เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นสามครั้งสั้นและหนักแน่น—จังหวะที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีเพื่อส่งสัญญาณเตือนภัยโดยไม่ให้ตื่นตระหนกจนเกินเหตุ
หลินว่านหลิวขมวดคิ้วมุ่น นางผละออกจากอ้อมแขนของสามี หันไปมองหน้าลู่ถิงที่แววตากลับมาคมกริบและระแวดระวังภัยอีกครั้งในพริบตาเดียว ทั้งคู่ต่างรู้ทันทีว่า... แขกผู้มาเยือนยามวิกาลคนนี้ ไม่น่าจะเป็นคนธรรมดา และอาจจะนำพาพายุลูกใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมมาสู่ประตูบ้านของพวกเขา!
"อย่าขยับ"
เสียงทุ้มต่ำของลู่ถิงเอ่ยขึ้นพร้อมกับมือหนาที่กดไหล่บางของนางไว้เบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม ร่างสูงสง่าในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวเข้มและกางเกงขายาวขยับตัวอย่างรวดเร็วแต่ไร้เสียงราวกับเสือดาวที่กำลังเตรียมตะครุบเหยื่อ เขาเอื้อมมือไปหยิบเสื้อคลุมทหารมาสวมทับอย่างลวกๆ ก่อนจะก้าวเท้าฉับๆ ไปยังประตูก้านไม้เนื้อแข็งที่ลงกลอนไว้อย่างแน่นหนา
ว่านหลิวสูดลมหายใจเข้าลึกระงับความตื่นตระหนก ในสมองของนางหมุนติ้วอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางบรรยากาศยุค 80 ที่เต็มไปด้วยความผันผวนทางการเมืองและการแย่งชิงอำนาจใต้ดิน ใครกันที่จะดั้นด้นมาถึงบ้านพักปลายหมู่บ้านในยามวิกาลเช่นนี้? หรือว่าจะเป็นสายสืบจากฝั่งศัตรูทางการเมืองของลู่ถิง? หรือจะเป็นพวกแม่สามีจอมเคี่ยวที่ร่วมมือกับคนในหมู่บ้านมาสร้างความวุ่นวายอีก?
*แกร๊ก...*
เสียงกลอนประตูถูกเลื่อนเปิดออกอย่างระมัดระวัง ช่องว่างแคบๆ เผยให้เห็นเงาร่างสูงโปร่งของใครบางคนที่ยืนอยู่ภายใต้แสงจันทร์สลัว ลู่ถิงไม่ได้เปิดประตูรับทันที แต่ยืนขวางทางเข้าไว้ทั้งหมด สายตาสอดส่องประเมินสถานการณ์ภายนอกด้วยความระแวดระวังขั้นสุด
"ดึกดื่นค่ำคืนเช่นนี้ ลมหอบอะไรถึงพัดผู้ตรวจการซ่งมาถึงเรือนพักหลังเล็กของผมได้ล่ะครับ?" เสียงของลู่ถิงกดต่ำลงเล็กน้อย เจือแววเยียบเย็นที่ทรงพลังพอจะทำให้คนใจเสาะขาสั่น
ผู้ตรวจการซ่ง? หูของหลินว่านหลิวผึ่งขึ้นทันที นางจำชื่อนี้ได้จากความทรงจำของร่างเดิมและเอกสารลับที่ลู่ถิงเคยนำกลับมาบ้านเมื่อสัปดาห์ก่อน ชายคนนี้คือเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากอำเภอผู้คุมอำนาจในการจัดสรรโควตาสินค้าและดูแลความสงบเรียบร้อย การที่เขาปรากฏตัวที่นี่โดยไม่มีการนัดหมายย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน
"ฮ่าๆๆ นายกองลู่ยังคงระแวดระวังตัวแจไม่เปลี่ยนเลยนะ สมแล้วที่เป็นนายทหารมือหนึ่งที่เบื้องบนไว้วางใจ" เสียงหัวเราะแห้งแล้งดังขึ้นจากชายวัยกลางคนในชุดสูทจีนสากลที่ดูภูมิฐาน แต่กลับมีเหงื่อกาฬผุดซึมเต็มขมับ ใบหน้าของเขาซีดเซียวและฉายแววหวาดวิตกอย่างปิดไม่มิด
ว่านหลิวหรี่ตาลงมองผ่านแผ่นหลังกว้างของสามี นางเห็นความผิดปกติที่ซ่อนอยู่ใต้ท่าทีเย่อหยิ่งของผู้ตรวจการผู้นี้ทันที ชายคนนี้ไม่ได้มาในฐานะผู้ตรวจการที่ใช้อำนาจบาตรใหญ่ แต่เขามาในฐานะ 'ผู้ลี้ภัย' ที่กำลังหนีตาย!
