เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้สักทองดังสนั่น หักล้างบรรยากาศเงียบเชียบของห้องประชุมใหญ่ชั้นสิบห้าได้อย่างไร้ความปรานี
พิมพ์มาดาตวัดสายตาคมกริบมองสถาปนิกหนุ่มฝั่งตรงข้าม รอยยิ้มเยдяเย็นชาประดับอยู่บนมุมปากเรียวบางที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงก่ำ เธอไม่ได้หวาดกลัวดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับปลุกสัญชาตญาณนักรบในตัวมัณฑนากรสาวให้ลุกโชนขึ้นมาอย่างเต็มพิกัด
"คุณภูผาคะ... อ่า ขออภัย ผมหมายถึง *คุณภูผาครับ*" พิมพ์มาดาจงใจเน้นเสียงล้อเลียนจังหวะที่อีกฝ่ายชอบวางท่าถือดี "ช่วยกรุณาใช้สมองซีกซ้ายที่มีรอยหยักมากกว่าพวกเราคนธรรมดา คิดทบทวนดูใหม่อีกรอบได้ไหมครับ ว่าถ้าผนังห้องรับแขกถูกร่นเข้ามาอีกสองเมตรครึ่งตามที่คุณขีดเส้นตายมา โซฟาบล็อกเซ็ตใหญ่ที่ฉันอุตส่าห์เลือกสรรมาอย่างพิถีพิถัน มันจะเอาไปวางไว้ตรงส่วนไหนของห้อง... หรือจะให้แขกผู้มีเกียรติของเจ้าของบ้าน นั่งห้อยขาตกแต่งอินทีเรียร์บนระเบียงตึกชั้นบนกันแน่"
ภูผานิ่งเงียบ ใบหน้าคมคายราวกับถูกแกะสลักจากหินอ่อนไร้ซึ่งความรู้สึก ทว่ากล้ามเนื้อตรงกรามกลับขบเข้าหากันจนนูนเด่น สถาปนิกหนุ่มร่างสูงโปรดปรานความสมบูรณ์แบบทางโครงสร้างยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด เขาเกลียดการถูกท้วงติง ยิ่งเป็นผู้หญิงปากเก่งที่ชอบทำตัวเหนือกว่าเขาในทุกโปรเจกต์ด้วยแล้ว มันยิ่งทำให้ความดันในกายพุ่งสูง
ร่างสูงผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะประชุมยาวจนแทบจะไร้ระยะห่าง ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองมัณฑนากรสาวราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางกลิ่นยาสูบอ่อนๆ ลอยปะปนมากับอากาศรอบตัว ทำให้พิมพ์มาดาต้องเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ แต่เธอก็ยังเชิดหน้าสู้ ไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว
"ถ้าคุณพิมพ์มาดา ใช้เวลาว่างจากการเลือกหมอนอิงสีพาสเทลไร้สาระ มาศึกษาโครงสร้างรับน้ำหนักของคานคอนกรีตเสริมเหล็กสักนิด คุณก็จะรู้ว่าไอ้โซฟาตัวเบ้อเริ่มเทิ่มที่คุณรักนักรักหนาน่ะ มันกำลังสร้างภาระมหาศาลให้กับเสาหลักรับน้ำหนักตรงกลางบ้าน"
เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความหงุดหงิด ภูผายื่นมือหนาลงไปทาบบนพิมพ์เขียวแผ่นใหญ่ นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนจุดที่เป็นปัญหาเสียงดังป็อกๆ "ผมเป็นสถาปนิก หน้าที่ของผมคือความปลอดภัยและมั่นคงของอาคาร ไม่ใช่การตามเช็ดตามล้างความต้องการฟุ่มเฟือยของมัณฑนากรที่คิดแค่ความสวยงามฉาบฉวย!"
"นี่คุณ!" พิมพ์มาดาดีดตัวลุกขึ้นยืนตาม แรงอารมณ์ทำให้หน้าอกกระเพื่อมไหวตามจังหวะหายใจเข้าออก ความใกล้ชิดทำให้เธอได้กลิ่นอายความดุดันจากตัวเขาชัดเจนขึ้น "อย่ามาดูถูกวิชาชีพของฉันนะ! ถ้าโครงสร้างของคุณมันยืดหยุ่นพอที่จะรองรับไลฟ์สไตล์ของคนอยู่จริง ฉันก็ไม่ต้องมานั่งปวดหัวแก้ปัญหาปลายเหตุแบบนี้หรอก อาณาเขตการทำงานของเรามันถูกแบ่งไว้ชัดเจนตั้งแต่แรก กรุณาอย่าล้ำเส้นความรับผิดชอบของฉัน!"
"อาณาเขตงั้นเหรอ?" ภูผาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกวาดมองสำรวจริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงเขาฉอดๆ แวบหนึ่ง ประกายความรู้สึกบางอย่างไหวระริกอยู่ในดวงตาสนิทคู่นั้น แต่มันก็เลือนหายไปอย่างรวดเร็วราวกับภาพลวงตา "ตราบใดที่เส้นลายเส้นบนแปลนบ้านหลังนี้เริ่มต้นจากปลายปากกาของผม ทุกพื้นที่ในบ้านหลังนี้... คืออาณาเขตของผมทั้งสิ้น คุณไม่มีสิทธิ์มาต่อรองอะไรทั้งนั้น!"
"คุณมันเผด็จการ บ้าอำนาจ และไม่มีความเป็นมืออาชีพเอาเสียเลย!"
"ปากเก่งนักนะ..."
ภูผาก้าวประชิดเข้าไปอีกขั้น จนพิมพ์มาดาต้องเอนตัวหลบโดยอัตโนมัติ สะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะประชุมด้านหลังอย่างจัง ช่องว่างระหว่างคนทั้งคู่แทบไม่เหลือ บรรยากาศในห้องประชุมที่เคยร้อนระอุด้วยการถกเถียงเรื่องงาน กลับแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดอีกรูปแบบหนึ่งที่อบอวลไปด้วยกระแสไฟฟ้าประหลาด ไดอะล็อกและการปะทะคารมเมื่อครู่เหมือนถูกแช่แข็งลงฉับพลันเมื่อระยะห่างลดลงจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ
ดวงตากลมโตของมัณฑนากรสาวเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อตระหนักว่าตอนนี้เธอกำลังตกอยู่ใน "อาณาเขต" ของผู้ชายปากร้ายคนนี้อย่างสมบูรณ์แบบ ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะเข้ากับพวงแก้มทำให้สมองของเธอเริ่มรวนเร ความคิดที่จะเถียงต่อติดขัดอยู่ในลำคอ
"ถ้าคิดว่าผมเผด็จการนัก..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นความเย้าแหย่เจือความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ความเย็นชา "คืนนี้เราไปเคลียร์ *อาณาเขต* ที่เหลือกันต่อสองต่อที่ห้องทำงานผมดีไหมล่ะ คุณจะได้รู้ว่าผมเผด็จการจริงอย่างที่ปากว่าหรือเปล่า"
พิมพ์มาดาหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ (และบางสิ่งที่เธอไม่อยากยอมรับ) เธอยกมือขึ้นเตรียมจะผลักอกแกร่งออกไปให้พ้นทาง แต่ทว่า...
*แกร็ก!*
เสียงเปิดประตูห้องประชุมดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบงันที่กำลังพ่นพิษสง ร่างสูงโปรดปรานของกรณ์โผล่เข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือ เจ้าตัวชะงักกึกเมื่อเห็นภาพสถาปนิกหนุ่มมาดนิ่งกำลังยืนกักตัวมัณฑนากรสาวไว้แนบชิดติดโต๊ะประชุม ดวงตาของเพื่อนสนิทเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนขบขัน
"อุ๊ย... ผมเข้ามาขัดจังหวะการแบ่งอาณาเขตอะไรกันอยู่หรือเปล่าครับเนี่ย?" กรณ์เอ่ยแซاด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ พร้อมกับทำท่าจะถอยหลังเดินกลับออกไป "เชิญพวกคุณเคลียร์พื้นที่กันต่อตามสบายเลยนะ ไม่ต้องเกรงใจผม!"
พิมพ์มาดาผลักอกภูผาเต็มแรง รีบผละตัวออกมาจากวงแขนแกร่งทันที ใบหน้าร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู เธอคว้ากระเป๋าถือขึ้นมาสะพายไหล่ด้วยความหงุดหงิดปนเขินอาย โยนค้อนวงใหญ่ใส่สถาปนิกหนุ่มที่ยืนตีหน้าตายทำเป็นไม่รู้ไม่ช้า ก่อนจะเดินกระแทกส้นเท้าผ่านหน้ากรณ์ออกไปจากห้องประชุมโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย
ภูผายืนมองตามแผ่นหลังบางที่เดินหายลับไป รอยยิ้มมุมปากที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายชั่วพริบตา ก่อนที่เขาจะหันกลับมาประสานสายตากับเพื่อนสนิทที่ยืนอมยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่ตรงประตู
"มองอะไรของแก..." ภูผาเสียงเขዳ กลบเกลื่อนความรู้สึกวุ่นวายใจในอกด้วยการสะบัดหน้าหนี "งานเสร็จแล้วก็ไสหัวไปซะ"
"เปล่าซะหน่อย แค่จะมาบอกว่า..." กรณ์ยิ้มกริ่ม แววตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความสนุกสนาน "มีคนส่งพัสดุมาให้แก... เป็นซองเอกสารสีน้ำตาล ไม่มีชื่อผู้ส่ง แต่ที่สำคัญคือ... *หน้าซองระบุชื่อคนที่แกกำลังตามหาเมื่อสามปีก่อน* วางอยู่บนโต๊ะทำงานแกแล้วนะเพื่อน"
รอยยิ้มบนใบหน้าของภูผาสลายหายไปในพริบตา ความเย็นชาและดวงตาคมกริบกลับมาแทนที่อย่างรวดเร็ว หัวใจกระตุกวูบด้วยความรู้สึกที่คาดไม่ถึง เขารีบก้าวเท้าเดินออกจากห้องประชุมมุ่งตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวทันที โดยมีสายตาของกรณ์มองตามด้วยความกังวลระคนลุ้นระทึก
และเมื่อผลักประตูห้องทำงานเปิดออก ภาพซองเอกสารสีน้ำตาลปริศนาที่วางเด่นเป็นสง่าอยู่บนโต๊ะทำงาน ก็ทำให้ลมหายใจของสถาปนิกหนุ่มสะดุดกึก... ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาต้องช็อกค้างยิ่งกว่า คือร่างของใครบางคนที่ยืนรออยู่ริมหน้าต่าง หันกลับมาส่งยิ้มเย็นเยียบให้เขา พร้อมกับคำทักทายที่ทำเอาโลกทั้งใบหยุดหมุน
"สวัสดีจ่ะ... พี่ภู ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ คิดถึงกันบ้างไหมคะ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความซึนของพี่ภูและยัยพิมพ์ด้วยกันเสมอนะครับ!
สถาปนิกหน้านิ่งกับยัยมัณฑนากรสายรั้น•ตอนที่ 2
อาณาเขตของใคร
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับยัยมัณฑนากรสายรั้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!