"สวัสดีจ่ะ... พี่ภู ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ คิดถึงกันบ้างไหมคะ"
เสียงหวานหยดย้อยที่จงใจลากเสียงยาวเคลือบน้ำตาลดังแทรกผ่านความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่ ประโยคทิ้งท้ายจากตอนที่แล้วยังคงลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ ราวกับก้อนเมฆฝนที่ก่อตัวอย่างเงียบเชียบก่อนพายุใหญ่จะโหมกระหน่ำ มีน ก้าวเข้ามาในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของทีมออกแบบด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจ ชุดสูทเข้ารูปสีเบจขับผิวให้เธอดูโดดเด่น รอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่ฉาบอยู่บนใบหน้าถูกส่งตรงให้ชายหนุ่มเพียงคนเดียวในห้อง โดยไม่สนใจสายตาของทีมมัณฑนากรที่นั่งจับกลุ่มกันอยู่เลยแม้แต่น้อย
พิมพ์มาดาที่ยืนกอดอกอยู่ข้างโต๊ะทำงานตัวยาวถึงกับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววเย้ยหยันออกมาอย่างไม่ปิดบัง เธอปรายตามองผู้มาใหม่สลับกับร่างสูงของสถาปนิกหนุ่มที่ยังคงนั่งนิ่งสนิทอยู่บนเก้าอี้หนังแท้
ภูผาขมวดคิ้วมุ่นโดยอัตโนมัติ สันกรามคมสันขบเข้าหากันจนขึ้นเป็นสันนูน บรรยากาศรอบตัวเขาลดอุณหภูมิลดฮวบลงจนน่าใจหาย ความอึดอัดแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณราวกับออกซิเจนในห้องกำลังถูกสูบออกไปจนหมด
"ผมจำได้ว่าเราคุยกันจบไปตั้งแต่โปรเจกต์ที่ลาดพร้าวแล้วนะครับ คุณมีน" ภูผาเอ่ยเสียงเรียบ เย็นชา และไร้เยื่อใย ดวงตาสีนิลคมกริบราวกับใบมีดหันไปมองแขกไม่เชิญด้วยความรำคาญอย่างชัดเจน "และที่นี่... ไม่ใช่พื้นที่ต้อนรับแขกของบริษัทคุณ"
มีนชะงักไปนิดหนึ่ง รอยยิ้มบนมุมปากกระตุกวูบ แต่เธอก็ยังคงปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว ก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของภูผายิ่งขึ้น มือเรียวบางวางลงบนขอบโต๊ะไม้ราคาแพงอย่างถือวิสาสะ
"แหม... พี่ภูก็ใจร้ายกับมีนตลอดเลยนะคะ เราเคยร่วมงานกันตั้งนาน น่าจะพอมีเยื่อใยหลงเหลืออยู่บ้าง ยิ่งโปรเจกต์รีสอร์ทริมทะเลอันใหม่นี่ มีนได้ยินมาว่าทางนั้นต้องการสถาปนิกมือดี มีนก็เลยแวะมาคุย..."
"ถ้าจะมาคุยเรื่องงาน กรุณาติดต่อผ่านฝ่ายประสานงานครับ" ภูผาตัดบทอย่างไร้เยื่อใย น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังนั้นกดดันจนอีกฝ่ายถึงกับหน้าเสีย "แล้วก็... กรุณานำมือของคุณออกจากโต๊ะทำงานของผมด้วย มันเกะกะสายตา"
แรงปะทะทางวาจานั้นรุนแรงเสียจนคนฟังยังต้องแอบสูดปาก พิมพ์มาดาที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆ ถึงกับมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกหมั่นไส้ที่เคยมีต่อพ่อสถาปนิกหนุ่มปากร้ายคนนี้ ถูกแทนที่ด้วยความสะใจชั่วแวบหนึ่งอย่างช่วยไม่ได้ อย่างน้อย... เขาก็ไม่ได้ทำตัวน่ารักกับใครหน้าไหนเลยสินะ
แต่ทว่า... ความสะใจนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อหางตาคมดุของภูผาหันขวับกลับมามองเธอ
"ส่วนคุณพิมพ์มาดา..." ภูผาจงใจลากเสียงยาว ดวงตาคมกริบกวาดมองร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาตำหนิ "ยืนทำอะไรอยู่ครับ? งานแปลนห้องสวีทเฟสแรกที่ผมแก้คอมเมนต์ไปเมื่อวาน เสร็จเรียบร้อยแล้วหรือยัง ถึงได้มายืนทำหน้าลอยชายดูละครฉากใหญ่แถวนี้"
ให้ตายเถอะ! ผู้ชายคนนี้เกิดมาจากอะไรนะ? ปากคอเราะراะไม่เคยเปลี่ยน!
