"เด็กคนนั้น... เขาเป็นลูกของฉันใช่ไหม!"
เสียงทุ้มต่ำที่สั่นเครือด้วยแรงอารมณ์ยังคงก้องกังวานอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของเธอ ราวกับรอยร้าวบนแผ่นกระจกนิรภัยที่แม้จะยังไม่แตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ แต่ก็เปราะบางจนพร้อมจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ
รินรดานิ่งงัด เธอยืนนิ่งสนิทอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีเนื้อดี ร่างเพรียวในชุดสูทสีเทาเข้มดูสง่างามและน่าเกรงขาม แต่นั่นเป็นเพียงเปลือกนอกที่เธอสร้างขึ้นเพื่อพรางตาโลกใบนี้เท่านั้น ปลายนิ้วเรียวยาวที่ประสานกันไว้บนแฟ้มคดีจิกเข้าหากันแน่นจนข้อต่องอขาวซีด เพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวของร่างกายที่ทรยศ
ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยผ่านมรสุมชีวิตมาอย่างโชกโชน เงยขึ้นสบตาอดีตสามี
ธันวาในยามนี้ ไม่เหลือมาดนักธุรกิจผู้เย็นชา ทะเยอทะยาน และไร้หัวใจคนเดิมที่เธอเคยรู้จักในอดีตอีกต่อไป นัยน์ตาคมกริบที่เคยทอดมองเธอด้วยความดูแคลนและผลักไส บัดนี้กลับแดงก่ำ หიวลึก และเต็มไปด้วยร่องรอยของความเจ็บปวดระคนวิงวอน หยาดน้ำตาที่เขาพยายามสะกดกลั้นไว้เอ่อคลอหน่วยอยู่ริมขอบตาอย่างน่าเวทนา... แต่น่าเสียดาย ที่ความเวทนาเหล่านั้น ไม่เคยหลงเหลืออยู่ในหัวใจของทนายความหญิงมือหนึ่งอย่างรินรดาอีกแล้ว
"คุณกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่คะ, คุณธันวา"
น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ เย็นชา และราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้แรงกระเพื่อม
รินรดาเลือกที่จะถอยหลังกลับเข้าสู่ "กำแพง" ที่เธอใช้เวลาหลายปีสร้างมันขึ้นมาอย่างยากลำบาก กำแพงแห่งกฎหมาย หน้าที่การงาน และความสำเร็จ กำแพงที่สูงตระหง่านจนไม่มีผู้ชายหน้าไหน ไม่ว่าจะเป็นอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรี หรือคู่แข่งทางธุรกิจที่จ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้ สามารถปีนป่ายข้ามเข้ามาทำลายหัวใจข้างในของเธอได้อีก
"อย่ามาทำเป็นไขสดับ, รินรดา!" ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน เขาไม่ได้ถอยหนี แต่กลับก้าวเข้าประชิดโต๊ะทำงานของเธอยิ่งขึ้นจนแทบชิดขอบ "สายตาของเด็กคนนั้น... รอยยิ้มแบบนั้น... และอายุของเขา มันตรงกับช่วงเวลาที่เรา... ช่วงเวลาก่อนที่เราจะหย่ากันพอดี!"
เขากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก ภาพเด็กชายตัวน้อยแก้มป่องที่เขาบังเอิญไปเห็นในโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่งเมื่อสัปดาห์ก่อนผุดขึ้นมาในหัว ซ้อนทับกับใบหน้าของรินรดาในอดีตอย่างชัดเจน หัวใจของนักธุรกิจหมื่นล้านบีบรัดเข้าหากันจนเจ็บแปลบ ราวกับถูกใครบางคนใช้มือเปล่าควักมันออกมาขยี้
"คุณจำได้ไหม... วันนั้นที่คุณหอบเอกสารหย่ามาให้ผมเซ็น คุณบอกผมว่ายังไง?" ธันวากัดกรามแน่น เสียงของเขาพร่าเลือนและเต็มไปด้วยความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ "คุณบอกว่า... *'คนอย่างธันวา ไม่คู่ควรจะมีโซ่ตรวนอะไรมาผูกติดไว้กับชีวิตฉันอีกต่อไป'*... แต่คุณไม่ได้บอกผม ว่าคุณกำลังอุ้มท้องลูกของผมอยู่ด้วย!"
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมเศษ 1 ส่วน 1,000 ของความทรงจำอันเจ็บปวดในอดีตขึ้นมาเป็นเกราะกำบัง เธอยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มหยันที่กรีดลึกเข้าไปในหัวใจของคนมองยิ่งกว่าคำด่าทอใดๆ
"แล้วมันแปลกตรงไหนล่ะคะ?" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ศีรษะเชิดขึ้นเล็กน้อยเพื่อมองลงมาที่เขา "ในเมื่อคุณเป็นคนผลักไสฉันเอง บอกว่าฉันเป็นแค่ผู้หญิงน่ารังเกียจที่เกาะคุณกิน เป็นตัวภาระที่น่ารำคาญ... พอฉันเดินออกมาจากนรกขุมนั้น แล้วบังเอิญมีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น มีลูกที่น่ารักโดย 'ไม่มีคุณ' เข้ามาเกี่ยวข้อง มันคือเรื่องที่ถูกต้องที่สุดแล้วไม่ใช่หรือไงคะ?"
