แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำถูกกระแทกลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังสนั่น จนกาแฟเย็นในแก้วกระเซ็นเป็นหยดเล็กๆ พิมพ์มาดากอดอกเชิดหน้าขึ้น นัยน์ตาสีนิลคมกริบจ้องเขม็งไปยังร่างสูงที่ยืนกอดอกพิงขอบหน้าต่างด้วยท่าทางเย่อหยิ่งไม่แพ้กัน
"ถ้าคุณภูผายังยืนกรานว่าจะรื้อผนังฝั่งตะวันออกทิ้งทั้งหมดเพื่อความสมมาตรบ้าบออะไรนั่น ฉันก็ไม่มีความจำเป็นต้องคุยงานโปรเจกต์รีสอร์ตนี้ต่อแล้วล่ะค่ะ เสียเวลา!" น้ำเสียงใสแต่เฉียบคมตอกกลับทันควัน ไม่มีทีท่าว่าจะเกรงกลัวสถาปนิกหนุ่มมือหนึ่งประจำบริษัทเลยแม้แต่น้อย
ภูผายักคิ้วขวาขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาไร้รอยยิ้มเรียบนิ่งจนน่าหมั่นไส้ เขาก้าวช้าๆ เข้ามาประชิดโต๊ะทำงาน โน้มตัวลงเล็กน้อยจนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามาชิดปลายจมูกของหญิงสาว
"ความสมมาตรบ้าบอที่คุณว่านั่นแหละครับ คุณมัณฑนากรหัวรั้น ที่จะทำให้โครงสร้างอาคารมันไม่พังถล่มลงมาก่อนที่แขกวีไอพีจะเดินเข้ามาเหยียบรีสอร์ต หรือว่าสมองส่วนการคำนวณของคุณมันถูกบล็อกไปหมดแล้วเพราะมัวแต่คิดเรื่องเลือกสีหมอนอิง?"
"นี่คุณ!" พิมพ์มาดาผุดลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้ไถลไปด้านหลังเสียงดังครูด แรงอารมณ์ทำให้เลือดสูบฉีดจนพวงแก้มเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อ ปากบางเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง "อย่ามาดูถูกรสนิยมและการทำงานของฉันนะภูผา! ถ้าไม่มีงานอินทีเรียร์ที่อบอุ่นและลงตัวของฉัน รีสอร์ตของคุณก็เป็นแค่กล่องคอนกรีตเปลือยๆ หน้าตาอัปลักษณ์ดีๆ นี่เอง!"
บรรยากาศในห้องประชุมเครียดขมึงจนแทบจะมีประกายไฟแลบออกมาจากสายตาของทั้งคู่
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสองครั้งก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรออนุญาต กรณ์ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกวนประสาทและเอกสารในมือเป็นปึกใหญ่ สายตากวาดมองคู่กัดประจำออฟฟิศที่ยืนจ้องตากันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อแล้วก็หลุดหัวเราะพรวดออกมา
