เมียตัวร้ายยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวย•ตอนที่ 32

เปิดเผยความลับเรื่องตลาดมืด

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
ความเงียบงันภายในห้องครัวยามวิกาลนั้นหนักอึ้งเสียจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวรากับกลองศึก ดวงตาของลู่ถิงและหลินว่านหลิวประสานกันในเสี้ยววินาที ไอน้ำจากถ้วยซุปอุ่นๆ ยังคงลอยกรุ่นอยู่เบื้องหน้า ทว่าความตายกำลังยืนรออยู่หลังประตูกระจกเงาแห่งความลับ เพียงคืบเดียวเท่านั้น! "ดึกดื่นค่อนคืนเช่นนี้ เหตุใดท่านพี่จึงยังไม่นอนคะ?" หลินว่านหลิวเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของนางราบเรียบอย่างยิ่ง แม้ในใจต่อมรับความตื่นตัวจะทำงานอย่างบ้าคลั่ง มือเรียวบางที่ซ่อนอยู่ใต้ชายเสื้อคลุมกำกล่องไม้บรรจุเงินสดและตั๋วแลกเงินจากตลาดมืดแน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ลู่ถิงไม่ตอบทันที นายทหารหนุ่มกวาดสายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้อง ครัวที่ควรจะว่างเปล่ากลับมีกลิ่นอายจางๆ ของแป้งสาลีชั้นดีและน้ำมันงาคั่ว ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่หาได้ง่ายนักในค่ายทหารยุค 80 แห่งนี้ สายตาของเขาเลื่อนต่ำลงไปยังรอยเปื้อนสีดำจางๆ ที่มุมโต๊ะ—เขม่าควันจากเตาถ่านพกพาที่นางมักใช้ผลิตขนมเปี๊ยะและสินค้าแปรรูปเพื่อส่งขายให้เครือข่ายใต้ดิน "เจ้ากำลังทำอะไร... ว่านหลิว" เสียงทุ้มต่ำของสามีเอ่ยลอดไรฟัน มันไม่ได้เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างที่นางเคยหวาดกลัวในนิยายต้นฉบับ หากแต่เจือไปด้วยความระทึกใจและแววตาที่อ่านไม่ออก "ข้าแค่นอนไม่หลับ จึงลุกขึ้นมาต้มซุปบำรุงกำลังให้ท่านพี่ค่ะ" นางแย้มยิ้มบางเบa พยายามดึงสติให้มั่นคงที่สุด ก้าวเท้าเข้าไปใกล้เขาพร้อมกับถ้วยซุปในมือ กลิ่นหอมกรุ่นของโสมและเนื้อตุ๋นลอยฟุ้งกลบกลิ่นอายของตลาดมืดเมื่อครู่ได้อย่างแนบเนียน ทว่า ลู่ถิงกลับยื่นมือหนาออกไปคว้าข้อมือของนางไว้เบาๆ แรงบิดนั้นไม่ได้รุนแรง แต่มันมั่นคงจนนางขยับไปไหนไม่ได้ เขาก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหีบใบเล็กที่นางเพิ่งซ่อนไว้ใต้กองฟืน "ซุปโสมราคาแพงลิบลิ่วนี้... ได้มาจากเงินกำไรของการขายสบู่สมุนไพรล็อตใหม่ในตลาดมืดเขตบูรพาใช่หรือไม่?" ร่างบางชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก ความลับที่นางปกปิดมานานแรมเดือน ถูกสามีผู้เคร่งครัดในกฎระเบียบและเป็นนายทหารผู้รักความถูกต้องจับได้คาหนังคาเขาเสียแล้ว! หลินว่านหลิวกัดริมฝีปากเบาๆ สมองอันชาญฉลาดหมุนวนอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางหนทีไล่ ในยุคนี้ การค้าขายในตลาดมืดถือเป็นความผิดฐานเก็งกำไรและทำลายระบบเศรษฐกิจรัฐ หากถูกทางการจับได้ มีหวังอนาคตทหารของลู่ถิงต้องพินาศ และตัวนางเองก็คงไม่แคล้วถูกส่งตัวไปใช้แรงงาน นางจะสารภาพหรือจะแก้ตัวอย่างไรดี? แต่ปฏิกิริยาต่อมาของลู่ถิงกลับทำให้นางต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ชายหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียด เขาไม่ได้ตะโกนเรียกสารวัตรทหาร หรือแม้แต่แสดงท่าทีรังเกียจเดียดฉันท์ กลับกัน เขาดึงตัวนางเข้ามาโอบกอดไว้แนบอก ไออุ่นจากกายแกร่งแผ่ซ่านเข้ามาจนนางรู้สึกอุ่นวาบไปถึงขั้วหัวใจ "เจ้ารู้ไหมว่าข้าเป็นห่วงแทบแย่" เสียงกระซิบพร่าเลือนดังอยู่ข้างหู "ข้าเห็นเจ้าแอบออกไปยามวิกาลหลายครั้ง