กลิ่นกาแฟคั่วบดเข้มข้นลอยอบอวลตัดกับความเงียบงันในห้องครัว บรรยากาศมันควรจะปกติเหมือนทุกวันที่ผ่านมา หากไม่ใช่เพราะเสียงช้อนกระทบขอบแก้วเซรามิกของพิมพ์มาดากำลังสั่นระริกโดยเจ้าตัวพยายามควบคุมมันอย่างสุดชีวิต
"กาแฟ... ไหมครับคุณพิมพ์มาดา"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ภูผายืนพิงเคาน์เตอร์ครัวในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนตามท่อนแขนแกร่งที่ผ่านการทำงานหนัก ภาพจำจากเหตุการณ์เมื่อคืนวานแวบเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ น้ำเสียงแหบพร่า สายตาดุดันที่มองลึกซึ้ง และสัมผัสอุ่นร้อนที่ยังหลงเหลืออยู่บนผิวเนื้อทำให้เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"ไม่ล่ะค่ะ... อ๊ะ! ไม่จำเป็นค่ะ ขอบคุณ" พิมพ์มาดาเกือบหลุดคำลงท้ายเดิมๆ ออกมา เธอสะดุ้งสุดตัว รีบดึงสติแล้วเชิดหน้าขึ้นทันที ดวงตากลมโตพยายามหลบเลี่ยงสายตาดุคมที่มองมาอย่างรู้ทัน
ให้ตายสิ... ยายพิมพ์ เธอต้องตั้งสติ! มันก็แค่ความผิดพลาดทางอารมณ์ชั่ววูบเมื่อคืน หลังจากเคลียร์โปรเจกต์ใหญ่เสร็จจนดึกดื่นและเผลอดื่มไวน์ไปหน่อยเท่านั้นเอง!
"มือสั่นใหญ่นะครับ... กาแฟแก้วนี้กลัวผม หรือว่ากลัวความทรงจำเมื่อคืนกันแน่" ภูผาแสร้งเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ เขาขยับตัวก้าวเข้าไปประชิดตัวมัณฑนากรสาวที่ยืนหลังชนเคาน์เตอร์ ปิดกั้นทางหนีทีไล่จนเธอต้องเอี้ยวตัวหนี
"พูดอะไรไม่เข้าท่าค่ะคุณภูผา ฉันจำอะไรไม่ได้ทั้งนั้นแหละเมื่อคืน... เมาค่ะ! ฉันเมา!" พิมพ์มาดาเสียงสูงกลบเกลื่อน ใบหน้านวลเนียนเริ่มขึ้นสีแดงก่ำอย่างห้ามไม่อยู่ ยิ่งระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง หัวใจเจ้ากรรมก็ยิ่งเต้นโครมครามราวกับจะกระโดดออกมานอกอก
"อ๋อ... เมาเหรอครับ" ภูผายื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีก จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นมิ้นต์และกาแฟเป่ารดข้างแก้มเธอ "แต่เท่าที่ผมจำได้ คุณพิมพ์มาดาไม่ได้เมาขนาดจำไม่ได้หรอกนะครับว่า... ใครเป็นคนดึงผมลงไปโซฟาห้องนั่งเล่นเมื่อคืนนี้"
"คุณภูผา!" มัณฑนากรสาวหน้าแดงแจ๋ยิ่งกว่าเดิม เธอใช้มือผลบอกแกร่งออกห่างแต่มันกลับแน่นราวกับกำแพงปูน "คุณมัน... คนฉวยโอกาส!"
"ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ หรือว่าคุณอยากให้ผมทำอะไรล่ะครับตอนนี้"
ดวงตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มทอประกายหวานเชื่อมระคนขี้เล่น ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มมุมปากแบบที่ทำให้หัวใจของพิมพ์มาดารวนเรจนแทบเสียศูนย์ เธอเกลียดรอยยิ้มนี้ที่สุด รอยยิ้มที่ทำให้เธอรู้ตัวว่าพ่ายแพ้ให้กับความใจเต้นแรงทุกครั้ง
ก่อนที่สถานการณ์จะเตลิดไปไกลมากกว่านั้น เสียงกริ่งหน้าห้องพักก็ดังขึ้นแทรกกลางความตึงเครียดที่อบอวลไปด้วยเคมีอันตราย
*ติ๊งต่อง!*
ทั้งสองคนสะดุ้งผละออกจากกันราวกับโดนไฟลวก พิมพ์มาดารีบจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่ ส่วนภูผาถอนหายใจยาวอย่างหัวเสียเล็กน้อยที่ถูกขัดจังหวะ เขายืดตัวตรงปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งเป็นสถาปนิกหนุ่มมาดขรึมคนเดิม
"เดี๋ยวฉันไปเปิดเองค่ะ" พิมพ์มาดารีบเดินหนีไปยังประตูหน้าห้องเพื่อหลบเลี่ยงสายตาที่ชวนให้ใจสั่นระรัวนั้น
เมื่อบานประตูเปิดออก ร่างสูงโปรดของกรณ์เพื่อนสนิทก็ก้าวพรวดพราดเข้ามาพร้อมถุงโจ๊กและกระดาษแบบแปลนเต็มมือ โดยมีสายตาคมปลาบมองสำรวจเพื่อนสนิทและมัณฑนากรสาวสลับกันไปมาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
"อุ๊ย... กลิ่นอายความหวานมันฟุ้งทะลุออกมาถึงหน้าห้องเลยแฮะ ขัดจังหวะอะไรพวกนายหรือเปล่าเนี่ย" กรณ์เอ่ยแซวทันทีตามนิสัย พร้อมกับวางถุงอาหารบนโต๊ะอาหาร
"ไม่มีอะไรทั้งนั้น นายมาทำไมแต่เช้ากรณ์" ภูผาเดินตามออกมาด้วยใบหน้าเรียบตึง ปรางRแก้มของเขายังมีร่องรอยความหงุดหงิดเจือจาง
"โห ภูผาเพื่อนรัก ฉันเอาแบบแปลนแก้ไขด่วนจากลูกค้ามาให้ต่างหากเล่า นึกว่านายจะตื่นมาทำงานเหมือนหุ่นยนต์ซะอีก... แต่ดูทรงแล้วเมื่อคืนคงไม่ได้นอนทำการทำงานกันสินะ หน้าตาพวกนายสองคนนี่มันฟ้องซะ..."
"กรณ์!" พิมพ์มาดาแหวขึ้นเสียงดังเพื่อตัดบท หน้าแดงแจ๋จนลามไปถึงใบหู "ถ้าไม่มีอะไรจะพูดก็หุบปากไปเลยนะ!"
"โอ้โห แรดพยศจริงๆ พิมพ์จ๋า... โอเคๆ ฉันไม่แซวแล้วก็ได้" กรณ์ยกมือยอมแพ้ แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ยังคงประดับบนใบหน้า "เออ ภู ฉันมีเรื่องสำคัญกว่านั้นจะบอก... มีนกำลังมาที่นี่"
บรรยากาศในห้องนั่งเล่นที่อึมครึมอยู่แล้วพลันหยุดชะงักลงทันที
ชื่อของ "มีน" คู่แข่งทางธุรกิจและอดีตเพื่อนร่วมงานผู้เคยสร้างรอยแผลในอستเรื่องผลงานออกแบบ ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาของภูผาเปลี่ยนเป็นความเย็นชาในเสี้ยววินาที ขณะที่พิมพ์มาดากลับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ
"ยัยนั่นมาทำไมที่นี่" ภูผาถามเสียงต่ำ นัยน์ตาดุดันฉายแววระแวง
"ก็..." กรณ์ยังไม่ทันได้อ้าปากตอบ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
ไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต บานประตูที่ไม่ได้ลงกลอนแน่นหนา (เพราะกรณ์เปิดเข้ามาเมื่อครู่) ก็ถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นร่างเพรียวระหงของสถาปนิกสาวในชุดสูทเข้ารูปดูโฉบเฉี่ยว มีนก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มมั่นใจเต็มเปี่ยม สายตาดุจเหยี่ยวของเธอกวาดมองไปทั่วห้อง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ภูผาและพิมพ์มาดาที่ยืนเคียงคู่กัน
"อรุณสวัสดิ์ค่ะทุกคน... หวังว่าฉันคงไม่ได้มาขัดจังหวะ 'ความสัมพันธ์' อะไรสำคัญระหว่างคุณภูผากับคุณพิมพ์หรอกนะพอดีฉันมี 'หลักฐานชิ้นสำคัญ' เกี่ยวกับโปรเจกต์ที่พวกคุณกำลังแย่งกันอยู่... อยากดูกันหน่อยไหมคะ?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่ชวนให้ลุ้นระทึกนี้ด้วยกันนะครับ เมทริกซ์ซีโร่
สถาปนิกหน้านิ่งกับยัยมัณฑนากรสายรั้น•ตอนที่ 15
ตื่นมาพร้อมความทรงจำที่กระเจิง
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับยัยมัณฑนากรสายรั้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!