"ริน..." ธันวาครางชื่อเธอออกมาด้วยความเจ็บปวด ร่างสูงใหญ่ทรุดตัวลงเล็กน้อยราวกับคน0หมดแรงจะยืน เขาเอื้อมมือหนาหมายจะคว้าข้อมือเรียวของเธอมาสัมผัส แต่รินรดากลับชักมือหลบอย่างรวดเร็ว ราวกับกลัวว่าสัมผัสจากอดีตสามีจะแปดเปื้อนผิวเนื้อของเธอ
"อย่ามาแตะต้องฉันค่ะ" เธอเตือนด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "เราหย่ากันขาดตามกฎหมายมาสามปีแล้ว สถานะของเราตอนนี้ไม่ใช่สามีภรรยา และคุณก็ไม่มีสิทธิ์มาทòiสิทธิ์ความเป็นพ่ออะไรทั้งสิ้นในชีวิตของเด็กคนนั้น!"
ห้องทำงานตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ กับเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของธันวาที่พยายามควบคุมสติ
บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เมธา คู่แข่งทางธุรกิจที่คอยจ้องจะเล่นงานธันวา เคยเตือนเขาไว้ว่า *'ผู้หญิงคนนี้อันตรายและเลือดเย็นกว่าที่คิด'* แต่ธันวาไม่เคยเชื่อ จนกระทั่งวันนี้ วันที่เขาได้เห็นกับตาตัวเองว่า กำแพงที่รินรดาก่อขึ้นนั้น มันแข็งแกร่งและสูงชันเสียจนเขาแทบมองไม่เห็นทางที่จะปีนข้ามไปถึงตัวเธอได้เลย
"คุณโกรธผม... คุณเกลียดผมได้" ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง แววตาคู่คมฉายแววเด็ดเดี่ยวชนิดที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน "คุณจะเอาคืนผมยังไงก็ได้ จะใช้คดีความมาบีบผม จะทำลายบริษัทของผมให้ย่อยยับคามือคุณ... ผมยอมให้คุณทำทุกอย่าง"
เขาย่างสามขุมเข้าไปใกล้เธออีกก้าว จนรินรดาต้องเผลอถอยหลังชนชั้นวางหนังสือด้านหลัง
"แต่เรื่องลูก... คุณไม่มีสิทธิ์พรากสายเลือดของผมไปจากผมเด็ดขาด รินรดา!" ธันวากระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน แววตาคู่นั้นดุดันและมุ่งมั่นอย่างน่ากลัว "ต่อให้คุณต้องสร้างกำแพงให้สูงเสียดฟ้าแค่ไหน... จำไว้, ธันวาคนนี้จะพังมันลงมาทุกก้อน แล้วทวงทั้งเมียและลูกคืนกลับมาเป็นของผมให้ได้!"
รินรดากัดริมฝีปากแน่น หัวใจดวงน้อยที่เธอพยายามปิดตายสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นเพราะความหวาดหวั่นว่ากำแพงที่เธอสร้างมาตลอดสามปี กำลังจะถูกผู้ชายคนนี้สั่นคลอนจริงๆ
ก่อนที่รินรดาจะได้อ้าปากตอกกลับด้วยถ้อยคำเชือดเฉือนใดๆ เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วและดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"คุณรินรดาคะ! แย่แล้วค่ะ!" เสียงเลขาหน้าห้องดังแทรกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "มี... มีแขกไม่ได้รับเชิญบุกเข้ามาที่ชั้นนี้ค่ะ เขาบอกว่าเป็น... เป็นคุณพ่อของเด็กชายทีฆายุ และเขากำลังตรงมาที่ห้องทำงานของคุณค่ะ!"
ธันวาชะביกุนหันขวับไปมองที่ประตูทันที ส่วนรินรดาหน้าถอดสี เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตา
ประตูห้องทำงานเปิดผางออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษของ **เมธา** ที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นจับขั้วหัวใจ ในมือของเขาถือซองเอกสารสีน้ำตาลปริศนาที่ส่งตรงมาจากสำนักงานตรวจดีเอ็นเอชื่อดัง
"อุ๊ย... ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะครอบครัวสุขสันต์หรือเปล่าครับเนี่ย?" เมธากวาดสายตามองธันวาและรินรดาสลับกันด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน ก่อนจะชูซองเอกสารในมือขึ้นสูง "พอดีผมไปได้ผลตรวจความสัมพันธ์ทางพันธุศาสตร์ฉบับนี้มาพอดี... และคิดว่าคุณธันวากับคุณรินรดาน่าจะอยากอ่านมันด้วยกัน... ก่อนที่ความลับระดับชาติเรื่องนี้จะหลุดไปถึงมือนักข่าว!"
**[คำขอบคุณจากนักเขียน]**
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่ากำแพงความเจ็บปวดนี้ไปกับรินรดานะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ!
ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่อยากถอนคำสั่งฟ้อง•ตอนที่ 7
กำแพงที่สูงขึ้น
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่อยากถอนคำสั่งฟ้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!