ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่อยากถอนคำสั่งฟ้อง•ตอนที่ 1

แฟ้มคดีที่ไม่มีวันลืม

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
กลิ่นอายของกระดาษเอกสารราคาแพงและกลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมความเย็นยะเยือกจากเครื่องปรับอากาศในห้องพิจารณาคดีพิเศษ ไม่ได้ทำให้ "รินรดา" รู้สึกหวั่นไหวแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวภายใต้ถุงมือผ้าลูกไม้สีดำสนิทกำลังพลิกแฟ้มคดีปกหนังสีน้ำเงินเข้มอย่างเชื่องช้า ทุกจังหวะการพลิกกระดาษคือเสียงสะท้อนของความทรงจำที่เธอเคยเผาทำลายและสร้างมันขึ้นใหม่จากเถ้าถ่าน ห้าปี... นานพอที่จะเปลี่ยนเด็กสาวผู้โง่งลมคนหนึ่งให้กลายเป็นทนายความมือฉกาจผู้ไร้ความปรานี นามปากกาในแวดวงกฎหมายที่ใครๆ ต่างเกรงกลัว "รดา การันต์" ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะก้มหัวให้ใครอีกแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคู่กรณีในคดีมหากาพย์มูลค่าหลายพันล้านบาทนี้คือ "เมธา" นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล และ... คนที่ยืนเคียงข้างเขาในฐานะที่ปรึกษาฝั่งโจทก์ รินรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบจับจ้องไปยังฝั่งตรงข้าม ที่ตรงนั้น... "ธันวา" ยังคงนั่งอยู่ด้วยท่าทีสุขุม เย็นชา และสง่างามไม่เคยเปลี่ยน ใบหน้าคมคายที่เธอเคยซบลงร้องไห้ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ บัดนี้มีริ้วรอยแห่งกาลเวลาและความเครียดขมึงประดับอยู่ตรงหว่างคิ้ว ดวงตาคมกริบของเขาไม่ได้มองที่เอกสารในมือเขาสักนิด แต่มันกำลังตรึงอยู่ที่เธอ... มองราวกับจะกลืนกิน เผาไหม้ และค้นหาคำตอบบางอย่างจากหญิงสาวที่ครั้งหนึ่งเขาเคยผลักไสไล่ส่งอย่างไร้เยื่อใย "คุณรินรดาครับ ทางเราคิดว่าข้อเสนอการไกล่เกลี่ยในมาตราแปดสิบ..." ทนายฝั่งตรงข้ามเอ่ยขึ้น แต่ถูกยกมือขึ้นห้ามด้วยเรียวปากสีแดงระเรื่อที่เหยียดยิ้มเยาะอย่างสุภาพ "ไม่มีการไกล่เกลี่ยค่ะ ท่านประธาน" เสียงหวานทุบทำลายความเงียบในห้องประชุมอย่างเด็ดขาด "คดีนี้ไม่ใช่เรื่องของการเจรจาธุรกิจ แต่เป็นการละเมิดสัญญาอย่างร้ายแรงที่จำเลยพยายามปกปิดภายใต้กฎหมายอาญา ฉะนั้น... เชิญพวกคุณเตรียมเอกสารโต้แย้งในนัดหน้าได้เลยค่ะ" รินรดากวาดเก็บเอกสารทุกแผ่นลงกระเป๋าหนังอย่างไม่ใส่ใจสายตาคู่ใด ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวเท้าเดินผ่านโต๊ะฝั่งตรงข้าม ร่างสูงใหญ่ของอดีตสามีก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขวางทางเดินของเธอไว้อย่างจงใจ กลิ่นกายคุ้นเคยที่เธอเคยเกลียดชังโชยเข้าจมูก ธันวาขยับเข้ามาใกล้จนรินรดาต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว แต่แววตาของเธอยังคงนิ่งสนิทราวกับมองก้อนหินข้างทาง "รดา..." เสียงทุบต่ำที่เจือความสั่นพร่าเล็กน้อยเอ่ยเรียกชื่อเธอเป็นครั้งแรกในรอบห้าปี "เรา... น่าจะคุยกันเป็นการส่วนตัวสักครั้ง" รินรดายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา ดวงตาคู่คมของเธอจ้องมองเขาด้วยความสมเพชระคนเย้ยหยัน "ถ้าเรื่องที่ท่านประธานบริษัทธนกุลต้องการจะคุย คือเรื่องคดีความ กรุณาติดต่อผ่านสำนักงานทนายความของฉันค่ะ แต่ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัว... ขอตัวนะคะ ฉันไม่มีค่าเวลาพอที่จะรื้อฟื้นอดีตกับคนแปลกหน้า" คำว่า 'คนแปลกหน้า' กระแทกเข้ากลางใจของธันวาเต็มแรง แววตาของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลไหววูบอย่างเจ็บปวด เขารู้ดีว่าความเย็นชาในวันนี้คือผลผลิตจากความโง่เขลาของเขาในอดีต มือหนาที่เคยกอดเธอไว้แน่นสั่นระริกโดยไม่รู้ตัว อยากจะคว้าข้อมือเล็กนั้นไว้แต่ก็ไม่มีสิทธิแม้แต่จะแตะต้อง "รดา... ผมรู้ว่าผมทำผิด ผมขอโทษ..." เขากระซิบด้วยน้ำเสียงที่แทบจะกลืนหายไปในลำคอ "เก็บคำขอโทษของคุณไว้ใช้ในศาลเถอะค่ะ ธันวา" เธอพูดแทรกขึ้นทันทีด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีด "เพราะคุณจะต้องใช้มันอย่างแน่นอน" รินรดาสะบัดหน้าหนีและก้าวเดินออกไปอย่างมั่นคง ทิ้งให้ธันวายืนนิ่งค้างอยู่กับความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจจนแทบแหลกสลาย เขาเฝ้ามองแผ่นหลังที่เคยบอบบางแต่บัดนี้กลับตั้งตรงสง่างามด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งเสียดาย ทั้งโหยหา และตระหนักได้แล้วว่า... ผู้หญิงที่เขาเคยทิ้งขว้างในวันนั้น ได้กลายเป็นเกราะเหล็กที่ไม่มีวันทำลายได้อีกต่อไปแล้ว รถยนต์หรูคันยาวเคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถของอาคารศาลสูง ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาบางเบา รินรดานั่งเอนหลังพิงเบาะหนังด้วยความเหนื่อยล้า เธอหลับตาลงเพื่อพักผ่อนสมองจากความตึงเครียดตลอดทั้งวัน แต่ทว่า... ภาพเหตุการณ์ในอดีตกลับไหลย้อนเข้ามาในหัวราวกับเทปม้วนเดิมที่ฉายซ้ำ ห้าปีที่ผ่านมา เธอไม่ได้มีแค่รอยแผลเป็นจากอดีตสามีผู้เย็นชาเท่านั้น แต่ยังมี 'บางสิ่ง' ที่เธอต้องปกป้องด้วยชีวิต โทรศัพท์มือถือเครื่องหรูในกระเป๋าถือสั่นเตือนเบาๆ รินรดากดเปิดหน้าจอเพื่อดูข้อความจากพี่เลี้ยงที่ดูแลลูกชายวัยสี่ขวบอยู่ที่บ้านพักริมน้ำ ภาพถ่ายทางหน้าจอแสดงให้เห็นเด็กชายตัวน้อยหน้าตาน่ารักกำลังถือดินสอสีระบายภาพอย่างตั้งอกตั้งใจ โครงหน้าจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโต และรอยยิ้มนั้น... ถอดแบบมาจากธันวาอย่างไร้ที่ติ ราวกับส่องกระจกเงา รินรดายิ้มออกมาด้วยความรักและเอ็นดู แต่ในขณะเดียวกัน หัวใจก็กระตุกวูบด้วยความหวาดกลัว หากธันวารู้ความจริงเรื่องนี้... ชีวิตที่เธออุตส่าห์สร้างขึ้นมาใหม่จะต้องพังทลายลงอย่างแน่นอน ครืดดด— เสียงข้อความใหม่เด้งขึ้นมาขัดจังหวะความคิด รินรดากดเปิดอ่านด้วยความสงสัย ทว่าข้อความสั้นๆ จากเบอร์แปลกกลับทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก *[ผมรู้แล้วนะ... ว่าเด็กคนนั้นคือใคร]* ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตา รินรดารีบหันขวับไปมองกระจกมองหลังของรถยนต์ทันที ท่ามกลางสายฝนที่พรำลงมาหนักขึ้น รถยนต์สีดำสนิทคันหนึ่งกำลังจี้ติดท้ายรถของเธอมาอย่างไม่ลดละ และเมื่อเธอมองผ่านกระจกหลังไปยังรถคันนั้น ท่ามกลางแสงไฟนีออนสลัว... เธอก็เห็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่ส่องประกายผ่านกระจกหน้ารถฝั่งตรงข้าม ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "กระจกเงาสะท้อนใจ" ในบทแรกนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่อยากถอนคำสั่งฟ้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%