"เฮ้ย ภู! แย่แล้ว... ทางโครงการใหญ่ที่ภูเก็ตโทรมาแจ้งด่วน..."
เสียงของกรณ์ที่ดังแทรกผ่านลำโพงโทรศัพท์มือถือในบรรยากาศงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จของบริษัท ทำเอาแก้วไวน์ในมือของภูผาเกือบหลุดร่วง
ภายในห้องจัดเลี้ยงหรูหราใจกลางสุขุมวิท เสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ เคล้ากับเสียงพูดคุยจอแจของผู้คน แต่โสตประสาทของสถาปนิกหนุ่มกลับโฟกัสอยู่แค่ปลายสาย ใบหน้าคมคายที่ปกติมักจะนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อน บัดนี้กลับขมวดมุ่นจนแทบจะเป็นปม
"เกิดอะไรขึ้นวะ กรณ์" ภูผากดเสียงต่ำลอดไรฟัน พยายามควบคุมสติท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อในงาน
"ไอ้มีนมันเล่นตุกติกว่ะ มันเอาแบบแปลนฉบับแก้ไขรอบก่อนที่แกทิ้งไว้ในเซิร์ฟเวอร์กลาง ไปยื่นเสนอให้กับทางกลุ่มทุนใหม่ พร้อมกับเคลมว่าเป็นไอเดียของมันเอง ตอนนี้ทางนั้นกำลังเข้าใจผิดว่าเราก๊อปปี้งานมัน! แกต้องรีบเคลียร์ด่วนเลยนะเว้ย"
เปรี๊ยะ... เหมือนมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านไปทั่วร่าง ภูผากรามขบเข้าหากันจนสันกรามขึ้นเป็นสันนัด ดวงตาคมกริบฉายแววกรุ่นโกรธขึ้นมาทันที ไม่ใช่เพราะกลัวเสียโปรเจกต์ แต่เพราะความมักง่ายและไร้จรรยาบรรณของผู้หญิงคนนั้น—มีน สถาปนิกสาวที่คอยแต่จะหาทางลัดเหยียบหัวคนอื่นขึ้นมา
"ฉันจะเคลียร์เอง ส่งไฟล์หลักฐานทั้งหมดมาให้ฉันตอนนี้"
ภูผากดวางสายด้วยความหงุดหงิด เขากวาดสายตามองหาใครบางคนท่ามกลางฝูงชน ก่อนจะพบเป้าหมายยืนอยู่ริมระเบียงกระจกใส พิมพ์มาดาในชุดเดรสสั้นเข้ารูปสีน้ำเงินเข้มกำลังถือแก้วแชมเปญจิบเบาๆ สีหน้าของเธอดูเหนื่อยล้าไม่แพ้กันหลังจากต้องรับมือกับบรรดาไฮโซและลูกค้าจอมเรื่องมากตลอดทั้งคืน
สถาปนิกหนุ่มก้าวเท้าฉับๆ ตรงเข้าไปหา ปลายทางของเขาไม่ใช่แค่การระบายความหงุดหงิด แต่เขารู้ดีว่ามีเพียงผู้หญิงคนนี้... มัณฑนากรสาวปากเก่งคนนี้เท่านั้นที่จะช่วยเขาตลบหลังเกมทุเรศๆ ของมีนได้ทันท่วงที
"พิมพ์..."
