เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึึกบนโต๊ะกระจกใสราคาสูงลิ่วในห้องประชุมใหญ่ของสำนักงานกฎหมายชั้นนำ ดังสะท้อนก้องกังวานจนแทบจะกลบเสียงลมหายใจของคนทั้งห้องให้หยุดชะงักลง
"ฉันคิดว่าเงื่อนไขในสัญญาประนีประนอมความฉบับนี้ ทางคุณธันวา น่าจะอ่านทบทวนมาอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วนะคะ... หรือว่าตัวอักษรพวกนี้ มันตัวเล็กเกินกว่าที่นักธุรกิจระดับพันล้าน จะสละเวลามาอ่านเพื่อทำความเข้าใจให้ถ่องแท้กันคะ?"
น้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา และทรงพลังไร้ซึ่งความเกรงกลัวใดๆ ดังขึ้นจากริมฝีปากอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงก่ำสะท้อนแสงไฟ รินรดา ในชุดสูทผ้าทวีตเข้ารูปสีเทาเข้มตัดเย็บอย่างประณีต เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ด้วยท่าทีผ่อนคลาย ทว่าแววตาหลังกรอบแว่นสายตาไร้กรอบกลับคมกริบราวกับใบมีดโกนที่พร้อมจะเฉือนเนื้อคู่สนทนาให้ขาดวิ่นได้ทุกเมื่อ
ธันวา นิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมเข้มที่เคยฉายแววเย่อหยิ่งและเด็ดขาดในโลกธุรกิจ บัดนี้กลับเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำผิดจังหวะจนรู้สึกได้ถึงแรงกระแทกที่หน้าอกด้านซ้าย ไม่ใช่เพราะความโกรธขึงจากข้อเสนอที่ถูกบีบคั้นในคดีความ... หากแต่เป็นเพราะน้ำเสียง ท่วงท่า และใบหน้านั้น
ใบหน้าที่เขาเคยคิดว่ารู้จักดีเสียยิ่งกว่าเงาของตัวเอง
ภาพจำของภรรยาตัวเล็กๆ ในชุดผ้ากันเปื้อนเก่าๆ ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง คราบน้ำตาที่เปื้อนแก้ม และแววตาวิงวอนขอความเห็นใจในคืนวันที่เขาเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใยเมื่อหลายปีก่อน... บัดนี้ได้มลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย เบื้องหน้าของเขาคือผู้หญิงคนใหม่ ทรงพลัง สง่างาม เย็นชา และเต็มไปด้วยรัศมีแห่งการแก้แค้นที่เจิดจ้าเสียจนแสบตา
"คุณ... รินรดา?" ธันวาเผลอหลุดปากเอ่ยชื่อนั้นออกมา เสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างน่าประหลาด ความสุขุมเยือกเย็นที่เคยใช้ฟาดฟันคู่แข่งทางธุรกิจมานักต่อนัก พังทลายลงไม่เป็นท่าภายใต้แรงกดดันจากสายตาคู่ที่มองมาอย่างเหยียดหยาม
"แปลกใจมากหรือคะ ที่ได้เห็นคนที่คุณเคยคิดว่าไร้ค่า ยืนอยู่ตรงนี้ ในฐานะทนายความผู้ถือไพ่เหนือกว่าคุณทุกประตู" รินรดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา คู่นั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกกลั่นกรองจนกลายเป็นความด้านชา เธอยื่นมือเรียวสวยไปหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ "คุณเมธา ลูก,ค้าคนสำคัญของคุณ คงไม่ได้รายงานสินะคะว่าทนายความมือหนึ่งที่บริษัทของเขาจ้างมาสู้คดีกับคุณ... แท้จริงแล้วคืออดีตภรรยาที่คุณเป็นคนเซ็นใบหย่าให้อย่างไม่ใยดีด้วยมือของคุณเอง"
คำพูดนั้นราวกับมีดสั้นที่กรีดลงบนแผลเป็นกลางใจของธันวา เมธา คู่แข่งทางธุรกิจที่จ้องจะฮุบกิจการของเขา คือชนวนเหตุที่ทำให้เขาเคยหูเบาและดูถูกเหยียดหยามรินรดาในอดีต ใครจะคาดคิดว่าเกมกระดานนี้ เมธาจะจงใจดึงรินรดาเข้ามาเป็นทนายฝ่ายโจทก์ เพื่อเหยียบย่ำเขาให้จมดิน โดยที่เขาไม่เคยระแคะระคายเลยแม้แต่น้อย
ธันวากลืนก้อนความขมขื่นลงคอ ลมหายใจของเขาติดขัด เขาพยายามตั้งสติ รวบรวมเศษซากความเยือกเย็นกลับคืนมา แล้วจ้องมองอดีตภรรยาที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขาสัมผัสได้ถึงกำแพงหนาทึบที่เธอสร้างขึ้นมารaraระหว่างกัน กำแพงที่สร้างจากน้ำตา ความผิดหวัง และความหยิ่งทะนงที่ถูกเหยียบย่ำจนแหลقสลายในอดีต
