“พิมพ์... ผมมีเรื่องต้องคุยกับคุณเป็นการส่วนตัว”
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของภูผาไม่ได้มีช่องว่างให้ปฏิเสธ สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนความหงุดหงิดอย่างชัดเจน มือหนาคว้าข้อมือเรียวของมัณฑนากรสาวเอาไว้โดยไม่รอฟังคำอนุญาต ขณะที่ร่างสูงอีกร่างกำลังขยับตัวเข้ามาแทรกกลางอย่างจงใจ
“อ้าว คุณภูคะ จะรีบไปไหนกันคะ มีนเพิ่งคุยเรื่องวัสดุตึก B กับทีมวิศวกรค้างอยู่เลย หรือว่า... กำลังหนีหน้ามีนอยู่หรือเปล่าคะเนี่ย”
มีนส่งเสียงหวานเลี่ยนพร้อมกับทำทีเป็นก้าวเข้ามาใกล้ แขนเรียวภายใต้เสื้อสูทแบรนด์ดังแกล้งทำเป็นสะดุดข้อศอกของสถาปนิกหนุ่ม เพื่อสร้างภาพความแนบชิดที่จงใจให้พิมพ์มาดาเห็นเต็มสองตา
พิมพ์มาดายืนนิ่ง ใบหน้ารูปไข่เชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสีเข้มฉายแววเยาะหยันอย่างไม่คิดจะปิดบัง เธอไม่ได้ดึงมือออกจากการกุมของภูผาในทันที แต่กลับเลือกที่จะใช้สายตากวาดมองท่าทีจอมปลอมของผู้หญิงตรงข้ามหัวจรดเท้า
“ถ้าคุยเรื่องวัสดุตึก B ค้างอยู่จริง คุณมีนควรกลับไปปรึกษากับสเปกที่พิมพ์ออกแบบไว้ล่าสุดนะครับ เพราะเท่าที่จำได้... รายละเอียดที่พิมพ์ส่งให้ทีมโครงสร้างเมื่อวาน ไม่ได้มีตรงไหนอนุญาตให้ใครเอาเกรดบีมาสับเปลี่ยนเป็นเกรดซีเพื่อลดงบประมาณตามใจชอบ” พิมพ์มาดายิ้มหวานหยด ทว่าน้ำเสียงกลับเฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่เคลือบน้ำผึ้ง
มีนหน้าเจื่อนลงไปวูบหนึ่ง ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว พร้อมกับหัวเราะกลบเกลื่อนเสียงแหลม
“ตายจริง น้องพิมพ์เข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้วค่ะ มีนก็แค่หวังดีอยากช่วยประหยัดงบให้โปรเจกต์นี้เดินหน้าเร็วขึ้นเท่านั้นเองค่ะ เผื่อคุณภูเขาจะเหนื่อยกับอะไรหลายๆ อย่าง... จนมองข้ามจุดเล็กๆ น้อยๆ ไป” มีนจงใจทิ้งน้ำหนักเสียงตรงคำว่า ‘เหนื่อยกับอะไรหลายๆ อย่าง’ พร้อมกับส่งสายตาหวานเชื่อมไปให้ชายหนุ่มข้างกาย
ภูผาขมวดคิ้วมุ่น ความอดทนของสถาปนิกหนุ่มมาถึงขีดจำกัดแล้ว เขากระชากข้อมือของพิมพ์มาดาให้เดินตามแรงดึงเบาๆ เพื่อผละออกจากวงสนทนาที่น่ารำคาญนี้ทันที โดยไม่แม้แต่จะชายตามองมีนที่กำลังส่งเสียงเรียกตามหลัง
“เดี๋ยวสิครับคุณภู...”