น้ำเสียงห้วนๆ ที่เอ่ยเรียกทำให้มัณฑนากรสาวสะดุ้งเล็กน้อย เธอหันมามองด้วยหางตา ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มหยันตามสไตล์
"อะไรคะคุณสถาปนิกหน้ายักษ์ หรือว่าลูกค้าคอมเพลนเรื่องดีไซน์ผนังห้องโถงอีก ถ้าใช่... บอกไว้ก่อนนะว่าฉันไม่แก้รอบที่สามฟรีๆ หรอกนะ" พิมพ์มาดาเอ่ยสวนกลับทันควันโดยไม่ยอมลดราวาศอก ดวงตากลมโตฉายแววท้าทาย
"ไม่ใช่เรื่องงานออกแบบ" ภูผาถอนหายใจพรืดใหญ่ พยายามข่มอารมณ์กรุ่นโกรธไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งขรึม "แต่มีคนกำลังเล่นตุกติกกับโปรเจกต์ภูเก็ต ยัยมีนมันขโมยแบบร่างเวอร์ชันเก่าของฉันไปเคลมว่าเป็นของตัวเอง ทางบอร์ดบริหารกำลังเข้าใจผิด"
พิมพ์มาดาชะงัก รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าเลือนหายไปทันที แววตาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินชื่อคู่แข่งตัวฉกาจ
"ห า ? ว่าไงนะ... นังมีนเนี่ยนะกล้าเล่นวิธีสกปรกแบบนี้" พิมพ์มาดาวางแก้วแชมเปญลงบนโต๊ะข้างทางเสียงดังลั่นด้วยความฉุนเฉียว "ทุเรศชะมัด! ทำอะไรฝีมือตัวเองไม่ได้ ก็เลยต้องใช้วิธีขโมยของชาวบ้านว่างั้นเถอะ"
"แล้วเธอจะยืนบ่นเฉยๆ หรือจะช่วยฉันตลบหลังมัน" ภูผายื่นสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอแสดงไฟล์หลักฐานทั้งหมดให้เธอู ใกล้จนปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะชนกัน ระยะห่างที่ลดลงกะทันหันทำให้พิมพ์มาดาต้องผถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ จากตัวภูผาโชยเข้าจมูก มัณฑนากรสาวรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มอย่างไม่มีสาเหตุ เธอรีบเบือนสายตาหนีแล้วคว้าสมาร์ทโฟนมาเลื่อนดูข้อมูลอย่างรวดเร็วเพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่า
"หึ... คิดว่าฉลาดนักรึไง" พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อกวาดสายตาอ่านรายละเอียดทั้งหมด "ไฟล์นี้ถูกแก้ไขเมื่อสามสัปดาห์ก่อน แต่ในระบบคลาวด์ของเรามีบันทึกไทม์ไลน์การสร้างไฟล์ต้นฉบับตั้งแต่วันแรกแถมลงลายมือชื่อดิจิทัลไว้ชัดเจน ยัยนี่โง่ชะมัดที่เอาเวอร์ชันนี้ไปเล่น เพราะมันมีจุดบกพร่องทางโครงสร้างที่ฉันเป็นคนคอมเมนต์ไว้เองกับมือ!"
มัณฑนากรสาวเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาดุดันเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นประกายระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ เคมีที่เข้าขาและทันกันทำให้บรรยากาศรอบตัวเหมือนมีประกายไฟสпарค์ขึ้นมาเบาๆ
"จัดการมันยังไงดีล่ะคะ ท่านสถาปนิก?" พิมพ์มาดายิ้มมุมปาก ท้าทาย
"ห้องพักรับรองชั้นบน... ตามมา" ภูผาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ก่อนจะคว้าข้อมือเรียวบางแล้วออกแรงดึงให้เธอเดินตามขึ้นไปทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธ
***
บรรยากาศภายในห้องพักรับรองวีไอพีเงียบสงบและเป็นส่วนตัวอย่างยิ่ง เสียงเพลงจากงานเลี้ยงด้านล่างดังอื้ออึงเข้ามาเบาๆ ผ่านผนังกันเสียง ทว่าความเงียบในห้องนี้กลับทำให้เสียงหัวใจของคนทั้งคู่เต้นดังยิ่งกว่า
ภูผาปิดประตูห้องล็อคกลอนแน่นหนา ก่อนจะโยนสูทตัวนอกลงบนโซฟาแล้วปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดบนออกเพื่อระบายความร้อนรุ่ม ในขณะที่พิมพ์มาดากำลังง่วนอยู่กับการเปิดแท็บเล็ตเพื่อดึงข้อมูลหลักฐานเด็ดออกมาสู้กับมีน
"ส่งไฟล์นี้เข้าอีเมลฉุกเฉินของประธานบอร์ดตอนนี้เลยพิมพ์" ภูผาก้าวเข้าไปยืนซ้อนหลังเธอที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน
พิมพ์มาดาชะงักมือที่กำลังพิมพ์ นิ้วเรียวหยุดชะงักเมื่อรับรู้ได้ถึงไออุ่นแผ่ซ่าจากแผ่นอกกว้างที่แนบชิดอยู่ด้านหลัง ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาแทบไม่มีเหลือ ภูผาก้มตัวลงโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหง
"อื้อ... ภู ถอยไปหน่อยสิ มันแคบนะ" พิมพ์มาดาเอ่ยเสียงสั่น พยายามขยับตัวหนีแต่ก็ถูกวงแขนแกร่งที่เท้าลงบนโต๊ะทั้งสองข้างกักตัวเธอไว้ในอ้อมโดยสมบูรณ์
"แคบตรงไหน ตั้งกว้าง..." ภูผากระซิบเสียงพร่าทุ้ม ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้ซอกคอหอมกรุ่น กลิ่นกายหอมหวานเฉพาะตัวของหญิงสาวผสมผสานกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปในช่วงค่ำเริ่มออกฤทธิ์บั่นทอนสติสัมปชัญญะของเขาจนเกือบหมดสิ้น
"ภู... นายเมาแล้วนะ" พิมพ์มาดาหันขวับกลับมาต่อว่า แต่ริมฝีปากของเธอกลับเฉียดผ่านริมฝีปากหยักได้รูปของเขาไปเพียงนิดเดียว ปลายจมูกชนกันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ร้อนระอุ
ดวงตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มฉายแววดุแต่เต็มไปด้วยความปรารถนาอันร้อนแรงที่เจ้าตัวพยายามกดขี่มานานนับเดือน ปากร้ายๆ ที่ชอบเหน็บแนมเธอบัดนี้กลับเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนที่เขาจะเอ่ยเสียงพร่าต่ำชนิดที่ทำให้หัวใจของคนฟังกระตุกวูบ
"ใช่... ฉันเมา" ภูผากระซิบชิดริมฝีปากเธอ "เมากลิ่นของเธอ... เมาตั้งแต่แรกเจอแล้วยัยตัวแสบ"
"อื้อ!"
พิมพ์มาดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอยังไม่ทันได้เอ่ยคำด่าทอใดๆ ออกมา ริมฝีปากหนาก็ทาบทับกลีบปากนุ่มของเธอลงมาอย่างแม่นยำ รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความดุดันและเอาแต่ใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำ อ่อนหวาน และโหยหาจนแทบหลอมละลาย
สติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่กระเจิงหายไปในพริบตา พิมพ์มาดาเผลอเผยอริมฝีปากรับสัมผัสร้อนแรงนั้นอย่างลืมตัว มือเรียวเล็กยกขึ้นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างตัวเองไม่ให้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล
มือหนาของภูผาเลื่อนขึ้นมาประคองท้ายทอยนุ่ม บังคับให้อองศารับจูบแนบแน่นยิ่งขึ้น ความรู้สึกโหยหาที่อัดอั้นมานานระเบิดออกมาในห้องพักรับรองลับเฉพาะกิจแห่งนี้ ไม่มีเสียงบ่น ไม่มีคำเถียง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นและสัมผัสวาบหวามที่ดึงดูดทั้งคู่เข้าหากันราวกับมีแรงโน้มถ่วงมหาศาล
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะผสานเข้าหากันลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย!
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"คุณภูครับ! แย่แล้วครับคุณภู! ทางประธานบอร์ดเรียกตัวด่วน บอกว่าคุณมีนกำลังแถลงข่าวเรื่องโปรเจกต์ภูเก็ตอยู่ข้างล่างตอนนี้เลย!"
เสียงตะโกนร้อนรนของกรณ์ดังทะลุประตูเข้ามา ทำเอาสถาปนิกหนุ่มและมัณฑนากรสาวสะดุ้งสุดตัวผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต!
พิมพ์มาดาหน้าแดงก่ำ หอบหายใจโยนตัวไปพิงพนักเก้าอี้ด้วยความตกใจสุดขีด ส่วนภูผาสบถออกมาคำรามต่ำอย่างหัวเสีย ดวงตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดขีดสุดที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ
ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติกลับคืนมาก่อนจะหันไปมองหน้าหญิงสาวที่ริมฝีปากยังคงบวมเจ่อเล็กน้อยจากรสจูบเมื่อครู่
"เดี๋ยวฉันจัดการเรื่องข้างล่างเอง..." ภูผากล่าวเสียงแหบพร่า สายตาดุดันมองตรงมาที่เธอด้วยความหมายลึกซึ้งที่อ่านไม่ออก "ส่วนเรื่องของเรา... ยังไม่จบแค่นี้แน่ พิมพ์มาดา"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์ซึนๆ ของคู่นี้ แล้วมาลุ้นบทต่อไปด้วยกันนะครับ
สถาปนิกหน้านิ่งกับยัยมัณฑนากรสายรั้น•ตอนที่ 14
ดินเนอร์ลับเฉพาะกิจ
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับยัยมัณฑนากรสายรั้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!