สถาปนิกหน้านิ่งกับยัยมัณฑนากรสายรั้น•ตอนที่ 10

กลับมาลุยงานต่อ

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
“ถ้าคิดจะยืนมองหน้าต่างเฉยๆ แล้วโปรเจกต์นี้เสร็จเองได้ ผมคงจ้างหุ่นยนต์มาทำแทนคุณไปนานแล้วครับ คุณพิมพ์มาดา” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความรำคาญใจนิดๆ ดังขึ้นทันทีที่ประตูห้องทำงานปิดสนิท แรงกระแทกเบาๆ จากวงกบไม้สักทองไม่ได้ทำให้พิมพ์มาดาละสายตาออกจากแปลนสามมิติบนจอแท็บเล็ต เธอกลอกตามองบนอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะหันกลับมาประจันหน้ากับสถาปนิกหนุ่มจอมเผด็จการที่เพิ่งลากกระเป๋าเดินทางกลับจากไซต์งานต่างจังหวัดหมาดๆ บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางของบริษัทในช่วงบ่ายวันจันทร์คุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายความคุ้นเคยที่เจือความพยศของคนทั้งคู่ แม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาจะลดความแข็งกร้าวลงไปมากหลังผ่านค่ำคืนอันยาวนานท่ามกลางสายฝนที่รีสอร์ตบนดอย แต่สัญชาตญาณการตั้งการ์ดป้องกันตัวก็ยังทำงานเต็มพิกัด ทั้งคู่ยังคงฟอร์มจัดใส่กันไม่เลิกรา ปากร้ายใส่กันเป็นกิจวัตรราวกับกลัวเสียฟอร์มหากเผลอแสดงความอ่อนโยนออกมา “ถ้าคุณภูผาตาไม่ฝ้าฟางจนเกินไป ก็น่าจะเห็นนะคะว่าฉันกำลังตรวจระยะท่อแอร์กับจุดฝังไฟให้อยู่ ไม่ได้ยืนชมวิวทิวทัศน์ข้างนอกแก้เหงาเหมือนใครบางคน” พิมพ์มาดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากมีความเย้ายวนแบบที่รู้ว่าอีกฝ่ายเกลียดนักหนา ภูผาสשורสายตาลงมองหญิงสาวที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงาน แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไหววับด้วยอารมณ์ที่ยากจะคาดเดา เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย กลิ่นกายสะอาดสดชื่นผสมกับกลิ่นอายฝนจางๆ ที่ติดตัวมาจากการเดินทางไกลลอยเข้าแตะจมูก ทำให้พิมพ์มาดาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืนๆ แม้ปากจะเก่งแค่ไหน แต่ระยะห่างที่ลดลงเหลือเพียงคืบก็ทำเอาสติกระเจิงได้ง่ายๆ “ปากเก่งขึ้นนะช่วงนี้” ภูผายื่นหน้าเข้าไปกระซิบชิดใบหู เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนขนลุกซู่ “สงสัยอากาศที่เชียงใหม่จะทำพิษ หรือเพราะคุณติดใจตอนที่ผม…” “หยุดเลยนะ!” พิมพ์มาดายกมือขึ้นดันแผงอกกว้างเอาไว้ทันท่วงที ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงจัดด้วยความเคืองปนเขิน เธอย้อนเสียงแข็งกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง “อย่ามาพูดจาพล่อยๆ นะคะ คุณภูผา! เรากลับมาลุยงานต่อ ไม่ได้กลับมาฟื้นฝอยหาตะเข็บเรื่องไร้สาระพวกนั้น!” “ใครว่าไร้สาระล่ะครับ สำหรับผม...” สถาปนิกหนุ่มจอมซึนเว้นจังหวะ ปล่อยให้สายตาสื่อความหมายลึกซึ้งที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ “มันเป็นเรื่องเดียวในโปรเจกต์นี้ที่ผมตั้งใจทำมากกว่างานออกแบบเสียอีก” หัวใจของมัณฑนากรสาวเต้นรัวผิดจังหวะ เธอนิ่งอึ้งไปชั่ววินาทีกับคำหยอกเย้าที่แฝงความจริงจังเกินเบอร์ของคนตรงหน้า ภูผามักจะเป็นแบบนี้เสมอ ปากร้าย ดุ และชอบเอาชนะ แต่ทุกครั้งที่เข้าใกล้ เขากลับทิ้งร่องรอยความห่วงใยไว้ให้ใจสั่นเล่นอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนที่บรรยากาศจะหวานเลี่ยนจนเกินงาม เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสองครั้งติดกัน ตามด้วยการผลักเข้ามาอย่างไร้มารยาทของร่างเพรียวในชุดสูทเข้ารูปทันสมัย มีน สถาปนิกสาวคู่แข่งคนสำคัญกวาดสายตาคมกริบมองภาพของภูผาและพิมพ์มาดาที่ยืนชิดกันอยู่ริมหน้าต่างด้วยแววตาวาวโรจน์และความไม่พอใจที่ฉายชัดบนใบหน้า! “ดูท่าทางพวกคุณจะสนุกสนานกับการเคลียร์งานเก่ากันเหลือเกินนะคะ ถึงได้ลืมไปว่าเรามีนัดประชุมสรุปแบบกับทางบอร์ดบริหารในอีกสิบนาทีข้างหน้า” เสียงหวานเจือความประชดประชันดังขึ้น พร้อมกับก้าวเข้ามาหยุดยืนใกล้โต๊ะทำงาน พิมพ์มาดารีบขยับถอยหลังออกมาเว้นระยะห่างจากภูผาอย่างรวดเร็ว ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยทันควัน ขณะที่ภูผาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ แววตาคมดุฉายแววเย็นชาใส่ผู้มาใหม่ทันที “ผมจำได้ว่าไม่ได้อนุญาตให้คุณเข้ามาในห้องนี้ก่อนเคาะประตูรอรับคำอนุญาตนะครับ, คุณมีน” สถาปนิกหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ เย็นเยียบจนน่าขนลุก มีนชะงักไปนิด รอยยิ้มเจื่อนๆ ปรากฏขึ้นบนมุมปากก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความมั่นใจเช่นเดิม เธอเชิดหน้าขึ้นแล้วยื่นแฟ้มเอกสารในมือลงบนโต๊ะ “มีนแค่วิตกกังวลแทนค่ะ กลัวว่ามัณฑนากรคนเก่งกับหัวหน้าโปรเจกต์จะมัวแต่... เคลียร์งาน จนลืมเอกสารสำคัญชิ้นนี้ไป” เธอย้ำคำว่าเคลียร์งานด้วยน้ำเสียงมีเลศนัย พร้อมกับปรายตามองพิมพ์มาดาด้วยหางตา “ขอบคุณสำหรับความหวังดีที่ล้นเกินความจำเป็นของคุณนะคะ, คุณมีน” พิมพ์มาดาสواعยิ้มรับความกวนประสาทนั้นกลับไปทันที ไม่มีทางที่เธอจะยอมก้มหัวให้ผู้หญิงคนนี้เด็ดขาด “แต่เรื่องเอกสารและความรับผิดชอบ ฉันกับคุณภูผาจัดการเองได้ดีเสมอ ไม่เคยต้องรบกวนให้ใครมา ‘สอดมือ’ เข้ามาช่วยหรอกค่ะ” บรรยากาศในห้องคุกรุ่นขึ้นมาทันที รังสีความตึงเครียดแผ่ซ่านระหว่างผู้หญิงสองคนจนภูผาต้องยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ ด้วยความปวดหัว “พอได้แล้วครับทั้งสองคน” ภูผาตัด1บทสนทนาที่กำลังจะกลายเป็นสงครามย่อยๆ เขาหยิบสูทพาดบ่าแล้วเดินนำออกไปที่ประตู แต่ก่อนจะก้าวพ้นวงกบ เขากลับหยุดเดินแล้วหันมามองพิมพ์มาดาด้วยสายตาที่อ่อนลงวูบหนึ่ง “ตามมาครับ, คุณพิมพ์… เรามีเรื่องต้องไปจัดการในห้องประชุม” มีนมองตามแผ่นหลังของชายหนุ่มที่เธอหมายปองด้วยความเคียดแค้นชิงชัง กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ขณะที่พิมพ์มาดาก้าวตามหลังสถาปนิกหนุ่มไปติดๆ ทว่า... ก่อนที่ประตูห้องประชุมใหญ่จะปิดลง มีนก็ก้าวตามมาดักหน้าแล้วกระซิบด้วยเสียงที่ได้ยินกันแค่สามคน “ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะค่ะ... ของที่เคยเป็นของฉัน ไม่มีทางตกไปอยู่ในมือของคนอื่นง่ายๆ แน่นอน” ดวงตากลมโตของพิมพ์มาดาหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นบนเรียวปากสวย เธอหยุดเดินแล้วหันไปสบตากับคู่แข่งคนสำคัญตรงๆ อย่างไม่เกรงกลัว “งั้นก็ลองดูค่ะ... ว่าระหว่างของที่พยายามแย่ง กับของที่เขาเต็มใจเลือกใครจะชนะ” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและคอยสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับยัยมัณฑนากรสายรั้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%