“ผมหมดเวลาคุยเรื่องไร้สาระแล้วครับคุณมีน และถ้าโปรเจกต์นี้ยังมีความคิดเห็นที่ขัดแย้งกับบรีฟหลักของสถาปนิกและมัณฑนากรผู้ออกแบบ เชิญไปทำเรื่องยื่นถอนตัวออกจากการประชุมได้เลยครับ”
ภูผาตอกกลับเสียงเรียบแต่เฉียบขาด บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลงจนหนาวเยือก มีนกัดริมฝีปากแน่นด้วยความแค้นเคือง ดวงตาคู่คมจ้องมองแผ่นหลังกว้างที่เดินจูงมือหญิงสาวอีกคนลับหายเข้าไปในห้องทำงานกระจกนิรภัย
ประตูกระจกถูกปิดลงพร้อมกับเสียงล็อกกลอนอัตโนมัติที่ตัดขาดความวุ่นวายภายนอกออกไปจนหมดสิ้น
ห้องทำงานส่วนตัวของหัวหน้าสถาปนิกเงียบสงบ มีเพียงกลิ่นกาแฟคั่วเข้มจางๆ และกลิ่นหอมสะอาดที่เป็นเอกลักษณ์ของคนตรงหน้า พิมพ์มาดาพยายามสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม ทว่าคนตัวสูงกว่ากลับยิ่งออกแรงบีบกระชับแน่นขึ้นกว่าเดิม
“ปล่อยได้แล้วมั้งคะคุณภูผา มือฉันไม่ใช่หุ่นปูนปลาสเตอร์นะ จะได้บีบเอาตามใจชอบแบบนี้” พิมพ์มาดาเอ่ยเสียงห้วน สะบัดหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนร่องรอยความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มอย่างไม่มีสาเหตุ
ภูผายังคงนิ่งเงียบ เขาปล่อยมือจากข้อมือเรียวบางแล้วเปลี่ยนมาเป็นกอดอกมองหน้าหญิงสาวแทน ดวงตาคมปลาบกวาดสำรวจตั้งแต่เส้นผมสลวยจรดปลายรองเท้าผ้าใบแฟชั่น ท่าทีคุกคามแบบนั้นทำให้พิมพ์มาดาต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติจนสะโพชนุ่มชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน
“คุณหึงเหรอ”
คำถามห้วนๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกของสถาปนิกหนุ่ม น้ำเสียงของเขาไม่ได้มีแววหยอกล้อ แต่จริงจังจนน่ากลัว
พิมพ์มาดาชะงักไปชั่ววินาที ก่อนจะหัวเราะหึในลำคอ ดวงตากลมโตตวัดกลับมาจ้องสู้แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน “หึง? คุณเอาความมั่นใจแบบนี้มาจากไหนคะคุณภูผา ฉันเนี่ยนะจะไปหึงคุณกับผู้หญิงที่เดินตามตื๊อคุณเหมือนเงาตามตัวแบบนั้น ฝันไปหรือเปล่าคะ”
“ถ้าไม่ได้หึง... แล้วทำไมเมื่อกี้ถึงทำหน้าเหมือนอยากจะกินเลือดกินเนื้อคุณมีนขนาดนั้น” ภูผาก้าวเข้าไปประชิดตัวทีละน้อย จนพื้นที่ว่างระหว่างกันถูกลดทอนลงจนแทบไม่เหลือ ลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือกลิ่นคาเฟอีนลอยปะทะเข้ากับปลายจมูกรั้นของหญิงสาว
“ฉันไม่ได้อยากกินเลือดใครค่ะ ฉันแค่เสียดายงบประมาณบริษัทและรำคาญพวกที่ชอบลักไก่แก้แบบโดยไม่ได้รับอนุญาตต่างหากล่ะคะ” พิมพ์มาดาเชิดหน้าขึ้นเถียง ขยับตัวหนีแต่ก็จนมุมเพราะแผ่นหลังติดกับโต๊ะทำงานตัวใหญ่
“ปากแข็ง” ภูผาพ่นลมหายใจออกทางจมูก มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นท้าวกับขอบโต๊ะกั้นขังร่างบางเอาไว้ตรงกลาง สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่คนปากเก่งอย่างเธออ่านไม่ออก “รู้ไหมว่าคุณมีนเขาพยายามทำอะไรอยู่”
“จะทำอะไรก็เรื่องของเขาค่ะ ไม่เกี่ยวกับฉัน”
“เกี่ยวสิครับ... เกี่ยวเต็มๆ เลย” ภูผาก้มหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบจะชิดกับหน้าผากของเธอ น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยกระซิบข้างใบหูขาวสะอาด “เพราะเป้าหมายจริงๆ ของเขาไม่ใช่โปรเจกต์นี้... แต่เป็นผม และเขาก็รู้ว่าคุณคือคนที่ยืนขวางทางเขาอยู่”