พิมพ์มาดาเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความอดทนที่สะสมมาตั้งแต่เช้าเริ่มสั่นคลอน ดวงตากลมโตจ้องเขม็งกลับไปราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ หากสายตาสามารถฆ่าคนได้ ภูผาคงพรุนเป็นรังผึ้งไปนานแล้ว
"ถ้าหมายถึงไฟล์งานที่โดนคุณแก้จนแทบจะไม่เหลือเค้าโครงเดิมล่ะก็... ฉันกำลังจะเคลียร์ให้ค่ะ แต่บังเอิญว่าหูมันดันไปได้ยินเสียงแมวแถวนี้เห่ารบกวนสมาธิเสียก่อน ก็เลยต้องยืนดูอยู่เป็นพยานว่าเจ้าของแมวเขาจะจัดการยังไง!" พิมพ์มาดาตอกกลับทันควัน น้ำเสียงหวานใสแต่เต็มไปด้วยหนามแหลมคม
กรณ์ที่นั่งแอบเนียนอยู่มุมห้องถึงกับสำลักน้ำลายตัวเองพรวด รีบยกมือขึ้นปิดปากกลั้นเสียงหัวเราะจนตัวโยน สายตากวาดมองคู่กัดประจำออฟฟิศด้วยความสนุกสนาน ราวกับกำลังชมภาพยนตร์แอคชันฟอร์มยักษ์
มีนหันขวับมามองมัณฑนากรสาวหัวรั้นทันที แววตาที่เคยฉาบด้วยความหวานหยดเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราดขึ้นมาทันควัน "นี่เธอ! เป็นแค่เด็กฝึกงาน... เอ๊ย เป็นแค่มัณฑนากรรับ1เชิญ มีสิทธิ์อะไรมาพูดจาแบบนี้กับพี่ภู!"
"อ้าว... ฉันจะพูดกับใคร หรือมีสิทธิ์อะไร มันก็เรื่องของฉันค่ะ" พิมพ์มาดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันฉาบบนเรียวปากสวย "ดีกว่าคนที่เดินเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของคนอื่น ทั้งๆ ที่เจ้าของบ้านเขาไม่ได้เชิญ แถมยังทำหน้าหนาตื๊อไม่เลิกรา... แบบนั้นน่าสมเพชกว่าเยอะเลยนะคะว่าไหม?"
"พิมพ์มาดา!" ภูผากระแทกเสียงดุดันลั่นห้อง ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากตัวตนของเขาแผ่ซ่านจนบรรยากาศรอบตัวตึงเครียดขึ้นมาทันที "ผมบอกให้หยุดต่อปากต่อคำ! ที่นี่คือที่ทำงาน ไม่ใช่สนามเด็กเล่น!"
"คุณภูจะเสียงดังทำไมล่ะคะ! ฉันไม่ได้เริ่มก่อนสักหน่อย!" พิมพ์มาดาก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานบ้าง ดวงตาดื้อรั้นจ้องสบตากับเขาตรงๆ โดยไม่ยอมหลบสายตาแม้แต่น้อย ความโกรธพุ่งพล่านจนเลือดในกายสูบฉีด "ถ้าเก่งนักก็เชิญเชิญแขกคนโปรดของคุณออกไปสิคะ จะมายืนเสียงดังใส่ฉันทำไม!"
บรรยากาศในห้องคุกรุ่นจนแทบจะระเบิด มีนมองภาพคนทั้งคู่ที่ยืนเถียงกันหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความรู้สึกอับอายและโกรธแค้น เธอไม่อยากอยู่ที่นี่ให้เสียหน้าไปมากกว่านี้อีกแล้ว จึงสะบัดหน้าพรวดแล้วเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากห้องเสียงดังสนั่น
ปัง!
เสียงประตูกระจกปิดกระแทกอย่างแรงช่วยดึงสติของทุกคนในห้องให้กลับมา แต่ความตึงเครียดระหว่างคนทั้งคู่กลับไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย
ภูผายืนหายใจฮึดฮัด สันกรามขบเข้าหากันแน่น ดวงตาสีนิลจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ทั้งโกรธ ทั้งหงุดหงิด และ... รู้สึกจนปัญญา ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงได้พยศและต่อต้านเขาได้ตลอดเวลาขนาดนี้!
"ส่วนคุณ..." ภูผาชี้หน้าคาดโทษ น้ำเสียงเข้มจัด "ตามผมมาที่ห้องทำงานเดี๋ยวนี้!"
พูดจบ สถาปนิกหนุ่มก็หมุนตัวเดินดุ่มๆ กลับเข้าไปในห้องทำงานกระจกส่วนตัวด้านในทันที ปล่อยให้พิมพ์มาดายืนกำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นใจ
ให้ตายเถอะผู้ชายคนนี้! คิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงได้มาออกคำสั่งกับเธออยู่ได้!
