สถาปนิกหน้านิ่งกับยัยมัณฑนากรสายรั้น•ตอนที่ 9

รุ่งอรุณแห่งความเข้าใจ

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
เสียงแกร็กของลูกบิดประตูกลับกลายเป็นเพียงเสียงประกอบฉากอันแสนไร้ความหมาย เมื่อร่างของคนที่ถือวิสาสะผลักเข้ามาต้องชะงักกึก ดวงตาสีเข้มของภูผาที่ตื่นเต็มตาตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้วไม่ได่ฉายแววตกใจแม้แต่น้อย มีเพียงความเย็นชาและคมกริบราวใบมีดที่ตวัดมองไปยังผู้บุกรุก ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก กรณ์ ที่กำลังทำหน้าเหวอค้างอยู่ตรงธรณีประตู ในขณะเดียวกัน พิมพ์มาดาก็สะดุ้งสุดตัว สมองที่ยังประมวลผลไม่เต็มที่สั่งให้เธอรีบดีดตัวถอยหลัง แต่ติดตรงที่ท่อนแขนแข็งแรงของสถาปนิกหนุ่มเจ้าของห้องยังคงพาดทับอยู่บนเอวบาง สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือหนาที่แนบชิดผ่านเนื้อผ้าบางเบายังคงส่งกระแสความวูบวาบแล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลังจนเธอเผลอกลั้นหายใจ “เฮ้ย… กู… กูมาขัดจังหวะอะไรมึงหรือเปล่าเนี่ย ภูผา” กรณ์กะพริบตาปริบๆ มือหนายกขึ้นเกาหัวแกรกๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากทันทีเมื่อกวาดสายตามองภาพตรงหน้า—สถาปนิกหนุ่มผู้รักความเนี๊ยบและถือตัวยิ่งกว่าสิ่งใด กำลังนอนกอดมัณฑนากรสาวปากเก่งใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน แถมสภาพเส้นผมของทั้งคู่ยังยุ่งเหยิงชวนคิดไปไกล “ถ้าตาไม่บอด มึงก็ควรจะถอยออกไปแล้วปิดประตูซะ กรณ์” เสียงทุ้มต่ำติดแหบพร่าเพราะเพิ่งตื่นนอนเอ่ยลอดไรฟัน ภูผาไม่ได้แสดงอาการลนลานแม้แต่น้อย เขายันกายลุกขึ้นช้าๆ โดยที่แขนอีกข้างยังคงขยับบังร่างบางของพิมพ์มาดาไว้โดยสัญชาตญาณ ท่าทีปกป้องอย่างไม่รู้ตัวนั้นทำเอาคนมองอย่างกรณ์ถึงกับเป่าปากหวูดเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ “โห… ดุชะมัด ยอมรับมาเถอะน่าว่าเมื่อคืนไม่ได้มีแค่นอนหลับ” กรณ์ยังคงหยอดไม่เลิกพลางทำท่าจะถอยหลังออกจากห้อง “เอ้าๆ ตามสบายนะคุณพิมพ์ ตื่นแล้วก็ลงไปกินกาแฟข้างล่าง รีสอร์ทนี้วิวตอนเช้าโคตรโรแมนติก เหมาะกับการสมาฉันท์ เอ๊ย… เหมาะกับการเคลียร์งานมากครับคุณ” ประตูปิดลงพร้อมกับเสียงหัวเราะร่าของเพื่อนสนิทที่ดังลอดเข้ามาเบาๆ ความเงียบงัดกลับมาปกคลุมห้องนอนอีกครั้ง ภูผาหันกลับมามองคนข้างกายที่ตอนนี้หน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู พิมพ์มาดารีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงหนีความอาย ปากก็พึมพำไม่เป็นภาษา “ไอ้… ไอ้เพื่อนบ้าของนายคนนั้นนี่มันน่าเอาไม้บรรทัดตีหัวนัก!” “เพื่อนผมก็ปากเสียแบบนี้แหละ” ภูผาถอนหายใจยาว แสร้งทำเป็นจัดหมอนเพื่อซ่อนรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก “ลุกขึ้นมาได้แล้วคุณ สายแล้ว หน้าต่างตรงนั้นเปิดออกไปดูข้างนอกซะ แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมผมถึงเลือกไซต์นี้มาทำรีสอร์ท” คำพูดห้วนๆ สไตล์คนปากแข็งไม่ได้ทำให้พิมพ์มาดาลดความหงุดหงิดลงได้ แต่ความอยากรู้อยากเห็นกลับชนะทุกสิ่ง เธอยอมผลักผ้าห่มออกแล้วก้าวลงจากเตียง เดินตรงไปยังบานกระจกใสที่ทอดยาวจรดเพดานซึ่งถูกม่านบังตาปิดไว้ครึ่งหนึ่ง และวินาทีที่ปลายนิ้วเรียวเกี่ยวรั้งผ้าม่านให้เปิดกว้างออก… ลมหายใจของเธอก็พลันสะดุด