ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่อยากถอนคำสั่งฟ้อง•ตอนที่ 10

ร่องรอยของการเปลี่ยนแปลง

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
"เอกสารคำฟ้องฉบับนี้ ไม่มีช่องโหว่ใดๆ ที่คุณจะใช้พลิกเกมได้หรอกค่ะคุณธันวา เลิกเสียเวลาส่งคนมาเจรจาหลังไมค์แล้วไปเตรียมตัวตอบคำถามศาลในฐานจำเลยจะดีกว่านะคะ" เสียงราบเรียบทว่าบาดลึกของรินรดา ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องประชุมสำนักงานกฎหมายใจกลางเมือง แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสะท้อนลงบนกรอบแว่นสายตาที่เธอกำลังสวมอยู่ มันไม่ใช่แว่นเพื่อการมองเห็น แต่เป็นเกราะกำบังชั้นดีที่เธอสร้างขึ้นเพื่อซ่อนประกายตาเย็นชาไม่ไหวติ่งจากอดีตสามีที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ธันวาขยับตัวเล็กน้อย ร่างสูงสง่าในชุดสูทตัดเย็บประณีตดูราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ถูกแกะสลักอย่างบรรจง ทว่าดวงตาคมกริบกลับมิได้มองตัวอักษรในแฟ้มเอกสารตรงหน้า เขากำลังมองใบหน้านวลเนียนที่เคยอยู่ใต้ร่มอาณัติของเขา ทว่าบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและทรนงจนน่าใจหาย รินรดาในอดีตคือผู้หญิงที่ร้องไห้ฟูมฟายและอ้อนวอนขอความรักจากเขาในวันที่เขาผลักไส แต่วินาทีนี้... ผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขากลับกลายเป็นทนายความมือฉกาจผู้เหยียบย่างเข้ามาทวงคืนความยุติธรรม พร้อมกับหลักฐานชิ้นสำคัญที่จ่อคอหอยบริษัทของเขาจนแทบไม่เหลือทางรอด "คุณเปลี่ยนไปมากจริงๆ... ริน" ธันวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความแห้งผากในลำคออย่างปิดไม่มิด รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง เธอยกมือขึ้นทัดผมปอยหนึ่งที่หลุดล่วงลงมาทาบแก้ม ท่าทางนั้นสง่างามและเปี่ยมด้วยความมั่นใจจนธันวาเผลอกลั้นหายใจ "คนเราต้องเติบโตขึ้นจากความเจ็บปวดเสมอค่ะคุณธันวา ถ้าฉันยังเป็นรินรดาคนเดิมที่ยอมก้มหัวให้คุณเหยียบย่ำ ป่านนี้คงไม่มีลมหายใจยืนหยัดมานั่งมองหน้าคุณในฐานะคู่กรณีแบบนี้หรอกค่ะ" เธอสบตาเขาตรงๆ แววตานั้นคมกริบราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยน้ำแข็ง "เพราะฉะนั้น กรุณาอย่าใช้คำว่า 'เปลี่ยนไป' ในเชิงตัดพ้อเลยนะคะ มันน่าขัน... และดูไร้รสนิยมสำหรับผู้ชายอย่างคุณ" คำพูดนั้นแทงเข้าที่กลางใจของธันวาอย่างจัง ความเงียบงันเข้าปกคลุมบรรยากาศอีกครั้ง เม็ดเหงื่อผุดขึ้นที่ขมับของนักธุรกิจหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน แต่กลับต้องมาพ่ายแพ้ให้กับวาจาเชือดเฉือนของอดีตภรรยาที่เขาเคยทิ้งขว้างอย่างไร้เยื่อใย ในอดีต... เขาเคยคิดว่าเธอเป็นเพียงดอกไม้ประดับบ้านที่ไร้พิษภัย เป็นภรรยาที่วันๆ เอาแต่รอคอยความรักเศษleavings จากสามีที่หมกมุ่นอยู่กับอำนาจและผลกำไร เขาเคยหยิบยื่นหยาดหยดความเย็นชาใส่เธออย่างไร้ความปรานี กระทั่งวันที่เธอตัดสินใจเดินจากไปพร้อมกับรอยแผลเป็นกรีดลึกในดวงใจ เขากลับคิดว่าเธอคงอยู่รอดด้วยตัวเองไม่ได้... แต่ภาพของรินรดาในวันนี้ กลับทรงพลัง เสถียร และงดงามอย่างน่าเกรงขาม เธอกลายเป็นพายุหมุนที่พร้อมจะพัดพาอาณาจักรธุรกิจที่เขาสร้างมาทั้งชีวิตให้พังทลายลงได้ด้วยปลายนิ้ว "ผมยอมรับความผิดพลาดในอดีต ริน..." ธันวาตัดสินใจเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย เขายื่นมือออกไปหมายจะสัมผัสด้านหลังมือเรียวที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่รินรดากลับชักมือกลับอย่างรวดเร็วราวกับถูกของร้อน สายตาที่เธอมองมาเต็มไปด้วยความรังเกียจและระแวดระวัง "อย่าแตะต้องฉันค่ะ" เธอเตือนเสียงเข้ม "เขตระหว่างเราถูกขีดเส้นไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่วันที่เราเซ็นใบหย่าแล้วนะคะคุณธันวา อย่าล้ำเส้น... เพราะนอกจากมันจะทำให้คุณดูน่าสมเพชแล้ว มันยังไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นในทางคดีด้วย" ธันวากลืนก้อนสะอื้นฝืดเคืองลงคอ ความเจ็บแปลบที่อกข้างซ้ายไม่ใช่ความเสียดายทรัพย์สินที่จะสูญเสียจากคดีความ แต่เป็นความตระหนักรู้ที่สายเกินไปว่า เขาได้ทำลายเพชรเม็ดงามที่สุดในชีวิตด้วยมือของตัวเองไปเสียแล้ว เมธา คู่แข่งทางธุรกิจที่คอยจ้องจะฮุบกิจการของเขา อาจจะเป็นภัยคุกคามภายนอกที่น่ากลัว... แต่ความจริงที่ว่า "รินรดา" คือผู้ถือไพ่เหนือกว่าในเกมนี้ กลับเป็นสิ่งที่กัดกินหัวใจของเขาให้แหลกสลายยิ่งกว่า "ถ้าไม่มีอะไรจะพูดเกี่ยวกับสำนวนคดีแล้ว ฉันขอตัวนะคะ งานของฉันมีค่ามากกว่าจะมานั่งฟังคำสารภาพบาปย้อนหลังของคุณ" รินรดาเก็บแฟ้มเอกสารเข้ากระเป๋าหนังอย่างคล่องแคล่ว เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดสูทเข้ารูปให้เรียบร้อยโดยไม่ชายตาแลอดีตสามีที่ยังคงนั่งนิ่งเป็นหุ่นยนต์ ธันวามองตามร่างเพรียวระหงที่ก้าวเดินหันหลังให้เขาอย่างเด็ดเดี่ยว ทุกย่างก้าวของเธอมั่นคงและสง่างาม หัวใจของเขาบีบรัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก ความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนกำลังก่อตัวขึ้น—ความรู้สึกที่อยากจะปกป้องเธอ อยากจะชดใช้... แม้จะรู้ว่ามันสายเกินไปแล้วก็ตาม รินรดาเดินพ้นประตูห้องประชุมออกมาสู่อากาศโล่งกว้างของโถงสำนักงาน เธอยืนสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับอารมณ์ให้กลับมาเป็นปกติ แม้ภายนอกเธอจะดูเข้มแข็งและไร้ช่องโหว่เพียงใด แต่ใครเล่าจะรู้ว่าภายใต้เกราะเหล็กนั้น หัวใจของเธอก็ยังคงมีรอยร้าวที่พร้อมจะเจ็บปวดทุกครั้งเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอดีต ทว่า ในจังหวะที่เธอกำลังก้าวเท้าเดินไปยังลิฟต์ส่วนตัว เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทก็แผדเสียงสั่นเตือนขึ้นมา รินรดากดรับสายโดยไม่ได้มองหน้าจอ ด้วยคิดว่าเป็นเลขานุการที่โทรมาแจ้งเรื่องคดี "รินพูดค่ะ" *(คุณแม่คะ! น้องธร... น้องธรเป็นอะไรก็ไม่รู้ อยู่ๆ ก็นอนซึมแล้วตัวร้อนจัดมากเลยค่ะ! ตอนนี้พี่เลี้ยงโทรมาบอกว่าไข้ขึ้นสูงจนเพ้อหาคุณแม่แล้วนะคะ!)* เสียงปลายสายของพี่เลี้ยงเด็กละล่ำละลักด้วยความตื่นตระหนก รินรดารู้สึกราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนในเสี้ยววินาที ร่างกายของเธอชาดิกจนมือถือเกือบหลุดจากมือ "ฉันกำลังกลับไป เดี๋ยวนี้ค่ะ!" รินรดาววางสายด้วยความร้อนรน เธอลืมตัวรีบวิ่งกรูไปยังลิฟต์อย่างลืมมาดทนายสาวผู้สุขุมเยือกเย็น โดยไม่ทันสังเกตเลยว่า... ธันวาที่เพิ่งเดินตามออกมาจากห้องประชุมเพื่อจะเอ่ยปากขอร้องเธออีกครั้ง ยืนนิ่งงันอยู่ห่างออกไปไม่ถึงส้าว และได้ยินทุกถ้อยคำสนทนาที่หลุดออกจากปากเธอเมื่อครู่นี้อย่างชัดเจนทุกพยางค์! ดวงตาคมกริบของธันวาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบอย่างรุนแรงเมื่อสมองประมวลผลคำว่า *"น้องธร"* และ *"ไข้ขึ้นสูง"* พร้อมกับคำนวณอายุของเด็กชายตัวน้อยที่เขาเคยบังเอิญเห็นในรูปถ่ายเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน... เด็กผู้ชายที่มีดวงตาสีเดียวกับเขา... และใบหน้าถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความเจ็บปวดและการเติบโตของตัวละครในบทนี้นะคะ - กระจกเงาสะท้อนใจ -
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่อยากถอนคำสั่งฟ้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%