เสียงล็อกกลอนประตูดัง *‘คลิก’* เบาๆ แต่ในความเงียบงันของห้องทำงานเก่าแก่บนชั้นสองของเรือนไม้สักริมน้ำ กลับดังสะท้อนก้องกังวานเสียดแทงเข้าไปถึงขั้วหัวใจ รินรดาชะงักฝีเท้า ปลายมือเรียวที่กำลังจะเอื้อมไปหมุนลูกบิดแข็งค้างอยู่กลางอากาศ กลิ่นอายของฝุ่นผงเจือจางผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าและกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ที่คุ้นเคยจนน่าสะอิดสะเอียน—กลิ่นไม้จันทน์หอมผสมความเย็นยะเยือกของธันวา
เธอยังไม่ทันได้หันกลับไปเผชิญหน้า ร่างสูงใหญ่ของอดีตสามีก็ก้าวเข้ามาปิดกั้นทางออกเสียแล้ว แผ่นหลังของเขาแนบชิดบานประตู ปิดตายทุกเส้นทางหนีราวกับกรงขังที่ถูกสร้างขึ้นจากเศษซากของวันวาน
"ล็อกทำไมคะ คุณธันวา"
เสียงของรินรดาราบเรียบ เย็นชา และไร้ซึ่งความเกรงกลัว เธอไม่แม้แต่จะปรายตาWหันไปมองเขาด้วยซ้ำ ปลายคางเชิดขึ้นเล็กน้อยเพื่อซ่อนความสั่นไหวระลอกเล็กๆ ที่แล่นริ้วขึ้นมากลางอกเมื่อบรรยากาศรอบตัวบีบรัดเข้ามาจนแทบหายใจไม่ออก
สถานที่แห่งนี้... เรือนไม้หลังริมน้ำที่พวกเขาเคยใช้เป็นเรือนหอในช่วงเดือนแรกของการแต่งงาน ก่อนที่มันจะกลายเป็นสุสานฝังกลบความรู้สึกของเธอ ถูกทิ้งร้างไว้ตามกาลเวลา เช่นเดียวกับหัวใจของเธอที่ถูกเขาเหยียบย่ำจนแหลکสลาย
ธันวาไม่ตอบทันที ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าคมคายมองแผ่นหลังบางของอดีตภรรยาด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นไปด้วยคำพูดนับพันที่ติดอยู่ตรงลำคอ ความเงียบระหว่างพวกเขามีน้ำหนักมากเสียจนเสียงสายฝนที่เริ่มโปรยปรายกระทบหลังคากระเบื้องด้านนอกฟังดูคล้ายเสียงนาฬิกานับถอยหลัง
"ริน..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชื่อเธอแผ่วเบา ราวกับกลัวว่ามันจะสลายไปในอากาศ "เราจำเป็นต้องเคลียร์กันให้ชัดเจน"
รินรดากระตุกยิ้มมุมปาก เสียงหัวเราะในลำคอของเธอดังขึ้นอย่างสมเพชเวทนา ทั้งสมเพชเขาและสมเพชตัวเอง "เคลียร์? เรื่องอะไรคะคดีความในศาล หรือเรื่องความผิดบาปที่คุณพยายามจะไถ่ถอนด้วยเงินทองและอำนาจ น่าขันเสียจริงนะคะธันวา ผู้ชายอย่างคุณเพิ่งรู้จักคำว่า 'สำนึก' เป็นด้วยหรือคะ ตอนที่คุณเซ็นชื่อลงในเอกสารหย่าโดยไม่แม้แต่จะชายตามองหน้าฉัน ตอนที่คุณปล่อยให้ฉันเดินออกจากบ้านหลังนั้นพร้อมกับรอยแผลเป็นทั้งตัวและหัวใจ ทำไมคุณถึงไม่พูดคำนี้ออกมาบ้างล่ะคะ!"
เธอหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววอ่อนแอและรอคอยความรักบัดนี้แข็งกร้าวราวกับเศษแก้วเคลือบพิษ ประกายตาคู่สวยเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกสะสมและบ่มเพาะจนกลายเป็นเกราะเหล็กหนา
ธันวาก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว ยิ่งเธอถอยหนี เขาก็ยิ่งบีบพื้นที่เข้ามา แรงกดดันจากตัวตนของเขายังคงทรงพลังเหมือนวันแรกที่เธอตกหลุมรัก แต่ในวันนี้ มันไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยอีกต่อไป มีเพียงความโกรธแค้นและรอยแผลเป็นที่พร้อมจะกรีดซ้ำ
"วันนั้น... พี่โง่เอง" ธันวาเอ่ยชื่อแทนตัวเองด้วยสรรพนามที่ไม่ได้ยินมานานหลายปี น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่รinรดาไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นจากผู้ชายที่หยิ่งทะนงที่สุดในวงการธุรกิจ "พี่ปล่อยให้ทิฐิและเกมธุรกิจของเมธาครอบงำ พี่มองไม่เห็นว่าผู้หญิงที่ยืนเคียงข้างพี่ คอยเช็ดเหงื่อและดูแลพี่ในวันที่ไม่เหลือใครคือใคร... จนกระทั่งวันที่รินก้าวออกไปจากชีวิต"
"หยุดพูดชื่อนั้นเถอะค่ะ!" รินรดาตวาดกร้าว น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้รื้นขึ้นที่ขอบตา แต่เธอไม่อนุญาตให้มันร่วงหล่นลงมาเด็ดขาด "คุณไม่มีสิทธิ์พูดถึงวันนั้น! คุณไม่มีสิทธิ์รื้อฟื้นอะไรทั้งสิ้น เพราะคนที่ทำลายมันด้วยมือตัวเองก็คือคุณ! เมธาเป็นแค่คนนอกที่เข้ามาฉวยโอกาส แต่คนที่ผลักไสฉันลงไปในเหวลึก... คือสามีที่ชื่อธันวาต่างหาก!"