ข้าต้องคอยเดินตรวจเวรยามเพื่อไล่สายตรวจของกองพันให้ออกห่างจากเส้นทางที่เจ้าใช้ลักลอบเข้าออก... เจ้าผู้หญิงโง่เง่า ทำไมถึงกล้าหาญถึงเพียงนี้?" หลินว่านหลิวเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยความไม่เชื่อหู "ทะ... ท่านพี่ ท่านรู้?" "ข้าเป็นถึงผู้บังคับบัญชาหน่วยลาดตระเวน สายตาข้าคมกริบพอที่จะจำรอยรองเท้าผ้าใบของภรรยาตัวเองได้หรอกนะ" ลู่ถิงอมยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูและความระทึกใจระคนกัน "อีกอย่าง... กลิ่นสบู่ดอกไม้นั่นติดตัวเจ้ากลับมาทุกครั้ง ข้าจะไม่รู้ได้อย่างไร" ความตึงเครียดมลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความอบอุ่นลึกซึ้งที่ก่อตัวขึ้นในอก หลินว่านหลิวไม่คาดคิดเลยว่าสามีผู้เคร่งขัดคนนี้ นอกจากจะไม่ขัดขวางแล้ว เขายยังแอบช่วย "เฝ้าระวังทาง" ให้มาโดยตลอด! "ถ้าเช่นนั้น... ท่านไม่โกรธหรือคะที่ข้าทำผิดกฎ?" นางถามเสียงแผ่ว "กฎเกณฑ์ใดเล่าจะสำคัญไปกว่าความสุขและความปลอดภัยของภรรยาข้า" ลู่ถิงยื่นมือไปลูบเส้นผมนุ่มสลวยของนางอย่างทะนุถนอม "ข้าเห็นสิ่งที่เจ้าทำ... เจ้าเอาเงินที่หามาได้มาปรับปรุงความเป็นอยู่ของครอบครัว ซื้ออาหารดีๆ ให้แม่ และเตรียมทุนสำรองไว้ให้เรา ข้าต่างหากที่ต้องละอายใจ ที่ปล่อยให้ภรรยาต้องออกไปเสี่ยงอันตรายลำพัง" เขากวาดสายตามองไปรอบห้องครัวอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังและทรงอำนาจ "นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หากเจ้าจะไปตลาดมืด... ข้าจะเป็นคนขับรถบรรทุกพาเจ้าไปเอง และจะยืนเฝ้าประตูทางเข้าไม่ให้ใครหน้าไหนกล้ามาตอดตีนสะใภ้ลู่เด็ดขาด!" คำประกาศนั้นทำเอาหลินว่านหลิวถึงกับพูดไม่ออก นางหัวเราะเบาๆ ออกมาด้วยความโล่งอกและขันในความคลั่งรักของสามีทหารคนนี้ ไม่นึกเลยว่าจากเสือร้ายผู้เคร่งขัด จะกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในปฏิบัติการสร้างความร่ำรวยเสียได้ บรรยากาศในห้องครัวที่เคยคุกรุ่นด้วยความหวาดระแวง กลับแปรเปลี่ยนเป็นความหวานชื่นจนน้ำตาลยังต้องยอมแพ้ ทั้งสองยืนเคียงคู่กันจัดเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำ "บะหมี่น้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีน" เพื่อเป็นมื้อดึกฉลองความลับที่ถูกเปิดเผย กลิ่นหอมกรุ่นของกระดูกหมูเคี่ยวกับสมุนไพรจีนโชยฟุ้งทะลุหน้าต่างกระจก ลอยไปตามสายลมยามค่ำคืนจนอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณบ้านพักข้าราชการ ทว่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังตักเส้นบะหมี่เหนียวนุ่มใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีคราม พร้อมโรยหน้าด้วยต้นหอมซอยและหมูแผ่นย่างหอมกรุ่นจนน้ำลายสอ เสียงเคาะประตูก็จู่ๆ ก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงสามครั้งติดๆ กัน! *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* "เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าดึกป่านนี้ในห้องนี้ยังมีไฟและมีกลิ่นอาหารน่าสงสัยเล็ดลอดออกมา แม่สามีอย่างฉันจะมาตรวจดูว่าพวกแกแอบซ่อนอะไรกันอยู่!" เสียงแหลมสูงและคุ้นเคยดีของ "แม่สามีจอมเคี่ยว" แผดลั่นขึ้นจากหน้าประตูบ้าน ขัดจังหวะความสุขของทั้งสองคนลงอย่างไม่ไว้หน้า! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสร้างความมั่งคั่งและฟินไปกับความคลั่งรักของท่านรองผู้กองและภรรยาคนเก่งนะคะ!
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียตัวร้ายยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%