปวดหัวไว้เมื่อวานนี้ ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบาย ๆ แว่นตากันแดดสีชาถูกเหน็บไว้ที่คอเสื้อ ยิ่งขับเน้นให้ใบหน้าคมคายนั้นดูแบดบอยและน่าหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน คีย์ปรายตามองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาประเมินค่า ต่ำตม ไร้ระเบียบวินัย และเต็มไปด้วยความอวดดี นั่นคือคำนิยามสั้น ๆ ที่เขาสลักให้เรย์ตั้งแต่แรกเห็น "ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่น และคุณก็ไม่ใช่ศิลปินฝึกหัดที่จะเดินเข้าออกห้องทำงานใครตามใจชอบ ถ้าไม่มีธุระอะไรสำคัญ ไสหัวออกไปแล้วปิดประตูให้เรียบร้อยด้วยครับ" คีย์ไล่ตรง ๆ ไม่มีความจำเป็นต้องรักษาน้ำใจกับคนที่ไม่เคยคิดจะเคารพกฎเกณฑ์ เรย์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและกวนประสาทในเวลาเดียวกัน ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจาง ๆ เจือกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ลอยมาแตะจมูกคีย์ ทำให้โปรดิวเซอร์หนุ่มต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่ชอบใจ "ไล่เก่งจังนะครับ... แต่บังเอิญว่าผมมีธุระสำคัญซะด้วยสิ" เรย์โน้มตัวลงใช้มือสองข้างเท้าลงบนโต๊ะกระจกโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้คีย์ที่ยังนั่งนิ่ง "ทางค่ายบอกว่าวันนี้เราต้องมาลองเทสต์เสียงเดโมเพลงใหม่ที่โปรดิวเซอร์มือหนึ่งอย่างคุณเป็นคนแต่ง... ผมก็เลยมาสิครับ ทำไม ทำหน้าแบบนั้นแปลว่าลืมเหรอครับ?" คีย์เงยหน้าขึ้นสบตากลมโตแพรวพราวคู่นั้น ระยะห่างระหว่างกันใกล้เสียจนเขารับรู้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่ปะทะเข้ากับผิวแก้ม ดวงตาคมกริบของคีย์วาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ แต่กระนั้นสีหน้ากลับยังคงนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินสลัก "ผมไม่ได้ลืม... แต่ผมไม่คิดว่าคนไร้ระเบียบแบบคุณจะตรงต่อเวลาขนาดนี้" คีย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากส่วนสูงและรัศมีอำนาจแผ่ซ่านออกมาจนทำให้เรย์ชะงักไปชั่วขณะ แต่เพียงเสี้ยววินาที รอยยิ้มมุมปากก็กลับมาประดับบนใบหน้าของไอดอลหนุ่มอีกครั้ง "ระดับผมแล้ว เรื่องแค่นี้สบายมากครับ... ว่าแต่โปรดิวเซอร์คีย์พร้อมจะฟังเสียงร้องของผมหรือยังล่ะครับ ระวังจะติดใจจนถอนตัวไม่ขึ้นนะ" "เพ้อเจ้อ" คีย์แค่นเสียงหยัน "เดินตามผมมาที่ห้องอัดได้แล้ว อย่าทำให้ผมต้องเสียเวลามากกว่านี้เลยครับ" บรรยากาศภายในห้องอัดเสียงขนาดใหญ่เย็นเฉียบ แสงไฟสีนวลสะท้อนผ่านกระจกใสบานหนาที่กั้นระหว่างห้องควบคุมและห้องบันทึกเสียง คีย์ยืนกอดอกอยู่หน้าแผงควบคุมเสียง นิ้วเรียวกดปุ่มสลับไมโครโฟนเพื่อเชื่อมต่อสัญญาณกับร่างสูงที่ยืนถือไมค์อยู่ในห้องกระจก ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ คีย์เห็นเรย์กำลังสวมหูฟังครอบหัว รอยยิ้มกวน ๆ เมื่อครู่หายไปแล้ว เหลือเพียงใบหน้าที่เริ่มจริงจังขึ้นมาบ้าง