"โอ้โห บรรยากาศอบอุ่นเหมือนเตาปฏิกรณ์ปรมาณูไม่มีผิด" กรณ์แซوพร้อมกับหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่สะทกสะท้าน "พอดีเลย ผมเพิ่งได้รับสายด่วนจากคุณวิชัย เจ้าของโปรเจอร์ต เขาบอกว่าถ้าสัปดาห์นี้พวกคุณยังตกลงเรื่องแปลนรีสอร์ตที่เชียงใหม่ไม่ได้ เขายกเลิกสัญญาแน่... และบริษัทเราจะโดนปรับอ่วมอรทัย"
พิมพ์มาดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์เดือดพล่าน เธอนั่งลงช้าๆ แต่สายตายังคงอาฆาตมาดร้ายใส่สถาปนิกหนุ่มที่กลับไปยืนกอดอกมองเพดานทำเป็นไม่สนใจ
"ฉันพร้อมทำงานตลอดเวลาค่ะคุณกรณ์ ติดก็แต่สถาปนิกแถวนี้แหละที่เอาแต่ใจตัวเองเป็นใหญ่ ไม่ยอมรับฟังความเห็นคนอื่น"
"ผมไม่ได้เอาแต่ใจ แต่ผมพูดด้วยเหตุผลและ 'ความจริง' ครับพิมพ์มาดา" ภูผาเน้นเสียงคำว่าความจริงหนักแน่น ดวงตาคมกริบหันกลับมาสบตาเธอนิ่ง "ถ้าอยากเถียงกันให้น้ำลายแตกคอเปล่าๆ สู้เราไปดูหน้างานจริงที่เชียงใหม่ซะวันนี้เลยดีกว่า พื้นที่จริงมันไม่โกหกใครหรอก"
กรณ์ปรบมือเสียงดังเปาะราวกับเจอทางสว่าง "มีความคิดที่ดีมากเพื่อนรัก! ผมจัดการจองตั๋วเครื่องบินไฟล์ต์บ่ายนี้ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว... อ้อ ไม่ต้องปฏิเสธนะ เพราะคุณวิชัยกำชับมาว่า 'ต้องไปทั้งสถาปนิกและมัณฑนากรคู่บุญ' เท่านั้นถึงจะอนุมัติงบก้อนสุดท้าย"
"หหา?" พิมพ์มาดาอุทานออกมาลั่นห้อง "ใครคู่บุญกับเขากันคะคุณกรณ์ พูดให้มันดีๆ นะ!"
"เอาน่า คุณพิมพ์ ถือว่าไปเที่ยวพักผ่อนสูดอากาศบริสุทธิ์ก็แล้วกัน" กรณ์ส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ก่อนจะลุกขึ้นเดินถอยหลังออกไปที่ประตู "เดินทางปลอดภัยนะพวกนาย เคลียร์ใจกันให้เรียบร้อยล่ะ กลับมาจะได้ไม่กัดกันในออฟฟิศอีก"
ปัง! เสียงประตูปิดลงทิ้งให้ห้องประชุมกลับมาเงียบสนิทอีกครั้ง
พิมพ์มาดาหันขวับไปมองหน้าพระเอกหนุ่มผู้เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดทันที แต่ทว่าภูผากลับทำเพียงแค่คว้ากระเป๋าเอกสารของตัวเองขึ้นมาพาดบ่า มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเหนือกว่า
"จะยืนอึ้งอีกนานไหมครับ หรือกลัวว่าไปต่างจังหวัดด้วยกันสองคนแล้วจะห้ามใจไม่ไหว?"
"หลงตัวเองที่สุด!" หญิงสาวกัดฟันกรอด คว้ากระเป๋าคู่ใจของตัวเองสะพายบ่าแล้วเดินกระแทกส้นเท้าผ่านหน้าเขาไปก่อน "เชิญคุณเดินนำไปก่อนเลยค่ะ สถาปนิกปากเสีย!"