คำพูดนั้นกรีดลึกลงไปในอกของธันวาจนเขาต้องหลับตาลงรับความเจ็บปวด เขารู้ดีว่าไม่มีคำแก้ตัวใดๆ จะลบล้างความผิดบาปในอดีตได้ ภาพจำวันที่เธอเซ็นใบหย่าด้วยมือที่สั่นเทาและแววตาด้านชาไร้ชีวิตชีวา ยังคงตามหลอกหลอนเขาในทุกค่ำคืน
ธันวายื่นมือออกไปหวังจะแตะลงบนไหล่บางที่สั่นสะท้อนด้วยแรงอารมณ์ แต่รินรดากลับปัดมันออกอย่างไร้เยื่อใย แรงปะทะแม้จะไม่มากนัก แต่มันเพียงพอที่จะทำให้ธันวาชะงักค้าง
"อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน "จำไว้เสียด้วยธันวา รินรดาคนเดิมที่ยอมคุณ ยอมร้องไห้ฟูมฟาย และรอคอยความรักจากคุณ ได้ตายไปตั้งแต่ห้าปีที่แล้วแล้วค่ะ ตอนนี้ตรงหน้าคุณมีเพียง 'ทนายความ' ที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้คุณชดใช้ในสิ่งที่คุณทำไว้กับฉันและครอบครัว!"
ความเยือกเย็นและเด็ดขาดในแววตาของเธอทำให้ธันวารู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจ เขารู้ดีว่าการเอาชนะใจเธอมันยากเย็นแสนเข็ญเพียงใด แต่เขาก็ไม่เคยคิดเลยว่า กำแพงที่เธอก่อขึ้นมาเพื่อปิดกั้นเขาจะหนาเตอะและไร้ซึ่งรอยต่อขนาดนี้
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงฝนที่ตกหนักขึ้นเรื่อยๆ ด้านนอก ทั้งสองยืนสบตากันโดยไม่มีใครยอมใคร ร่อง 1 ของความทรงจำ สีหน้า ความเจ็บปวด และความรู้สึกที่ค้างคาในอดีตกำลังถาโถมเข้าใส่ราวกับพายุที่โหมกระหน่ำใส่เรือนไม้หลังเก่า
ทว่า... ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด จนแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ สายตาของธันวาที่มองผ่านไหล่ของรินรดาไปยังโต๊ะทำงานไม้เก่าริมหน้าต่าง ก็พลันสะดุดเข้ากับสิ่งของชิ้นหนึ่งที่ถูกวางทิ้งไว้บนกองเอกสารคดีความ
มันคือสมุดบันทึกเล่มเล็กปกหนังสีน้ำตาลอ่อน ที่เปิดค้างไว้หน้าภาพวาดสีน้ำฝีมือเด็กอนุบาล... ภาพครอบครัวที่มีผู้หญิงผมยาว ผู้ชายร่างสูง และเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ถักเปียสองข้าง ยืนจับมือกันอยู่ใต้ร่มคันใหญ่
และที่มุมกระดาษแผ่นนั้น มีลายมือหวัดๆ ของเด็กน้อยเขียนกำกับไว้ด้วยตัวอักษรโย้เย้ว่า... *‘คุณแม่คะ เมื่อไหร่คุณพ่อใจร้ายคนนี้จะมารับเรากลับบ้านสักทีคะ?’*
ธันวาชะงักกึก ลมหายใจของเขาติดขัด ร่างสูงแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ เมื่อตัวเลขในหัวคำนวณย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาที่เธอหายตัวไปจากชีวิตเขาอย่างกะทันหันเมื่อห้าปีก่อน... ช่วงเวลาที่เธอตั้งครรภ์ได้สามเดือนเต็มก่อนที่พวกเขาจะหย่าขาดจากกัน!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความเจ็บปวดและการเติบโตของตัวละครมาจนถึงตอนนี้นะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
*กระจกเงาสะท้อนใจ*
ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่อยากถอนคำสั่งฟ้อง•ตอนที่ 11
กับดักความทรงจำ
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่อยากถอนคำสั่งฟ้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!