"ถ้ามีธุระสำคัญอันใด เชิญพูดมาตรงๆ เถอะครับ ภรรยาของผมเพิ่งจะเข้านอน หากรบกวนเวลานานคงไม่เหมาะนัก" ลู่ถิงปฏิเสธที่จะเปิดต้อนรับอีกฝ่ายเข้าบ้านอย่างนิ่มนวลแต่เด็ดขาด เขายังคงยืนตระหง่านปิดกั้นทางเข้า ประหนึ่งกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันทลาย
"ด...เดี๋ยวก่อน! นายกองลู่ อย่าเพิ่งไล่กันสิ ขะ...ขอผมหลบซ่อนตัวข้างในสักครู่เถอะ มีคน... มีคนกำลังตามล่าผม!" ผู้ตรวจการซ่งละทิ้งมาDการน่าเกรงขามโดยสิ้นเชิง มือสั่นเทาเอื้อมมาหมายจะคว้าแขนเสื้อของลู่ถิง แต่ถูกสายตาดุดันราวกับใบมีดโกนสะบัดจนต้องชักมือกลับแทบไม่ทัน
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หลินว่านหลิวตัดสินใจก้าวเท้าเดินออกจากเงามืด นางสวมเสื้อคลุมผ้าฝ้ายทับชุดนอนเรียบร้อย ใบหน้างามเชิดขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววเฉียบคมและทรงอำนาจจนผู้ตรวจการซ่งต้องผงะถอยหลังไปด้วยความประหลาดใจ
"ผู้ตรวจการซ่งเดินทางมาไกลถึงเรือนพักของสามีฉัน ย่อมรู้ดีกระมังว่าการบุกรุกยามวิกาลโดยไม่มีหมายค้น มีโทษฐานบุกรุกเคหสถาน..." ว่านหลิวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำพูดกลับหนักแน่นและเชือดเฉือนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "แต่หากท่านกำลังหนีตายจริง การที่เราจะปิดประตูไม่รับต้อนรับ ก็ดูจะใจจืดใจดำเกินไปหน่อย... เข้ามาคุยกันข้างในก่อนเถอะค่ะ"
ลู่ถิงหันกลับมามองภรรยาแวบหนึ่ง ดวงตาคมกริบฉายแววประหลาดใจระคนทึ่ง เขารู้ว่าภรรยาของตนฉลาดเฉลียวขึ้นมากหลังจากการฟื้นไข้ครั้งใหญ่ แต่นางกลับมีความกล้าหาญถึงเพียงนี้ในการเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงที่กำลังหนีตายได้อย่างไร้ความตื่นตระหนก
เมื่อผู้ตรวจการซ่งก้าวเข้ามาในตัวบ้าน ลู่ถิงจึงรีบลงกลอนประตูลงสลักอย่างแน่นหนาอีกครั้ง บรรยากาศภายในห้องนั่งเล่นขนาดเล็กกลับมาอึมครึมและตึงเครียดขึ้นทันตาเห็น ผู้ตรวจการซ่งทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ด้วยความเหนื่อยอ่อน เนื้อตัวสั่นเทา ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
"พวกเขา... พวกมันไม่ใช่คนธรรมดา" ผู้ตรวจการซ่งละล่ำละลักพูด พลางใช้มือเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก "กลุ่มคนที่ปลอมตัวเป็นพ่อค้าเร่ในตลาดมืด แท้จริงแล้วเป็นสายลับจากแดนใต้ที่เข้ามาแทรกซึมเพื่อขโมยบัญชีลับการจัดสรรโควต้าเหล็กกล้าและเสบียง... ฉันบังเอิญไปล่วงรู้แผนการของพวกมันเข้า ตอนนี้พวกมันกำลังไล่ล่าปิดปากทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง!"
