ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่อยากถอนคำสั่งฟ้อง•ตอนที่ 5

อย่าหวังว่าจะได้รับอภัย

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานส่วนตัว ไม่ได้ทำให้ความร้อนรุ่มในอกของธันวาจางลงเลยแม้แต่น้อย หน้าจอสมาร์ทโฟนยังคงสว่างวาบด้วยภาพถ่ายใบเล็กๆ สองใบที่สายสืบเพิ่งส่งเข้ามาเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา ใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กหญิงฝาแฝดวัยกำลังซน ทั้งดวงตากลมโตและรอยยิ้มที่ราวกับถอดแบบมาจากรินรดาและตัวเขาเองอย่างไรอย่างนั้น มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ตอกย้ำว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาไม่ได้สูญเสียแค่ภรรยาที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งด้วยความเย่อหยิ่ง แต่เขายังพลาดโอกาสที่จะได้เห็นหยาดเหง้าของตัวเองลืมตาดูโลกด้วย ก๊อกๆ... เสียงเคาะประตูดังขึ้นเพียงครั้งเดียว ก่อนที่ร่างสูงสง่าของธันวาจะตัดสินใจผลักมันเปิดออกโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ความถือวิสาสะนี้ทำให้รินรดาที่กำลังก้มหน้าตรวจสำนวนคดีบนโต๊ะทำงานเงยหน้าขึ้นทันที แววตาคู่คมที่เคยฉายแววราบเรียบและเยือกเย็น บัดนี้กลับไหววูบด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด "ที่นี่สำนักงานทนายความค่ะคุณธันวา ถ้าคุณจะมาเพื่อพูดเรื่องส่วนตัว ดิฉันคิดว่าเราไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกันอีกแล้ว" เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดั่งใบมีดอาบยาพิษ รินรดายังคงนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีสง่านิ่ง เธอกวาดสายตามองอดีตสามีด้วยความรู้สึกด้านชาที่ถูกสร้างขึ้นจากเศษซากความช้ำในอดีต ธันวาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานทีละน้อย รองเท้าหนังราคาแพงกระทบกับพื้นห้องเกิดเสียงก้องกังวาน เขากลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอลงไป สายตาที่เคยดุดันและเต็มไปด้วยอำนาจในโลกธุรกิจ บัดนี้กลับทอประกายความเวทนาและสำนึกผิดอย่างลึกซึ้งจนน่าใจหาย "ริน... ผมรู้ว่าผมมันเลว" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก "ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมเคยทำกับคุณในอดีต มันมากกว่าคำว่าใจร้าย... แต่วันนี้ ผมมาเพื่อขอโอกาส" "โอกาส?" รินรดายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน หัวใจที่เคยด้านชากลับกระตุกวูบด้วยความเจ็บแปลบที่คุ้นเคย เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประจันหน้ากับผู้ชายที่เคยมีอิทธิพลต่อลมหายใจของเธอ "คุณกำลังพูดถึงโอกาสอะไรคะ? โอกาสที่คุณจะเหยียบยำศักดิ์ศรีของดิฉันเหมือนอย่างที่เคยทำ หรือโอกาสที่คุณจะเข้ามาปั่นป่วนชีวิตที่สงบสุขของพวกเราแม่ลูกกันแน่!" คำว่า 'พวกเราแม่ลูก' กระแทกเข้ากลางใจของธันวาอย่างจัง เขารู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาดลงกลางอกเมื่อได้ยินเธอยอมรับออกมาจากปากเองว่าเด็กสองคนนั้นคือลูกของเขา "คุณรู้... ริน คุณรู้มาตลอดว่าแกเป็นลูกของผม ทำไมคุณถึงใจร้ายนัก ทำไมถึงพยายามกีดกันไม่ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อ!" ธันวาเผลอขึ้นเสียงด้วยความอั้นตัน โทสะและความเสียใจตีรวนอยู่ในอกจนหน้าดำคร่ำเคร่ง "พ่อเหรอคะ?" รินรดาแค่นหัวเราะออกมา น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจที่อัดอั้นมานานหลายปี เธอเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาประชิดตัวเขา ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบทำให้ทั้งคู่ได้ยินเสียงลมหายใจที่สั่นเทาของกันและกัน "วันที่ดิฉันอุ้มท้องแก่ใกล้คลอดด้วยความยากลำบาก วันที่ดิฉันต้องเซ็นชื่อรับการผ่าตัดคนเดียวโดยไม่มีแม้แต่เงาของสามี วันนั้นคุณอยู่ที่ไหนคะคุณธันวา! วันที่คุณบอกว่าดิฉันมันก็แค่ผู้หญิงหวังเกาะคุณกิน