ภาพตรงหน้าไม่ใช่แค่ทิวทัศน์ธรรมดา แต่เป็นผืนป่าสีเขียวขจีที่ถูกโอบล้อมด้วยสายหมอกบางเบายามเช้า แสงแดดสีทองอ่อนๆ กำลังทาบทับยอดไม้ สะท้อนกับผืนน้ำนิ่งสงบของทะเลสาบเบื้องล่าง เกิดเป็นภาพภาพหนึ่งที่เหมือนหลุดออกมาจากงานสถาปัตยกรรมชั้นยอด ธรรมชาติและความดิบเถื่อนของขุนเขาผสมผสานกับเส้นสายโครงสร้างรีสอร์ทที่โปร่งโล่งอย่างไร้รอยต่อ “สวย…” พิมพ์มาดาพึมพำออกมาโดยไม่รู้ตัว ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับ ความโกรธเคืองเรื่องเมื่อคืนมลายหายไปสิ้นในพริบตา “ผมบอกคุณแล้ว…” เสียงทุ้มดังขึ้นใกล้8หูจนเธอต้องสะดุ้ง ภูผาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ด้านหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ระยะห่างระหว่างเขากับเธอนั้นใกล้เสียจนแผ่นหลังของเธอเกือบแนบชิดกับอกแกร่ง “งานออกแบบที่ดีไม่ใช่แค่การสร้างตึกให้สวย แต่คือการทำให้คนอยู่อาศัยรู้สึก ‘หายใจ’ ไปพร้อมกับธรรมชาติรอบตัว” พิมพ์มาดาหันขวับกลับมามองหน้าเขา ดวงตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มเวลานี้ไม่มีแววเย่อหยิ่งหรือถือดี มีเพียงความจริงจังและประกายแสงบางอย่างที่ทำเอาหัวใจเธอกระตุกวูบ “นาย… ตั้งใจเลือกมุมนี้ให้ห้องนี้เหรอ” เธอกล่าวถามเสียงแผ่ว ความรู้สึกบางอย่างในใจเริ่มสั่นคลอน ทัศนคติที่เคยคิดว่าเขาเป็นแค่สถาปนิกเผด็จการผู้เย่อหยิ่ง เริ่มพังทลายลงทีละน้อย “ถ้าผมไม่เลือก แล้วคุณคิดว่าใครจะเหมาะกับห้องที่วิวดีที่สุดในรีสอร์ทนี้ล่ะ” ภูผายักคิ้วเล็กน้อย ปากร้ายตามเคยแต่สายตากลับอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด “อย่ามองผมแบบนั้นนะพิมพ์มาดา ผมแค่อยไม่อยากให้มัณฑนากรหัวรั้นอย่างคุณทำงานไม่มีความสุขจนงานออกแบบรีสอร์ทผมพังไปด้วย” “นี่นาย!” พิมพ์มาดาแยกเขี้ยวใส่ทันทีเมื่อถูกหยิกแกมหยอก “ปากเสียตลอดกาลจริงๆ นะภูผา!” “แต่ก็เป็นปากที่ออกแบบโครงการนี้จนชนะโปรเจกต์ใหญ่มาได้นะคุณ” เขาหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เป็นครั้งแรกที่พิมพ์มาดาได้เห็นรอยยิ้มเต็มใบหน้าของสถาปนิกหนุ่ม รอยยิ้มที่ไม่ได้มาจากการเยาะเย้ย แต่เป็นความจริงใจที่ทำเอาโลกทั้งใบดูสว่างขึ้นถนัดตา บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดอุณหภูมิลงให้มีความอบอุ่นพอดี เคมีระหว่างคนทั้งคู่เปลี่ยนผ่านจากความขัดแย้งมาสู่ความเข้าใจอย่างเนียนสนิท ความใกล้ชิดที่ไร้การป้องกันทำให้พิมพ์มาดาลืมตัว เผลอขยับเข้าไปใกล้เขาโดยไม่รู้ตัว ขณะที่ภูผาก็ก้มมองเธอด้วยสายตาที่ลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดา ทว่า… ความเงียบสงบอันเปราะบางนั้นกลับต้องสะดุดลง เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยจนทำให้บรรยากาศโรแมนติกสลายหายไปในอากาศ “พี่ภูคะ! อยู่ข้างในหรือเปล่าคะ มีนมีเรื่องด่วนเกี่ยวกับแบบแปลนโซนCจะปรึกษาค่ะ!” ร่างของมีน สถาปนิกสาวคู่แข่งคนสำคัญ ผลักประตูเข้ามาโดยไม่รอให้อذنุญาต ดวงตาคมกวาดมองภาพของภูผาและพิมพ์มาดาที่ยืนชิดกันอยู่ริมหน้าต่างด้วยแววตาวาวโรจน์และความไม่พอใจที่ฉายชัดบนใบหน้า! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ผลิบานของพวกเขานะครับ
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับยัยมัณฑนากรสายรั้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%