ว่านหลิวหรี่ตาลงครุ่นคิด บัญชีลับการจัดสรรเหล็กกล้าและเสบียงงั้นหรือ? สิ่งนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับเครือข่ายธุรกิจมืดที่แม่สามีจอมเคี่ยวและญาติห่างๆ เคยแอบลักลอบนำไปขายเก็งกำไรในตลาดมืดเมื่อหลายเดือนก่อน! หรือว่า... ปัญหาพายุลูกใหม่นี้จะโยกย้ายเข้ามาใกล้ตัวครอบครัวของนางมากกว่าที่คิด?
"แล้วเรื่องนี้เกี่ยวข้องอะไรกับสามีของฉันล่ะคะ?" ว่านหลิวเอ่ยถามเสียงเรียบ นางเดินเลี่ยงไปที่ห้องครัวขนาดเล็ก เปิดเตาไฟอุ่นหม้อซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนที่นางเคี่ยวไว้ตั้งแต่ช่วงค่ำ กลิ่นหอมกรุ่นของโสมและรากบัวเริ่มโชยฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง ช่วยลดทอนบรรยากาศตึงเครียดลงไปได้บ้าง
ผู้ตรวจการซ่งกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อกลิ่นหอมเย้ายวนนั้นเตะจมูก "นายกองลู่... นายกองลู่คือนายทหารเพียงคนเดียวที่ถือครองตราประทับอนุมัติพิเศษในการเคลื่อนย้ายกองกำลังรักษาความปลอดภัยเขตชายแดน ถ้าฉัน... ถ้าฉันไม่เอาบัญชีลับนี้มามอบให้ท่านเพื่อแลกกับการคุ้มครอง พวกมันคงฆ่าฉันหมกถนนไปแล้ว!"
พูดจบ ผู้ตรวจการซ่งก็ควaานหาบางสิ่งจากกระเป๋าเสื้อด้านในอย่างลนลาน ก่อนจะหยิบสมุดปกหนังสีดำเล่มเล็กที่เปื้อนคราบเหงื่อไคลและฝุ่นละอองออกมาวางลงบนโต๊ะไม้กลางห้อง
ลู่ถิงจ้องมองสมุดเล่มนั้นนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบราวกับพยัคฆ์ซุ่มซ่อนอยู่ในความมืด เขารู้ดีว่าการรับสมุดเล่มนี้เท่ากับการเอาชีวิตและอนาคตทั้งหมดของตนเองเข้าไปผูกติดกับเกมการเมืองระดับสูงที่เดิมพันด้วยชีวิต แต่หากปฏิเสธ ประเทศชาติและประชาชนนับหมื่นในเขตชายแดนอาจต้องเผชิญกับหายนะครั้งใหญ่
ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องกำลังตึงเครียดจนแทบขาดอากาศหายใจ กลิ่นหอมหวานเข้มข้นของซุปกระดูกหมูตุ๋นรากบัวร้อนๆ ก็ลอยอบอวลไปทั่วพื้นที่ หลินว่านหลิวตักน้ำซุปใสสีอำพันใส่ถ้วยกระเบื้องเคลือบอย่างประณีต ก่อนจะเดินนำมาวางลงตรงหน้าลู่ถิงและแขกผู้มาเยือนยามวิกาล
ไอน้ำสีขาวกรุ่นลอยขึ้นกระทบกับใบหน้าของทั้งคู่ น้ำซุปเคี่ยวจนงวดได้ที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนชวนให้ท้องร้อง ทว่าในขณะที่ลู่ถิงกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบช้อนกระเบื้องเพื่อลิ้มลองรสชาติเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดนั้นเอง...
*ปัง!*
เสียงทุบประตูด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเสียงตะโกนเหี้ยมเกรียมที่ดังทะลุกำแพงไม้เข้ามาว่า—
"เปิดประตู! พวกเรารู้ว่าแกซ่อนตัวอยู่ข้างใน ส่งบัญชีลับมาซะ ไม่เช่นนั้น... วันนี้พวกแกทุกคนได้ตายคากองเลือดพร้อมกันแน่!"
ดวงตาของลู่ถิงและหลินว่านหลิวประสานกันในเสี้ยววินาที ไอน้ำจากถ้วยซุปอุ่นๆ ยังคงลอยกรุ่นอยู่เบื้องหน้า ทว่าความตายกำลังยืนรออยู่หลังประตูกهเพียงคืบเดียวเท่านั้น!
(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)
— ดัชเชสโพดำ —
ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่านสำหรับการติดตามและสนับสนุนเสมอนะคะ!
เมียตัวร้ายยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวย•ตอนที่ 31
ค่ำคืนแห่งความใกล้ชิด
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียตัวร้ายยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!