ภูผามองตามแผ่นหลังบางที่เดินสะบัดออกไปด้วยรอยยิ้มจางๆ แววตาที่เคยก드ดันและดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนอย่างประหลาด... *ยัยตัวแสบ ดื้อรั้นเสียจริง* เขาคิดในใจก่อนจะสาวเท้ายาวๆ ตามออกไป
สนามบินเชียงใหม่ในยามบ่ายคล้อยต้อนรับพวกเขาด้วยอากาศที่เย็นสบายกว่าเมืองหลวงอย่างเห็นได้ชัด ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยลดดีกรีความดุเดือดระหว่างทั้งคู่ลงเลยแม้แต่น้อย ตลอดทางนั่งรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อขึ้นสู่พื้นที่ก่อสร้างบนภูเขา ทั้งรถแทบจะไม่มีบทสนทนาใดๆ นอกจากเสียงถอนหายใจยาวๆ ของพิมพ์มาดาที่นั่งมองวิวข้างทาง
รถจอดสนิทหน้าไซต์งานก่อสร้างรีสอร์ตสไตล์โมเดิร์นคันทรีที่กำลังขึ้นโครงสร้างเหล็กและปูนเปลือยอย่างยิ่งใหญ่ แสงแดดยามเย็นสีส้มทองสาดส่องกระทบโครงสร้างอาคารเกิดเป็นเงาทอดยาวสวยงาม
"ลงมาได้แล้วครับ ถึงสักที" ภูผาเปิดประตูฝั่งคนนั่งแล้วเอ่ยปากบอกหญิงสาวที่ยังคงนั่งกอดอกนิ่งอยู่บนรถ
พิมพ์มาดาก้าวลงจากรถ แต่เพราะความรีบร้อนและพื้นดินบริเวณไซต์งานที่เป็นดินลูกรังไม่เรียบ ทำให้ส้นรองเท้าผ้าใบของเธอสะดุดเข้ากับก้อนหินก้อนใหญ่ ร่างบางเสียหลักเซถลาล้มลงไปด้านหน้าอย่างไม่ทันตั้งตัว!
"อุ๊ย!"
หมับ!
เอวบางถูกคว้าเอาไว้ด้วยท่อนแขนแกร่งที่พุ่งเข้าไปรับได้อย่างรวดเร็วดุจปฏิกิริยาอัตโนมัติ แรงเหวี่ยงทำให้ร่างของพิมพ์มาดาพุ่งชนเข้ากับแผงอกกว้างของสถาปนิกหนุ่มอย่างจัง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าหากันในระยะประชิด ชนิดที่ว่าปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะชนกัน
พิมพ์มาดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ฝ่ามือเล็กแนบอยู่บนแผงอกแน่นใต้เสื้อเชิ้ตของเขา รับรู้ได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วไม่เป็นจังหวะของอีกฝ่าย
ส่วนภูผาก็ก้มลงมองหญิงสาวในอ้อมแขน นัยตาคมกริบคู่นั้นเปลี่ยนเป็นอ่อนแสงลงทันที ความซึนและท่าทีปากร้ายเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงประกายความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ลึกซึ้ง
"เดินยังไงให้สะดุดขาตัวเองครับ... ซุ่มซ่ามจริง" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหิมฝีปากของเธอ น้ำเสียงไม่ได้ดุอย่างที่เคยพูด หากแต่ทุ้มนุ่มและเจือด้วยความเอ็นดูจนหัวใจดวงน้อยของมัณฑนากรสาวกระตุกวูบ
พิมพ์มาดารู้สึกเหมือนสติหลุดลอยไปชั่วขณะ เธออยากจะอ้าปากเถียงกลับไปตามนิสัยเดิม แต่ทว่าสายตาคู่คมที่มองมาอย่างไร้ระยะห่างนั้นกลับตรึงเธอไว้ให้อยู่ในภวังค์จนลืมหายใจ
ท่ามกลางความเงียบของขุนเขาและแสงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า ภูผากลับค่อยๆ ก้มหน้าลงมาใกล้ใบหน้าหวานขึ้นอีกนิด ปลายจมูกของเขาเฉียดผ่านแก้มเนียนแผ่วเบา พร้อมกับเสียงกระซิบพร่าที่ดังขึ้นข้างหู
"ถ้าดื้อกับผมอีกคำเดียว... ผมจะจูบทำโทษจริงๆ ด้วยนะครับ"
คุณคิดว่าพิมพ์มาดาจะเลือกเถียงต่อหรือยอมจำนนในอ้อมแขนนี้? ติดตามตอนต่อไปใน "สถาปนิกหน้านิ่งกับยัยมัณฑนากรสายรั้น" นะครับ
ขอบคุณที่สนับสนุนผลงานของผมเสมอมาครับ
สถาปนิกหน้านิ่งกับยัยมัณฑนากรสายรั้น•ตอนที่ 6
ผู้ช่วยจำเป็น
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับยัยมัณฑนากรสายรั้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!