"ริน... ผมไม่คิดว่าคุณจะ..." ธันวาเอ่ยเสียงเบา ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจมาตลอดหลายปีพรั่งพรูขึ้นมาจุกที่ลำคอ เขาอยากจะเอ่ยคำขอโทษ อยากจะสารภาพว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาสำนึกผิดแค่ไหน แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น เขาก็รู้ทันทีว่าคำพูดไร้ค่าพวกนั้นไม่มีความหมายอะไรอีกแล้ว
"กรุณาเรียกฉันว่า 'ทนายรินรดา' หรือ 'คุณรินรดา' ด้วยค่ะ คุณธันวา" รินรดาตัดบทด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กวาดสายตามองเอกสารบนโต๊ะก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ "เราไม่ได้มีความสนิทสนมกันพอที่จะใช้สรรพนามแสดงความคุ้นเคยแบบนั้น สถานะของเราในห้องนี้ มีเพียงแค่ 'โจทก์ผู้เสียหาย' กับ 'จำเลยผู้ถูกฟ้องร้อง' เท่านั้นค่ะ"
บรรยากาศในห้องประชุมกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เมธาที่นั่งอยู่มุมห้องอีกด้าน ลอบยิ้มเยาะด้วยความสะใจที่ได้เห็นภาพอดีตสามีภรรยาคู่นี้เชือดเฉือนกันเอง แต่รินรดาไม่ได้สนใจเมธาเลยแม้แต่น้อย เป้าหมายเดียวของเธอคือการทวงคืนความยุติธรรม และทำให้ผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำเธอต้องลิ้มรสความพินาศอย่างสาสม
ธันวานั่งนิ่ง มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วไปทั่วอก เขาไม่ได้สนใจคดีความนับร้อยล้านตรงหน้าอีกต่อไปแล้ว สิ่งเดียวที่วนเวียนอยู่ในหัวคือ... เขาจะทำอย่างไร ถึงจะสามารถดึงผู้หญิงคนนี้กลับคืนสู่อ้อมอกได้อีกครั้ง ในเมื่อวันนี้เธอกลายเป็นพายุหมุนที่พร้อมจะพัดพาชีวิตเขารวมถึงทุกสิ่งที่เขามีให้พังทลายลงไปต่อหน้าต่อตา
รินรดากวาดเอกสารทั้งหมดใส่แฟ้มอย่างใจเย็น ก่อนจะหยิบกระเป๋าหนังแบรนด์เนมขึ้นมาสะพายไหล่ เธอก้มลงมองธันวาที่ยังคงนั่งนิ่งเป็นรูปปั้นด้วยสายตาที่ว่างเปล่าไร้เยื่อใย
"หวังว่าในการไกล่เกลี่ยครั้งหน้า คุณจะเตรียมคำตอบที่ดีกว่านี้นะคะ... คุณธันวา"
เธอกล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะหันหลังและก้าวเดินออกไปด้วยท่าทีสง่างาม มั่น and เด็ดเดี่ยว ทิ้งให้ธันวานั่งจมอยู่กับความมืดมนและความเสียใจที่สายเกินแก้ภายในห้องประชุมที่เงียบสงัด
แต่ทว่า... ในขณะที่รินรดากำลังก้าวเดินพ้นประตูห้องประชุมเพื่อมุ่งหน้าไปยังลิฟต์ส่วนตัว เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเธอก็แผדเสียงดังขึ้น เธอหยิบมันขึ้นมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากพี่เลี้ยงที่บ้าน พร้อมกับข้อความและรูปถ่ายล่าสุดที่เพิ่งถูกส่งตรงเข้ามา
รินรดากดเปิดดูรูปภาพนั้นด้วยความเร่งรีบตามสัญชาตญาณ... ทว่าทันทีที่ดวงตาคู่คมกวาดมองภาพบนหน้าจอ ลมหายใจของเธอกลับสะดุดกักค้าง ร่างเพรียวบางแข็งทื่อไปในทันที ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อมในยามวิกาล
ในภาพถ่ายนั้น คือภาพของเด็กชายวัยราวสี่ขวบ ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และโครงหน้าที่ถอดแบบพิมพ์มาDกับธันวาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน กำลังยืนถือลูกโป่งสีฟ้าอยู่หน้าสำนักงานกฎหมาย... และข้างกายเด็กน้อยคนนั้น คือร่างสูงโปร่งของอดีตสามีผู้เย็นชา ที่เพิ่งจะเดินตามหลังเธอออกมาจากห้องประชุมเมื่อครู่นี้เอง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้นะคะ
ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่อยากถอนคำสั่งฟ้อง•ตอนที่ 2
คนแปลกหน้าที่คุ้นเคย
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่อยากถอนคำสั่งฟ้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!