สถาปนิกหน้านิ่งกับยัยมัณฑนากรสายรั้น•ตอนที่ 5

ไอเดียที่สวนทาง

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
"ถ้าคุณคิดว่างานดีไซน์มันจบลงแค่การเอาต้นไม้มาแปะโปะให้มันดูเขียวชะอุ่มแบบนี้... ผมว่าคุณควรกลับไปเรียนปีหนึ่งใหม่นะครับ คุณพิมพ์มาดา" เสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความเยียบเย็นดังขึ้นก้องห้องประชุมกระจกใส สไตลัสในมือหนาถูกวางกระทบโต๊ะประชุมไม้โอークแท้เสียงดังสนั่น สะท้อนความหงุดหงิดที่สะสมมาตลอดสามชั่วโมงเต็ม บรรยากาศรอบโต๊ะประชุมตัวยาวตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดกรีดออกเป็นชิ้นๆ ได้ กรณ์ที่นั่งอยู่มุมโต๊ะถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง พยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุดเพื่อไม่ให้โดนลูกหลงจากสนามรบย่อมๆ ระหว่างสถาปนิกหนุ่มจอมเผด็จการกับมัณฑนากรสาวตัวแม่ พิมพ์มาดายืนนิ่งอยู่หน้าจอโปรเจกต์ชัน ริมฝีปากสีพีชธรรมชาติเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยประกายไฟแห่งความกรุ่นโกรธ เธอกำแฟ้มในมือแน่นเสียจนกระดาษด้านในยับยู่ยี่ สี่เดือนที่เธอทุ่มเททำการบ้าน ค้นคว้าไลฟ์สไตล์ของเจ้าของบ้านตัวจริง ศึกษาทิศทางลม การไหลเวียนของแสงธรรมชาติ และจิตวิทยาเชิงพื้นที่ (Spatial Psychology) เพื่อให้บ้านหลังนี้ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นวิหารแห่งการพักผ่อน... แต่ผู้ชายตรงหน้ากลับฆ่ามันทิ้งด้วยประโยคเดียวเหมือนมันเป็นแค่ขยะเปียก "คุณภูผาคะ..." พิมพ์มาดากล่าวลอดไรฟัน เสียงหวานที่เคยรื่นหูตอนนี้กลับแฝงไปด้วยความเฉียบคมชนิดที่พร้อมจะเชือดคอคนฟังได้ทุกเมื่อ "กรุณาถอนคำพูดงี่เง่าเมื่อกี้แล้วเปิดสมองอันคับแคบของคุณฟังฉันใหม่อีกรอบ... ฉันไม่ได้เอาต้นไม้มา 'แปะโปะ' แต่ฉันกำลังคืนชีวิตให้สถาปัตยกรรมกล่องปูนทึบตันไร้หัวใจที่คุณออกแบบต่างหาก!" "คุณว่ายังไงนะ?" ภูผาแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะนิ่งสนิทไร้อารมณ์บัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความระอา ดวงคมกริบกวาดตามองภาพเรนเดอร์ภายในที่เต็มไปด้วยพรรณไม้เลื้อยและผนังกระจกบานใหญ่ที่เธอเสนอ ก่อนจะเงยขึ้นสบตาเธอนิ่ง "กล่องปูนไร้หัวใจที่คุณว่าเนهاน่ะ คือโครงสร้างที่ผมคำนวณสัดส่วนและรับน้ำหนักมาอย่างแม่นยำตามหลักวิศวกรรม แต่งานอินทีเรียร์ของคุณมันกำลังจะทำลายสมดุลทั้งหมดนั้น แค่เพราะคุณอยากได้ 'มุมถ่ายรูปเก๋ๆ ลงอินสตาแกรม' เพื่อเอาใจลูกค้าเนี่ยนะ?" "หยุดยัดเยียดความไร้สาระใส่หัวฉันสักที!" พิมพ์มาดาตบโต๊ะเสียงดังปังจนกรณ์สะดุ้งโหยง เธอเดินดุ่มๆ เข้าไปประชิดขอบโต๊ะฝั่งตรงข้าม ไม่ยอมหลบสายตาดุดันคู่นั้นแม้แต่น้อย หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่หอบกระชั้นด้วยความโกรธ "คุณมันก็แค่สถาปนิกอีโก้สูงที่ไม่เคยแคร์ความรู้สึกของคนที่ต้องมาใช้ชีวิตอยู่ข้างในนั้นจริงๆ! คุณมองบ้านเป็นแค่แท่งคอนกรีตที่มีหน้าที่แค่กันแดดกันฝน แต่ฉันมองว่าบ้านคือลมหายใจ... และแนวคิดของเรามันก็เลย 'สวนทาง' กันแบบที่ไม่มีวันบรรจบกันได้ไง!" ดวงตาของภูผาวาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่ง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อและเส้นเลือดปูดโปนตามสไตล์ผู้ชายดูแลตัวเอง ย่างก้าวเข้ามาใกล้เธอทีละนิดจนมัณฑนากรสาวตัวเล็กต้องเป็นฝ่ายถอยหลังโดยไม่รู้ตัว แรงกดดันจากตัวตนของเขามันช่างน่าอึดอัด... แต่มันก็หอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นกายสะอาดผสมน้ำหอมผู้ชายราคาแพงที่ทำให้สมองเธอนึกรวนไปชั่วขณะ "ถ้าคิดว่าผมอีโก้สูงนัก..." ภูผาก้มตัวลงกระซิบชิดริมหูเธอ เสียงทุ้มต่ำพร่าลึกจนคนฟังขนลุกซู่ "ทำไมคุณไม่ลองพิสูจน์ให้ผมเห็นล่ะครับ ว่าไอ้ 'ลมหายใจ' งี่เง่าของคุณมันใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่ภาพฝันสวยหรูบนกระดาษที่พอสร้างจริงแล้วพังไม่เป็นท่า... เหมือนกับโปรเจกต์เก่าของคุณ" เพล้ง! ประโยคสุดท้ายเปรียบเสมือนเข็มเล่มใหญ่ที่แทงทะลุหัวใจของพิมพ์มาดาเข้าอย่างจัง สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากโกรธเกรี้ยวเป็นซีดเผือดในเสี้ยววินาที ความทรงจำอันเจ็บปวดจากอดีตที่เคยถูกตราหน้าว่าผลงานการออกแบบภายในของเธอก่อให้เกิดความเสียหายทางโครงสร้างผุดวาบขึ้นมาในหัว แม้ว่าสุดท้ายความจริงจะปรากฏว่าเธอเป็นฝ่ายถูก แต่แผลเป็นนั้นยังคงฝังรากลึก พิมพ์มาดานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ริมฝีปากสั่นระริกด้วยความเจ็บใจที่ถูกขุดคุ้ยเรื่องเก่ามาโจมตีต่ำๆ ความพยายามที่จะเข้มแข็งสั่นคลอนลงชั่วพริบตา แต่ทิฐิและศักดิ์ศรีไม่อนุญาตให้อ่อนแอต่อหน้าผู้ชายปากร้ายคนนี้ "คุณ... ไม่มีสิทธิ์เอาเรื่องนั้นมาพูด" เธอกัดฟันกรอด น้ำตาคลอเบ้าแต่สะกดกลั้นไว้สุดชีวิต "คุณมันใจแคบ ทุเรศ และไม่มีความเป็นมืออาชีพเลยสักนิด!" "ผมแค่พูดตามข้อเท็จจริงในฐานะหัวหน้าโปรเจกต์..." ภูผาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าลึกๆ ในแววตาคู่นั้นกลับไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาทีเมื่อเห็นหยดน้ำใสคลออยู่ที่หน่วยตาของเธอ ความรู้สึกผิดสายหนึ่งแล่นแปลบเข้ามาในอก แต่ปากเจ้ากรรมกลับสั่งให้พูดต่อ "ถ้าคุณคิดว่าเก่งพอก็แก้ปัญหานี้ซะ... เอาแบบที่ผมหาจุดบกพร่องไม่ได้ ไม่อย่างนั้นก็ยอมรับซะว่าที่คุณพูดมาทั้งหมดมันเป็นแค่... คำคุยโต" "ได้!" พิมพ์มาดากลืนก้อนสะอื้นลงคอ เชิดหน้าขึ้นสูงอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ขอบตาจะแดงก่ำก็ตาม "ฉันจะแก้ให้คุณดู! แล้วเตรียมตัวกราบขอโทษฉันได้เลย สถาปนิกจอมเผด็จการ!" เธอกระแทกแฟ้มใส่โต๊ะ คว้ากระเป๋าแล้วหมุนตัวเดินจ้ำอ้าwออกไปจากห้องประชุมด้วยความเร็วสูง ทิ้งให้ภูผายืนมองตามแผ่นหลังบางที่สั่นเทานิดๆ ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดในอก กรณ์ที่นั่งเงียบมานานถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปิดสมุดโน้ตแล้วส่ายหัวช้าๆ ก่อนจะเดินมาตบไหล่เพื่อนสนิทเบาๆ "แกนี่มันปากหมาไม่เปลี่ยนเลยนะภู... ยัยพิมพ์เขาอุตส่าห์ตั้งใจ..." "ฉันไม่ได้ตั้งใจจะ..." ภูผาขบกรามแน่น เสยผมสีเข้มลวกๆ อย่างหงุดหงิดตัวเอง พลางทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ตามเดิม สายตาคมกดยังคงมองค้างไปยังบานประตูที่ปิดสนิท ติ๊ง! เสียงข้อความแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนบนโต๊ะดึงสติเขาให้หันไปมอง หน้าจอแสดงอีเมลฉบับใหม่ที่ถูกส่งเข้ามาจากผู้บริหารระดับสูง แนบไฟล์เอกสารด่วนที่สุดพร้อมข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาเลือดในกายของสถาปนิกหนุ่มเย็นเฉียบ *เรียน คุณภูผา และ คุณพิมพ์มาดา เนื่องจากเจ้าของโครงการได้เปลี่ยนใจกระทันหัน พวกท่านมีเวลาเหลือแค่ 24 ชั่วโมงในการรวมไอเดียให้เป็นหนึ่งเดียว... หรือไม่เช่นนั้น สัญญาโครงการมูลค่าร้อยล้านนี้จะถูกยกเลิก และมอบให้กับบริษัทคู่แข่งอย่าง 'มีน ดีไซน์' ทันที* ภาพใบหน้ามั่นใจและรอยยิ้มหยันของมีน สถาปนิกสาวคู่ปรับเก่าที่จ้องจะฮุบงานนี้มาตลอด ผุดขึ้นมาในหัวราวกับภาพหลอน ภูผาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย... หากสัญญานี้หลุดมือไป ไม่เพียงแต่ชื่อเสียงของเขาที่จะป่นปี้ แต่ความลับบางอย่างที่เขาพยายามปกป้องไว้ก็จะถูกเปิดเผย ร่างสูงผุดลุกขึ้นคว้ากุญแจรถบนโต๊ะทันที ขายาวก้าวฉับๆ ออกจากห้องประชุมด้วยความเร่งรีบ เป้าหมายเดียวในตอนนี้คือการตามหามัณฑนากรสาวดื้อรั้นคนนั้นก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้ ทว่า... เมื่อเขาผลักประตูลิฟต์ลงมาถึงชั้นล่างของอาคาร ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้ฝีเท้าของภูผาต้องหยุดชะงักกะทันหัน หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระหน่ำรัวรากลองศึก พิมพ์มาดากำลังยืนคุยอยู่กับผู้ชายร่างสูงโปร่งคนหนึ่ง... คนที่ภูผาจำได้แม่นว่าเป็นอดีตคู่หมั้นหนุ่มเพลย์บอยของเธอ และเป็นคนที่เคยหักหลังเธออย่างเจ็บแสบในอดีต รอยยิ้มหวานหยดที่ชายคนนั้นส่งให้พิมพ์มาดามันช่างบาดตาบาดใจ จนสถาปนิกหนุ่มผู้เยือกเย็นรู้สึกเหมือนมีไฟสุมอยู่ในอก และก่อนที่ภูผาจะทันได้คิดอะไร มือเรียวของชายคนนั้นก็เอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กของพิมพ์มาดา ดึงเข้าไปหาตัวท่ามกลางความตกใจของหญิงสาว! โปรดติดตามตอนต่อไปครับ - เมทริกซ์ซีโร่ -
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับยัยมัณฑนากรสายรั้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%