เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะประชุมใหญ่ดังปัง สะท้อนก้องไปทั่วห้องกระจกเก็บเสียงจนพนักงานแผนกอื่นที่เดินผ่านไปมาต้องชะביดมองผ่านกระจกใสฝ้า
"ตัวเลขงบประมาณส่วนการตกแต่งภายในของตึก A มันหายไปเกือบสามล้านบาทนะครับคุณพิมพ์มาดา... หรือว่าคุณทำบัญชีตกหล่นตอนดึกเพราะมัวแต่ไปทำอย่างอื่นกันแน่"
มีนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าที่แต่งแต้มอย่างประณีตเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคู่นคมกวาดมองเพื่อนร่วมงานรอบโต๊ะเพื่อหาแนวร่วม รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากนั้นไม่ได้พยายามซ่อนเร้นเลยแม้แต่น้อย เอกสารสรุปงบประมาณฉบับแก้ไขถูกผลักไสไล่ส่งมาตรงหน้ามัณฑนากรสาวอย่างจงใจ
พิมพ์มาดานั่งนิ่งหลังตรง เธอไม่ได้แตะต้องเอกสารแผ่นนั้นทันที ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองหน้าอีกฝ่ายนิ่งสนิท บรรยากาศรอบตัวเธอนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในยามไร้ลมพัด แต่ทว่าแววตากลับคมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก
"ถ้าคุณมีเวลาเอาสมองไปคิดเรื่องไร้สาระ น้อยกว่าเวลาที่ใช้เช็คตัวเลขในระบบสามรอบ คุณคงเห็นว่ายอดสามล้านนั้นถูกโยกไปหมวดงานโครงสร้างพิเศษตามที่ดีไซน์ของสถาปนิกหลักอนุมัติเมื่อวานซืนแล้วนะครับ... อ้อ ขอโทษทีครับ ลืมไปว่าคนบางคนอาจจะอ่านผังงบประมาณไม่ออก เพราะมัวแต่สนใจเรื่องการเมืองในออฟฟิศมากกว่างานออกแบบ"
คำพูดสวนกลับที่นิ่มนวลแต่เชือดเฉือนทุกอณูทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของมีนแข็งค้าง ทว่าก่อนที่สงครามน้ำลายขนาดย่อมจะได้ลุกลามไปมากกว่านั้น เสียงเปิดประตูกระจกบานใหญ่ก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงโปรดของสถาปนิกหนุ่มที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉยราดรดน้ำเดือดลงบนกองไฟ
ภูผาย่างก้าวเข้ามาในห้องประชุมอย่างเชื่องช้า แต่ทุกย่างก้าวกลับทรงพลังและกดดันให้ทุกคนในห้องต้องเงียบเสียงลงโดยอัตโนมัติ เขายังคงอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอกเช่นเคย เนคไทถูกคลายออกเล็กน้อยดูไม่เป็นทางการนัก แต่รัศมีความน่าเกรงขามกลับพุ่งสูงจนน่าขนลุก
"มีปัญหาอะไรกันเสียงดังไปถึงห้องทำงานผมครับ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเรียบๆ สายตากวาดมองแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ ก่อนจะหยุดนิ่งที่ใบหน้าของมีนชั่วครู่หนึ่งแล้วเบนมาสบตากับมัณฑนากรสาวที่นั่งไขว่ห้างรักษากิริยาอย่างสง่างาม
"คุณภูผาคะ พอดีพิมพ์เขา..." มีนรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นหวังดีทันที น้ำเสียงดัดให้ดูอ่อนลงราวกับคนละคน "พิมพ์เธอจัดการงบประมาณผิดพลาดค่ะ ยอดสามล้านหายไป มีนกลัวว่าทางผู้บริหารจะตรวจสอบเจอแล้วบริษัทเราจะเสียหายค่ะ"
ภูผายังไม่ตอบในทันที เขายื่นมือหนาหยิบแฟ้มเอกสารฉบับปัญหาขึ้นมาพลิดูผ่านๆ สองสามหน้า นิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ บนกระดาษราวกับกำลังใช้ความคิด บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน
"แปลกจังนะครับ..." ภูผาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่เย็นเยียบ "งบฉบับนี้ ผมเป็นคนเซ็นอนุมัติการโยกย้ายงบสามล้านบาทนี้ด้วยตัวเองเมื่อวานนี้ตอนบ่ายสามโมงตรง และสำเนาฉบับนี้ก็ถูกส่งเข้าอีเมลของหัวหน้าแผนกบัญชีและ... คุณมีนด้วย"
เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับมีนตรงๆ แววตานิ่งสนิทคู่นั้นไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าพายุฝน "หรือว่า... กล่องข้อความของคุณมีปัญหา จนทำให้มองไม่เห็นเอกสารสำคัญที่ส่งตรงถึงหน้าจอครับ"
มีนหน้าซีดเผือดลงทันที ริมฝีปากสั่นระริกเล็กน้อยพูดไม่ออก เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อรู้ตัวว่าติดกับดักที่ตัวเองขุดขึ้นมาฝังตัวเองเข้าอย่างจัง