พิมพ์มาดาหัวใจกระตุกวูบ ความใกล้ชิดที่มากจนเกินงามทำให้สติสตางค์ที่เคยกระเจิงกลับมารวมตัวกันยากยิ่งขึ้น เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาเอาไว้เพื่อรักษาระยะห่าง ทว่ากล้ามเนื้อแน่นตึงใต้เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนนั้นกลับแข็งราวกับกำแพงหิน
“ถ้าเขารู้ว่าฉันขวางทาง... เขาก็ควรจะรู้ด้วยว่าฉันไม่ใช่คนที่ยอมให้ใครมาเหยียบหัวง่ายๆ หรอกนะคะ” พิมพ์มาดาเสียงสั่นเล็กน้อยเมื่อริมฝีปากของเขาขยับเข้าใกล้จนเกือบจะแตะโดนแก้มเนียน
“ผมรู้ว่าคุณเก่ง และผมก็รู้ว่าคุณจัดการได้...” ภูผาเว้นจังหวะไปชั่วครู่ นัยน์ตาสีเข้มฉายแววอ่อนโยนขึ้นมาวูบหนึ่งก่อนจะหายวับไปกับตา “แต่ผมไม่อยากให้คุณต้องไปเปลืองแรงกับคนแบบนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเอง”
“หน้าที่ของคุณ? หน้าที่อะไรคะ หน้าที่ยืนให้เขาเกาะแขนโชว์คนอื่นในไซต์งานน่ะเหรอคะ” พิมพ์มาดายังคงไม่ยอมแพ้ เรื่องยอกย้อนต้องยกให้เธอเป็นที่หนึ่ง
ภูผายิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น และมันมีอานุภาพทำลายล้างความตั้งใจแข็งกร้าวของมัณฑนากรสาวจนราบคาบ มือหนาที่เคยท้าวโต๊ะเปลี่ยนมาเป็นเอื้อมมือไปปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของเธอทัดหูไว้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นจัดนั้นทำให้พิมพ์มาดานิ่งค้างไปโดยปริยาย
“หึงก็บอกว่าหึง... ผมไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย”
“ฉันไม่ได้—”
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวในห้องทำงานทันที ตามด้วยเสียงเปิดประตูพรวดพราดยกใหญ่โดยไม่รอให้เจ้าของอนุญาต
“พี่ภู! แย่แล้วครับ! แบบแปลนโครงสร้างโซน C ที่ส่งให้ทางทีมผู้รับเหมาเมื่อเช้า... ถูกสลับไฟล์ครับ!”
กรณ์วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้อง สีหน้าของเพื่อนสนิทและสถาปนิกหนุ่มร่วมทีมซีเรียสเครียดจัดจนเห็นได้ชัด ภูผาถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหัวเสีย เขาละมือจากกรอบหน้าของพิมพ์มาดาอย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนจะหันไปตวัดสายตาดุใส่กรณ์
“หมายความว่ายังไงที่ถูกสลับไฟล์ ใครเป็นคนแตะไฟล์นั้นล่าสุด”
“มีคนใช้รหัสผ่านของระบบกลางดึงข้อมูลออกไปตอนตีสองครับ และคนที่คีย์การ์ดเข้าห้องเซิร์ฟเวอร์ในช่วงเวลานั้น... มีแค่คนเดียว” กรณ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเอ่ยชื่อบุคคลที่สามออกมาด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
“คุณมีนครับ...”
พิมพ์มาดาหรี่ตาลงทันที ความรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างแล่นแปลบเข้ามาในอก เธอหันไปสบตากับภูผาที่กำลังกำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความหวานละมุนเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยบรรยากาศตึงเครียดที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
ภูผายกยิ้มมุมปากด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่พิมพ์มาดาเคยเห็นมา
“ดูท่าทาง... เขาคงอยากจะเล่นเกมใหญ่กับเราสินะครับ” ภูผาหันกลับมามองมัณฑนากรสาว แววตาคมกริบฉายประกายความท้าทาย “ไปกันครับพิมพ์... เราต้องไปเคลียร์เรื่องนี้ให้จบกันต่อหน้าทุกคน”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้นักเขียนคนนี้เสมอนะครับ
สถาปนิกหน้านิ่งกับยัยมัณฑนากรสายรั้น•ตอนที่ 12
มีนผู้ไม่ได้รับเชิญ
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับยัยมัณฑนากรสายรั้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!