พิมพ์มาดาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับสติอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่าน เธอก้าวเท้าตามเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวของภูผาอย่างไม่เกรงกลัว บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่มีแก้วกาแฟอเมริกาโนร้อนที่เพิ่งสั่งมาวางควันฉุยส่งกลิ่นหอมกรุ่นอยู่ริมขอบโต๊ะ ใกล้กับกองกระดาษแปลนงานที่ร่างเอาไว้
ภูผายืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงาน ใบหน้าคมคายบึ้งตึง ดวงตาดำสนิทจ้องมองเธอราวกับจะจับผิด
"คุณมีปัญหาอะไรกับผมกันแน่ พิมพ์มาดา?" ภูผาเปิดฉากซักฟอกด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "ตั้งแต่คุณก้าวเข้ามาในบริษัทนี้ คุณไม่เคยทำตามคำสั่งผมดีๆ เลยสักครั้ง!"
"แล้วคุณมีปัญหาอะไรกับฝีมือฉันนักหนาล่ะคะ!" พิมพ์มาดาโพล่งออกมาอย่างเหลืออด เธอก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานจนแทบจะชิดร่างสูง "งานที่ฉันออกแบบ คุณก็เอาแต่ขีดฆ่าแล้วบอกว่ามันใช้งานไม่ได้! ทั้งๆ ที่มันเป็นสไตล์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าที่สุดแล้ว คุณมันก็แค่สถาปนิกเผด็จการ หัวโบราณ ที่ไม่ยอมรับฟังความคิดคนอื่น!"
"ผมไม่ได้หัวโบราณ!" ภูผาขึ้นเสียงบ้าง ร่างสูงขยับเข้าประชิดตัวเธอโดยอัตโนมัติเพื่อกดดัน "ผมแค่มองในมุมมองทางวิศวกรรมและความปลอดภัย ซึ่งคุณมักจะมองข้ามมันไปเพราะมัวแต่สนใจความสวยงามไร้สาระ!"
"ความสวยงามไร้สาระงั้นเหรอคะ?!" พิมพ์มาดาโมโหจนหน้าดำคร่ำเครียด นิ้วเรียวชี้ไปที่กองกระดาษบนโต๊ะ "ถ้าคุณคิดว่างานของฉันมันไร้สาระนัก ทำไมคุณถึงไม่แก้เองซะตั้งแต่แรกเลยล่ะคะ!"
จังหวะนั้นเอง... ด้วยความที่อารมณ์พุ่งถึงขีดสุดและมือไม้ที่ปัดป่ายระบายความโกรธ พิมพ์มาดาจึงไม่ได้ทันระวังว่าข้อศอกของเธอได้ไปกระแทกเข้ากับแก้วกาแฟอเมริกาโนร้อนที่วางอยู่ริมขอบโต๊ะเข้าอย่างจัง!
เคร้ง! พรึ่บ!
ของเหลวสีดำสนิทกระจายวงกว้างไหลทะลักลงจากขอบโต๊ะ ราดรดลงบนกองกระดาษแบบแปลนงานออกแบบชิ้นสำคัญที่เพิ่งพิมพ์ออกมาสดๆ ร้อนๆ จนเปียกชุ่มโชกไปด้วยคราบสีน้ำตาลเข้ม กลิ่นกาแฟตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันสนิททันที
พิมพ์มาดานิ่งค้างไป เธอก้มมองผลงานที่เปรอะเปื้อนคราบกาแฟสลับกับใบหน้าของชายหนุ่มตรงหน้า สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ รู้สึกได้ทันทีว่าหายนะกำลังมาเยือน
ภูผานิ่งอึ้งไปเช่นกัน เขาก้มมองกองเอกสารสำคัญที่ถูกทำลายต่อหน้าต่อตา ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ
ดวงตาสีนิลคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งสนิท น่ากลัว และเย็นชาจนน่าขนลุก ร่างสูงค่อยๆ ขยับตัวเข้ามาใกล้เธอทีละก้าว ช้าๆ ทว่าทรงพลัง จนพิมพ์มาดาต้องถอยหลังกรูดไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับตู้เก็บเอกสารด้านหลัง
ไม่มีเสียงด่าทอ ไม่มีคำโวยวายใดๆ หลุดออกมาจากปากของสถาปนิกหนุ่ม มีเพียงความเงียบงันที่กดดันและบาดลึกยิ่งกว่าการตะโกนใส่กัน
ภูผายื่นมือหนาออกไปข้างตัว ค้ำยันขอบตู้เอกสารกักกันร่างบางเอาไว้ตรงกลาง วงแขนแข็งแรงโอบล้อมเธอไว้ในพื้นที่แคบๆ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่พวงแก้มเนียนจนรู้สึกได้
ดวงตาสีนิลคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่เริ่มฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด
"ตั้งใจ... หรืออุบัติเหตุครับ?"
เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู แผ่วเบาแต่ก้องกังวานบาดลึกถึงขั้วหัวใจ ปลายจมูกโด่งเป็นสันแทบจะชนเข้ากับปลายจมูกรั้นของเธออยู่รอมรอม ในวินาทีที่หัวใจของพิมพ์มาดาเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก...
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ)
สถาปนิกหน้านิ่งกับยัยมัณฑนากรสายรั้น•ตอนที่ 3
กาแฟแก้วนั้นที่เธอทำหก
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับยัยมัณฑนากรสายรั้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!