ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่อยากถอนคำสั่งฟ้อง•ตอนที่ 3

กฎหมายของคนไร้ใจ

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
เสียงแฟ้มเอกสารหนาปึกถูกกระแทกลงบนโต๊ะประชุมไม้มะค่าขัดเงา ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ของบริษัทธันวาคมกรุ๊ป ราวกับเสียงค้อนพิพากษาของศาลยุติธรรม แรงสั่นสะเทือนนั้นไม่ได้ทำให้โต๊ะไม้ไหวติงเท่าใดนัก หากแต่สั่นคลอนหัวใจของทุกคนในห้อง โดยเฉพาะ... ประธานกรรมการบริหารผู้ทรงอิทธิพลอย่างธันวา รินรดายืนนิ่งสงสง่าอยู่ในชุดสูทสีเทาเข้มเข้ารูป ไหล่ตั้งตรงอย่างมั่นคง เรือนผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้อย่างประณีตเผยให้เห็นใบหน้ารูปไข่ที่เรียบนิ่ง เย็นชา ไร้ซึ่งรอยยิ้มและเยื่อใยใดๆ เช่นเดียวกับแววตาคู่คมที่มองตรงไปยังอดีตสามีด้วยสายตาของ ‘ทนายความมืออาชีพ’ หาใช่ ‘อดีตภรรยา’ ที่เคยฟูมฟายอยู่แทบเท้าของเขาเมื่อหลายปีก่อน "มาตรา 144 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ระบุไว้อย่างชัดเจนนะคะคุณธันวา ว่าการทำธุรกรรมอำพรางเพื่อถ่ายโอนสินทรัพย์ก่อนการยื่นฟ้องล้มละลายหรือการปรับโครงสร้างหนี้ภาคบังคับ มีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกินเจ็ดปี และปรับเป็นเงินสามเท่าของมูลค่าความเสียหาย..." น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกของรินรดาเอื้อnเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของบอร์ดบริหารคนอื่นๆ เมธา ซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามในฐานะพาร์ทเนอร์ธุรกิจคนใหม่ของธันวา ถึงกับหน้าถอดสี เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผม ขณะที่มือหนาพยายามเปิดเอกสารในมือที่สั่นเทา ธันวาไม่แม้แต่จะชายตามองเอกสารนับร้อยหน้าที่รินรดาเป็นคนรวบรวมและยื่นฟ้องด้วยตัวเอง สายตาคมกริบของเขาคู่นั้นจับจ้องอยู่เพียงดวงหน้าของอดีตภรรยา หญิงสาวที่เขาเคยคิดว่าอ่อนแอ เปราะบาง และไม่มีวันยืนหยัดได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง ทว่าในวันนี้... รินรดาในเวอร์ชันที่ไร้หัวใจและเต็มไปด้วยเขี้ยวเล็บคนนี้ กลับทรงพลังและอันตรายยิ่งกว่าศัตรูทางธุรกิจคนไหนที่เขาเคยเจอมาตลอดชีวิตการทำงาน "คุณเก่งขึ้นมากจริงๆ... ริน" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความขื่นขมเล็กน้อย เขากวาดสายตามองเอกสารฟ้องร้องมูลค่าหลายพันล้านบาทแผ่นนั้น ก่อนจะเงยหน้าสบตากับเธอตรงๆ "ถึงขนาดกล้าขุดคุ้ยเส้นทางการเงินย้อนหลังสามปีของบริษัทฉัน เพื่อมาใช้เป็นเครื่องมือบีบบังคับในที่ประชุมบอร์ดบริหารแบบนี้... คุณคงแค้นฉันมากสินะ" รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ความสุขโดยสิ้นเชิง เธอก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะประชุม โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ใกล้เขาในระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมความเย็นชาที่เธอคุ้นเคยลอยแตะจมูกเขา ธันวาสูดลมหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว หัวใจกระตุกวูบอย่างเจ็บปวดเมื่อได้เห็นแววตาที่ว่างเปล่าคู่นั้นอย่างชัดเจน "ความแค้นเหรอคะ?" รินรดากระซิบเสียงเบา มีเพียงเขากับเธอที่ได้ยิน "คุณเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้วค่ะคุณธันวา คนอย่างริน... ไม่เสียเวลาแม้แต่จะเกลียดคนไร้ค่าหรอกค่ะ สิ่งที่รินกำลังทำอยู่ตอนนี้ มันไม่ใช่การแก้แค้นด้วยซ้ำ... แต่มันคือ ‘กระบวนการทางกฎหมาย’ ที่ทำเพื่อผลประโยชน์ของลูกความ และเพื่อพิสูจน์ให้คุณเห็นต่างหาก ว่าผู้หญิงที่คุณเคยเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดีในอดีต สามารถตบหน้าคุณกลางที่ประชุมด้วยกฎหมายข้อเดียวกันที่คุณเคยใช้ข่มเหงรังแกคนอื่นได้อย่างไรล่ะคะ" คำพูดแต่ละคำเปรียบเสมือนเข็มนับพันเล่มที่พุ่งเข้าปักอกธันวาจนพรุน เขาจำได้ดี... จำได้ทุกคำพูดดูถูกที่เขาเคยพ่นใส่เธอในวันที่เขาไล่เธอออกจากบ้านคฤหาสน์หลังโตอย่างไร้เยื่อใย วันนั้นเขามองเธอเป็นแค่เศษฝุ่น วันนี้... เศษฝุ่นละอองเม็ดนั้นกลับกลายเป็นพายุทอร์นาโดลูกใหญ่ที่กำลังพัดถล่มอาณาจักรธุรกิจของเขารastราบเป็นหน้ากลอง เมธาทนเห็นบรรยากาศที่น่าอึดอัดนี้ไม่ไหว จึงรีบแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงร้อนรน "นี่คุณรินรดา! การกระทำของคุณมันเกินกว่าขอบเขตทนายความทั่วไปแล้วนะ นี่มันคือการกลั่นแกล้งทางธุรกิจ เราฟ้องกลับคุณข้อหาหมิ่นประมาทและละเมิดสิทธิได้นะ!" รินรดายืดตัวขึ้นอย่างสง่างาม เธอหันไปปรายตามองเมธาด้วยหางตา รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่ปิดบัง "เชิญตามสบายเลยค่ะคุณเมธา แต่ก่อนจะเซ็นชื่อฟ้องร้องฉัน... ฉันแนะนำให้คุณกลับไปตรวจดูสัญญาเงินกู้นอกระบบที่คุณแอบทำลับหลังธันวาคมกรุ๊ปเสียก่อนนะคะ ว่าป่านนี้ ป.ป.ช. หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ เขาไปเยือนบริษัทของคุณหรือยัง" ใบของเมธาซีดเผือดลงทันทีราวกับคนไข้อาการโคม่า เขาอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก มือที่กำหมัดแน่นสั่นเทาด้วยความโกรธและหวาดกลัวขั้นสุด ความลับที่เขาคิดว่าปกปิดไว้อย่างดี กลับถูกทนายสาวผู้นี้ล่วงรู้และงัดขึ้นมาขู่ราวกับมันเป็นเรื่องดินฟ้าอากาศธรรม ธันวามองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เขารู้สึกทึ่งในมันสมองอันชาญฉลาดและความเด็ดขาดของรินรดา แต่นั่นก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังสูญเสียเธอไปตลอดกาลอย่างแท้จริง ทิฐิ ความเย่อหยิ่ง และความเย็นชาที่เขาเคยมี พังทลายลงไม่เป็นท่าต่อหน้าอดีตภรรยาผู้ไร้ความปรานี "ริน... เราคุยกันเป็นการส่วนตัวไม่ได้เลยเหรอ" ธันวาเอ่ยเสียงเครือ ดวงตาคมกริบไหวระริกด้วยความเจ็บปวดที่ปิดไม่มิด "เรื่องระหว่างเรา... ฉันพร้อมจะชดใช้ทุกอย่าง ฉันยอมทุกอย่างแล้ว ขอแค่..." "ไม่มีเรื่องระหว่างเราอีกแล้วค่ะคุณธันวา" รินรดาตัดบททันทีอย่างไม่ไว้หน้า น้ำเสียงของเธอยังคงราบเรียบและเด็ดขาด "สิ่งเดียวที่มีตอนนี้ระหว่างเรา คือ 'โจทก์' กับ 'จำเลย' กรุณาเคารพสถานที่และสถานะของเราในตอนนี้ด้วยนะคะ" เธอกวาดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะเก็บใส่กระเป๋าหนังอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะหันหลังเตรียมก้าวเดินออกจากห้องประชุมโดยไม่แม้แต่จะชายตามองอดีตสามีที่นั่งทรุดร่างลงบนเก้าอี้ด้วยความหมดแรงเป็นครั้งแรกในชีวิต ทว่า... ในวินาทีที่มือเรียวผลักประตูห้องประชุมให้เปิดออก เสียงฝีเท้าเล็กๆ วิ่งตึงตังพร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยราวสี่ขวบก็ดังแทรกเข้ามาในความเงียบงัน "คุณแม่ขา! น้องรันรอนานแล้วนะ ทำไมคุยกับลุงใจร้ายนานจังเลยครับ" รินรดาสะดุ้งสุดตัว หน้าถอดสีเป็นครั้งแรกในรอบวันนี้ เธารีบพุ่งตัวออกไปหมายจะคว้าตัวเด็กชายคนนั้น แต่ไม่ทันเสียแล้ว... เมื่อธันวาที่ได้ยินเสียงนั้น ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความเร็วแสงแล้วก้าวพ้นประตูห้องประชุมออกไป สายตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ เมื่อได้เห็นใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กชายตัวน้อยที่มีดวงตา จมูก และโครงหน้าถอดแบบพิมพ์เดียวกับเขาในวัยเด็กราวกับส่องกระจกเงา! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้นะคะ --- *กระจกเงาสะท้อนใจ*
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่อยากถอนคำสั่งฟ้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%