พิมพ์มาดาที่นั่งมองเหตุการณ์ทั้งหมดลอบยิ้มมุมปากอย่างสะใจ เธอเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่มที่ยืนอยู่ใกล้ๆ แผ่นหลังกว้างนั้นทำหน้าที่เป็นโล่กำบังให้เธอได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องเอ่ยปากขอความช่วยเหลือเลยแม้แต่น้อย
"ถ้าไม่มีเรื่องอื่นแล้ว..." ภูผาวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะเสียงดังปังเบาๆ "ผมรบกวนเวลาทำงานของทุกคนต่อดีกว่านะครับ ส่วนคุณมีน... เอกสารชุดนี้รบกวนอ่านให้ละเอียดก่อนจะเรียกประชุมครั้งหน้า ผมไม่อยากเสียเวลามานั่งอธิบายเรื่องเบสิกให้คนระดับหัวหน้าแผนกฟังบ่อยๆ ครับ"
พูดจบเขาก็หันมามองมัณฑนากรสาวที่นั่งอยู่ พร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเป็นเชิงส่งสัญญาณ
"ไปกันครับคุณพิมพ์... เรายังมีงานออกแบบห้องเพנטเฮาส์ที่ต้องเคลียร์รายละเอียดกันต่อบนโต๊ะของผม"
พิมพ์มาดาลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม เธอเก็บกระเป๋าคู่ใจเข้าแขนเรียว ก่อนจะเดินผ่านมีนที่ยืนแข็งทื่อเป็นหุ่นปูนปั้นไปโดยไม่ชายตาแลแม้แต่น้อย ทว่าในจังหวะที่เดินผ่านไหล่หนาของสถาปนิกหนุ่ม เธอก็อดไม่ได้ที่จะกระซิบกระซาบเบาๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน
"ปากร้าย... แต่ก็พึ่งพาได้นี่ครับ สถาปนิกหนุ่ม"
ภูผาชะงักฝีเท้าเล็กน้อย เขาหันกลับมามองค้อนคนตัวเล็กที่เดินนำลิ่วออกไปก่อนด้วยรอยยิ้มเหนือกว่า แววตาคมกริบฉายประกายความเอ็นดูระคนหมั่นไส้ระSิบระสัย เขาแอบถอนหายใจเบาๆ กับความปากเก่งที่ไม่เคยลดลงเลยแม้แต่น้อยของเธอ
ทั้งสองเดินเคียงคู่กันกลับมายังโซนทำงานส่วนตัวของภูผา ประตูกระจกบานทึบปิดลงพร้อมกับเสียงล็อกกลอนเบาๆ ที่ตัดขาดโลกภายนอกออกจากพื้นที่ส่วนตัวของเขากับเธอ แสงไฟสีส้มอบอุ่นจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบกับร่างสูงที่ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานตัวโปรด ก่อนจะแหงนหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะด้วยท่าทางมั่นใจ
"วันนี้... ขอบคุณนะครับที่ออกตัวให้" พิมพ์มาดาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย แววตาคู่สวยมองตรงมาที่เขาอย่างมีความหมาย
ภูผาไม่ตอบในทันที เขายื่นมือหนาไปดึงข้อมือเรียวของเธอเบาๆ ออกแรงดึงเพียงนิดเดียวร่างบางก็เซถลาเข้ามาใกล้จนแทบจะแนบชิดกับขอบโต๊ะทำงาน ดวงตาคมกริบช้อนขึ้นมองเจ้าของใบหน้าหวานที่ตอนนี้กำลังเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับจู่โจม
"ผมไม่ได้ช่วยคุณฟรีๆ หรอกนะครับ..." ภูผาเอ่ยเสียงพร่าต่ำ ใบหน้าหล่อเหลาขยับเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าหากันในระยะประชิด "ค่าตอบแทนที่คุณต้องจ่ายให้ผม... คือการอธิบายเหตุผลว่าทำไมคุณถึงชอบเอาตัวเองไปเสี่ยงอันตรายกับคนพวกนั้นอยู่เรื่อย"
พิมพ์มาดาหัวใจเต้นรัวระส่ำ เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคืองยามเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาคู่คมที่พราวระยับด้วยประกายความคลั่งรักที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีดุๆ นั้น ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ ปลายนิ้วอุ่นของเขายังคงกุมข้อมือเธอไว้มั่นราวกับกลัวว่าเธอจะหนีหายไปไหน
ทว่าในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและหัวใจของทั้งสองกำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงเปิดพรวดเข้ามาของกรณ์เพื่อนสนิทตัวดีที่ทำลายบรรยากาศพังทลายลงในพริบตา
"เฮ้ย ภู! แย่แล้ว... ทางโครงการใหญ่ที่ภูเก็ตโทรมาแจ้งด่วน..."
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เมทริกซ์ซีโร่" เสมอมานะครับ
สถาปนิกหน้านิ่งกับยัยมัณฑนากรสายรั้น•ตอนที่ 13
เกมการเมืองในออฟฟิศ
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับยัยมัณฑนากรสายรั้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!