วันนั้นคุณเคยคิดไหมว่าเด็กในท้องคือเลือดเนื้อเชื้อไขของคุณ!" ธันวานิ่งงัน ราวกับถูกตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรงด้วยความจริงอันเจ็บปวด เขายื่นมือสั่นเทาออกไปหมายจะคว้าข้อมือเรียวของเธอมากุมไว้เพื่อขอร้องอ้อนวอน แต่รินรดากลับชักมือหนีราวกับรังเกียจที่จะให้สัมผัส "อย่ามาแตะต้องตัวดิฉัน!" เธอก้าวถอยหลังด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ "ฟังให้ดีนะคะธันวา ต่อให้คุณจะมีอำนาจล้นฟ้า หรือมีเงินทองมากมายแค่ไหน ก็ไม่มีวันซื้อความอภัยจากผู้หญิงคนนี้ได้ อย่าหวังเลยว่าคุณจะได้แตะต้องลูก หรือแม้แต่จะได้ยินคำว่าพ่อจากปากแก!" ความเด็ดเดี่ยวในแววตาของรินรดาทำให้ธันวารู้สึกเหมือนหัวใจกำลังแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ความพยายามที่จะเข้าหาเพื่อปรับความเข้าใจพังทลายลงไม่เป็นท่า ประตูใจที่เธอปิดตายถูกลงกลอนอย่างแน่นหนาด้วยความแค้นและบาดแผลที่เขาเป็นคนฝากไว้เองกับมือ "ผมไม่ยอม..." ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบฉายแววื้อดื้อดึงและเด็ดเดี่ยวไม่แพ้กัน "ต่อให้คุณจะเกลียดผมแค่ไหน แต่ผมก็คือพ่อของเด็ก และผมจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้พวกเขากลับมาอยู่ในการดูแลของผม รวมถึงตัวคุณด้วย... รินรดา!" "เชิญค่ะ!" รินรดาเชิดหน้าขึ้นท้าทาย แม้หยาดน้ำตาแห่งความช้ำใจจะเอ่อล้นขอบตาแต่เธอก็ไม่ยอมปล่อยให้มันไหลลงมาประจานความอ่อนแอ "ถ้าคิดว่าแน่จริง ก็ลองฟ้องศาลแย่งสิทธิ์การเลี้ยงดูดูสิคะ แล้วเราจะได้รู้กันว่า ทนายความมือหนึ่งอย่างดิฉัน จะปกป้องลูกจากผู้ชายสารเลวอย่างคุณด้วยวิธีไหนบ้าง!" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ บรรยากาศตึงเครียดราวกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ ธันวาสบตาอดีตภรรยาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งรัก ทั้งโกรธ และละอายใจในเวลาเดียวกัน เขารู้ดีว่าการใช้กำลังหรืออำนาจบีบบังคับรังแต่จะทำให้เธอกลายร่างเป็นพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำเขาให้จมดิน ชายหนุ่มขบกรามแน่นจนสันนูน ก่อนจะหมุนตัวหันหลังและก้าวเดินออกจากห้องไปอย่างคนหมดแรง ทิ้งให้รินรดาทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ ปล่อยให้น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลรินออกมาเงียบๆ ท่ามกลางความโดดเดี่ยว ทว่า... ความเงียบสงบหลังการปะทะยังไม่ทันได้เยียวยาจิตใจที่บอบช้ำ เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของรินรดาก៏แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศ เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกลวกๆ ก่อนจะกดรับสายด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ( "คุณรินรดาคะ... แย่แล้วค่ะ! น้องรันกับน้องริน ประสบอุบัติเหตุระหว่างทางกลับจากโรงเรียน มีคนโทรแจ้งว่ารถตู้รับ1ส่งนักเรียนถูกรถบรรทุกพุ่งชน ตอนนี้เด็กๆ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเอกชนใกล้ที่สุดแล้วค่ะ!" ) โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน รินรดารู้สึกเหมือนมีค้อนยักษ์ทุบลงกลางศีรษะจนสมองขาวโพลน โทรศัพท์มือถือในมือร่วงหล่นกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น หัวใจของทนายความสาวผู้แข็งแกร่งดั่งหินผาแตกสลายลงในพริบตา... เธอกรีดร้องออกมาด้วยความสิ้นหวังสุดขั้วหัวใจ ก่อนจะวิ่งตะลุยออกจากห้องไปอย่างคนเสียสติ โดยไม่ทันสังเกตเห็นเลยว่า... ร่างสูงของธันวาที่เพิ่งเดินพ้นประตูกลับหันขวับมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องและคำพูดที่หลุดออกจากปากเธอผ่านช่องประโยคฉุกเฉินนั้น! ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนจากใจค่ะ - กระจกเงาสะท้อนใจ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่อยากถอนคำสั่งฟ้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%