แม้จะยังมีความดื้อรั้นฉาบอยู่ตามกรอบกรามคมนั้นก็ตาม "เรย์ ได้ยินผมไหม ลองเช็กไมค์ครับ เทส... หนึ่ง สอง สาม" คีย์กรอกเสียงผ่านไมค์ด้วยน้ำเสียงราบเรียบเป็นทางการ "ได้ยินครับ ชัดแจ๋วเลย... โปรดิวเซอร์คีย์หน้าดุจัง ระวังแก่เร็วนะครับ" เสียงกวนประสาทลอดผ่านลำโพงออกมาทันที คีย์สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่เริ่มตีรวนขึ้นมาในอก "ผมจะเปิดดนตรีแทร็กหลักขึ้นมา คุณมีหน้าที่ร้องตามโน้ตและคีย์ที่ผมจัดไว้ให้ ห้ามดัดแปลง ห้ามลูกเล่นเยอะ และที่สำคัญ... ห้ามออกนอกลู่นอกทางเด็ดขาด เข้าใจไหมครับ?" ในห้องอัด เรย์แค่นหัวเราะเบา ๆ สายตาคมกริบมองทะลุกระจกใสมายังโปรดิวเซอร์จอมเนี๊ยบที่ยืนตีหน้าขรึมอยู่ด้านนอก มือหนากำก้านไมโครโฟนแน่นขึ้น "รับทราบครับ ท่านโปรดิวเซอร์" ดนตรีจังหวะอาร์แอนด์บีผสมผสานความดาร์กตามสไตล์ถนัดของคีย์เริ่มบรรเลงขึ้นผ่านหูฟัง เสียงเบสทุ้มลึกกระแทกกระทั้นประสานกับเสียงเปียโนหม่น ๆ สร้างบรรยากาศบีบคั้นหัวใจ ท่อนแรกของเพลงเริ่มต้นขึ้นตามด้วยจังหวะที่เปิดโอกาสให้เสียงร้องประสานเข้ามา คีย์จ้องมองหน้าจอคลื่นเสียงอย่างใจจดใจจ่อ รอคอยเสียงร้องที่จะต้องเปล่งออกมาตามโน้ตที่เขากำหนดไว้ทุกกระเบียดนิ้ว... โน้ตตัวแรกกำลังจะมาถึง *สาม... สอง... หนึ่ง... ร้องสิ* คีย์คิดในใจ ทว่า... เสียงที่ลอดผ่านลำโพงออกมากลับไม่ใช่โน้ตตัวที่คีย์เขียนไว้ในกระดาษโน้ตแม้แต่น้อย! เรย์เลือกที่จะเปลี่ยนเมโลดี้ท่อนนั้นให้สูงขึ้นอีกหนึ่งคีย์ เสียงร้องที่ทรงพลังและบาดลึกพุ่งทะยานขึ้นอย่างอิสระไร้กรอบเกณฑ์ ราวกับพายุนอกฤดูที่พัดถล่มเข้ามากลางห้องอัดอันเงียบสงบ มันทั้งดิบ เถื่อน เปลือยเปล่า และเต็มไปด้วยจิตวิญญาณที่ไม่อาจควบคุมได้ คีย์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ มือที่กำลังวางอยู่บนแผงควบคุมชะงักค้างทันที *กล้าดียังไง...* เรย์กำลังแหกกฎของเขา! "ตัดจบตอน: คลิฟฮังกรี้ฮุก" คีย์กระชากไมโครโฟนลงมากดปุ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นระริกด้วยความโกรธปะปนความประหลาดใจ "เรย์! ใครสั่งให้คุณเปลี่ยนโน้ตตรงนั้น! หยุดร้องเดี๋ยวนี้!" ทว่าไอดอลหนุ่มในห้องกระจกกลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ร่างสูงหลับตาลงพ่นเสียงร้องท่อนฮุกที่ทรงพลังและบาดลึกยิ่งกว่าเดิมออกมา ก่อนจะลืมตาขึ้นจ้องมองตรงมาที่กระจกใส ราวกับกำลังท้าทายอำนาจทั้งหมดของโปรดิวเซอร์มือหนึ่งอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนที่เสียงเพลงจะจบลง เรย์ก็ลดไมค์ลงแล้วพูดประโยคหนึ่งที่ทะลุผ่านลำโพงเข้ามาในห้องควบคุมอย่างชัดเจนทุกถ้อยคำ "โน้ตของคุณมันกรอบเกินไป... โปรดิวเซอร์คีย์ครับ ฟังเสียงหัวใจของผมให้ดี ๆ สิครับว่ามันอยากร้องว่าอะไรกันแน่" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความคลั่งนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ไม่มีจริงในค่ายเพลงนรก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%